รอบระยะเวลาบัญชี (Accounting Period) คือช่วงเวลาที่กิจการกำหนดขึ้นเพื่อบันทึกรายการค้า จัดทำงบการเงิน และยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยทั่วไปกำหนดไว้ที่ 12 เดือน เริ่ม 1 มกราคม และสิ้นสุด 31 ธันวาคม ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65

ความหมายของรอบระยะเวลาบัญชี

รอบระยะเวลาบัญชีคือช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ธุรกิจใช้เป็นหน่วยในการบันทึกบัญชี เมื่อครบรอบ ธุรกิจต้องสรุปรายการทั้งหมดและจัดทำงบการเงิน

ถ้าคุณเปิดร้านอาหารแล้วมียอดขาย 3 ล้านบาทในปีนี้ คำถามคือ “ปีนี้” นับจากวันไหนถึงวันไหน คำตอบก็คือ รอบระยะเวลาบัญชีของคุณนั่นเอง

ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 กำหนดให้รอบระยะเวลาบัญชีมีกำหนด 12 เดือน โดยจะเริ่มต้นและสิ้นสุดเมื่อใดก็ได้ แต่ในทางปฏิบัติ กิจการส่วนใหญ่ในไทยใช้รอบตามปีปฏิทิน คือเริ่ม 1 มกราคม สิ้นสุด 31 ธันวาคม

พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 10 กำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องปิดบัญชีครั้งแรกภายใน 12 เดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และปิดบัญชีทุก 12 เดือนนับแต่วันปิดบัญชีครั้งก่อน

ประเภทของรอบระยะเวลาบัญชี

รอบบัญชีแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก

รอบบัญชีตามปีปฏิทิน (รอบปกติ)

เริ่ม 1 มกราคม สิ้นสุด 31 ธันวาคมของทุกปี เป็นรอบบัญชีมาตรฐานที่กิจการส่วนใหญ่ในไทยใช้ เพราะตรงกับรอบภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร

ตัวอย่าง: บริษัทขายวัสดุก่อสร้างใช้รอบบัญชี 1 ม.ค. — 31 ธ.ค. 2569 รายการซื้อขายทั้งหมดในช่วงนี้จะถูกบันทึกในรอบเดียวกัน และเมื่อสิ้นรอบต้องจัดทำงบการเงินเพื่อยื่นต่อ DBD (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า — หน่วยงานที่ดูแลเรื่องจดทะเบียนบริษัทและรับยื่นงบการเงิน)

รอบบัญชีไม่ตรงปีปฏิทิน (รอบคร่อม)

บางกิจการอาจขออนุมัติใช้รอบบัญชีที่ไม่ตรงปีปฏิทินได้ เช่น 1 เมษายน ถึง 31 มีนาคม หรือ 1 ตุลาคม ถึง 30 กันยายน

กิจการที่มักใช้รอบบัญชีแบบนี้ เช่น บริษัทที่มีบริษัทแม่ในต่างประเทศและต้องการให้รอบบัญชีตรงกัน หรือธุรกิจท่องเที่ยวที่มี Peak Season ช่วงพฤศจิกายน—มีนาคม อาจเลือกรอบบัญชีให้สิ้นสุดหลัง Peak Season เพื่อเห็นผลประกอบการเต็มฤดูกาล

การใช้รอบบัญชีที่ไม่ตรงปีปฏิทินต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร (ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65)

รอบบัญชีตามปีปฏิทินรอบบัญชีไม่ตรงปีปฏิทิน
ช่วงเวลา1 ม.ค. — 31 ธ.ค.กำหนดเองได้ เช่น 1 เม.ย. — 31 มี.ค.
ต้องขออนุมัติไม่ต้อง (ค่าเริ่มต้น)ต้องขออนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร
เหมาะกับกิจการทั่วไปในไทยบริษัทที่มีสำนักงานใหญ่ในต่างประเทศ ธุรกิจตามฤดูกาล
ข้อดีสะดวก ตรงกับรอบภาษียืดหยุ่น ตรงกับจังหวะธุรกิจ

รอบบัญชีแรกของบริษัทใหม่

ถ้าคุณเพิ่งจดทะเบียนบริษัทกลางปี เช่น วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 รอบบัญชีแรกของคุณจะเป็น 15 กรกฎาคม — 31 ธันวาคม 2569 ซึ่งไม่ถึง 12 เดือน

ไม่เป็นปัญหา กฎหมายกำหนดแค่ว่ารอบบัญชีหนึ่งต้อง “ไม่เกิน 12 เดือน” แต่สั้นกว่าได้ (ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65)

ตัวอย่าง: คุณจดทะเบียน บจก. วันที่ 15 ก.ค. 2569

แม้รอบแรกจะสั้น คุณก็ยังต้องปิดงบการเงินและยื่นภาษีตามปกติ

กำหนดเวลาที่ต้องทำหลังสิ้นรอบบัญชี

เมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี คุณมีหน้าที่ทางกฎหมายหลายอย่างที่ต้องทำภายในกำหนดเวลา

สิ่งที่ต้องทำกำหนดเวลากฎหมายอ้างอิง
จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี (AGM) อนุมัติงบ (เฉพาะ บจก.)ภายใน 4 เดือนหลังสิ้นรอบบัญชีป.พ.พ. มาตรา 1197
ให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบงบก่อนยื่น DBDพ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11
ยื่นงบการเงินต่อ DBDภายใน 5 เดือนหลังสิ้นรอบบัญชี (หจก.) หรือภายใน 1 เดือนหลังที่ประชุมใหญ่อนุมัติ (บจก.)พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11
ยื่น ภ.ง.ด.50 (ภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี)ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชีประมวลรัษฎากร มาตรา 68
ยื่น ภ.ง.ด.51 (ภาษีครึ่งปี)ภายใน 2 เดือนหลังครบ 6 เดือนแรกของรอบบัญชีประมวลรัษฎากร มาตรา 67 ทวิ

ตัวอย่าง: ถ้ารอบบัญชีของคุณสิ้นสุด 31 ธ.ค. 2569

หากยื่นล่าช้า กรมสรรพากรคิดเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน (หรือเศษของเดือน) ของภาษีที่ต้องชำระ (ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 27) โดยเงินเพิ่มจะไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องเสีย และ DBD มีค่าปรับสำหรับการยื่นงบล่าช้าอีกส่วนหนึ่ง

รอบบัญชีที่ไม่เต็ม 12 เดือน (รอบบัญชีพิเศษ)

ปกติรอบบัญชีต้องเท่ากับ 12 เดือนเสมอ แต่มี 4 กรณีที่กฎหมายยอมให้รอบบัญชีสั้นกว่า 12 เดือนได้ (ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65) นักบัญชีบางคนเรียกรอบแบบนี้ว่า “รอบบัญชีขาด”

กรณีตัวอย่างที่มา
1. บริษัทตั้งใหม่จดทะเบียน 15 ก.ค. 2569 → รอบแรก 15 ก.ค. — 31 ธ.ค. 2569 (5.5 เดือน)ประมวลรัษฎากร มาตรา 65
2. เปลี่ยนวันสิ้นสุดรอบบัญชีเปลี่ยนจาก ม.ค.—ธ.ค. เป็น เม.ย.—มี.ค. → มีรอบเปลี่ยนผ่าน 1 ม.ค. — 31 มี.ค. (3 เดือน)ต้องขออนุมัติอธิบดีกรมสรรพากร
3. เลิกกิจการบริษัทจดทะเบียนเลิก 30 ก.ย. 2569 → รอบสุดท้าย 1 ม.ค. — 30 ก.ย. 2569 (9 เดือน)ประมวลรัษฎากร มาตรา 65
4. ควบรวมกิจการบริษัท A ควบรวมกับ B วันที่ 1 ก.ค. 2569 → รอบของ A คือ 1 ม.ค. — 30 มิ.ย. 2569 (6 เดือน)ประมวลรัษฎากร มาตรา 65

ข้อสำคัญ: แม้รอบบัญชีจะสั้นกว่าปกติ คุณก็ยังต้องปิดงบการเงิน ยื่นงบต่อ DBD และยื่น ภ.ง.ด.50 ตามปกติ กำหนดเวลายื่นนับจากวันสิ้นสุดของรอบนั้น ไม่ใช่จากวันที่ 31 ธ.ค.

การเปลี่ยนรอบระยะเวลาบัญชี

ถ้าคุณต้องการเปลี่ยนรอบบัญชีจากปีปฏิทินเป็นรอบอื่น ต้องยื่นคำร้องขออนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร (ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65)

ขั้นตอนหลัก:

  1. ยื่นคำร้องต่อกรมสรรพากร พร้อมเหตุผลที่ต้องเปลี่ยน
  2. รอการอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร
  3. แจ้ง DBD เพื่อเปลี่ยนข้อมูลในระบบ

ข้อควรรู้: เมื่อเปลี่ยนรอบบัญชี จะมีรอบเปลี่ยนผ่านที่สั้นกว่า 12 เดือน เช่น ถ้าเปลี่ยนจาก ม.ค.—ธ.ค. เป็น เม.ย.—มี.ค. จะมีรอบเปลี่ยนผ่าน 1 ม.ค. — 31 มี.ค. (3 เดือน) ก่อนเข้ารอบใหม่

ความสำคัญต่อเจ้าของธุรกิจ

รอบระยะเวลาบัญชีไม่ใช่แค่เรื่องของนักบัญชี แต่กระทบเจ้าของธุรกิจโดยตรง

วางแผนภาษี — ถ้าคุณรู้ว่ารอบบัญชีสิ้นสุดเมื่อไหร่ คุณวางแผนซื้อสินทรัพย์หรือตัดค่าใช้จ่ายได้ถูกจังหวะ เช่น ธุรกิจที่มีกำไร 2 ล้านบาท อาจซื้ออุปกรณ์ก่อนสิ้นรอบเพื่อนำค่าเสื่อมราคามาลดภาษีเงินได้นิติบุคคล

ปิดงบการเงินตรงเวลา — การรู้วันสิ้นรอบบัญชีช่วยให้คุณมีเวลาเตรียมเอกสารทั้งหมดให้พร้อมสำหรับนักบัญชีและผู้สอบบัญชี ไม่ต้องเร่งปิดนาทีสุดท้ายและเสี่ยงโดนค่าปรับโดยใช่เหตุ

เปรียบเทียบผลประกอบการ — งบการเงินจะเปรียบเทียบได้ก็ต่อเมื่อรอบบัญชีเท่ากัน ถ้าปีนี้คุณมียอดขาย 5 ล้านบาทในรอบ 5.5 เดือน การเอาไปเทียบกับรอบ 12 เดือนของปีถัดไปจะไม่ยุติธรรมและไม่สามารถเห็นการเติบโตที่ชัดเจนได้ ตามมาตรฐาน NPAEs (มาตรฐานบัญชีสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ) กำหนดให้เปิดเผยข้อมูลเปรียบเทียบในงบการเงินด้วย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ไม่รู้ว่ารอบบัญชีเริ่มเมื่อไหร่ — เจ้าของธุรกิจบางรายจดทะเบียนบริษัทแล้วไม่สนใจว่ารอบบัญชีแรกคือเมื่อไหร่ พอรู้ตัวก็พ้นกำหนดยื่นงบไปแล้ว ต้องจ่ายค่าปรับ DBD หรือแย่กว่านั้น บางรายโดนฟ้องและต้องขึ้นศาล

สับสนระหว่างรอบบัญชีกับรอบ VAT — สำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคล รอบบัญชีกับปีภาษีคือเรื่องเดียวกัน แต่ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ต้องยื่นทุกเดือนโดยไม่เกี่ยวกับรอบบัญชี อย่าสับสน

บันทึกรายการผิดรอบ — เช่น ได้รับใบแจ้งหนี้ค่าไฟฟ้าเดือน ธ.ค. 2569 แต่จ่ายเงินเดือน ม.ค. 2570 ค่าใช้จ่ายนี้ต้องบันทึกในรอบ 2569 ไม่ใช่ 2570 เพราะค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นในรอบ 2569 ตามหลักการบัญชีแบบคงค้าง (Accrual Basis — บันทึกรายการเมื่อเกิดขึ้น ไม่ใช่เมื่อจ่ายเงิน) นี่คือเหตุผลที่ต้องมีรายการปรับปรุงตอนปิดงบ

ไม่ยื่น ภ.ง.ด.51 ครึ่งปี — หลายคนรู้แค่ว่าต้องยื่นภาษีปลายปี แต่ลืมว่าต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ตอนครึ่งรอบบัญชีด้วย ถ้าไม่ยื่นต้องเสียเงินเพิ่มอีก 20% ของภาษีที่ต้องชำระ (ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 67 ตรี)

คำนวณรอบระยะเวลาบัญชีฟรี

ซิมเปิล บาลานซ์ มีเครื่องมือคำนวณรอบบัญชีออนไลน์ฟรี ใส่วันที่จดทะเบียนบริษัท แล้วระบบจะคำนวณรอบบัญชี กำหนดยื่นงบ และกำหนดยื่นภาษีให้อัตโนมัติ

ปิดงบยุ่งยาก ให้ ซิมเปิล บาลานซ์ จัดการให้ ปรึกษาฟรีผ่าน Messenger

โทรปรึกษา: 092-853-5600

ดูรีวิวจากลูกค้าของเรา → Google Business Profile

ติดตาม Simple Balance → Facebook Page