Key Takeaways สรุปค่าปรับยื่นงบการเงินล่าช้า 2569

  • ค่าปรับ DBD คิดแยกเป็นรายปีบัญชีที่ค้าง ค้างมา 3 ปี คือค่าปรับ 3 ก้อน ไม่ใช่ก้อนเดียว
  • ฐานยื่นงบการเงินล่าช้าแบ่งตามความล่าช้า 3 ช่วง บริษัทจำกัด (บจก.) และห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) เสีย 2,000 บาท 8,000 บาท และ 12,000 บาทต่อรอบปีบัญชี ส่วนบริษัทมหาชนสูงถึง 72,000 บาท
  • DBD เรียกเก็บทั้งนิติบุคคล และตัวบุคคลที่รับผิดชอบแยกกันคนละก้อน ครึ่งหนึ่งของยอดนั้นตกที่ชื่อกรรมการผู้จัดการโดยตรง
  • ฐานอื่นคิดเพิ่มอีกต่างหาก ทั้งประชุมใหญ่ล่าช้า บอจ.5 และงบการเงินที่ไม่ได้ให้ผู้สอบบัญชีตรวจ ทำให้ยอด DBD ของรอบปีเดียวขึ้นไปได้ถึง 66,000 บาท
  • ฝั่งกรมสรรพากรคิดแยกอีกก้อน ค่าปรับ ภ.ง.ด.50 ประมาณ 4,000 บาทต่อปี บวกเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ของภาษีที่ค้าง สูงสุดไม่เกิน 100% ของภาษี
  • รอบบัญชีที่สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2568 มีวันสุดท้ายคือ 2 มิถุนายน 2569 ไม่ใช่ 31 พฤษภาคม 2569 เพราะวันครบกำหนดตรงกับวันหยุด
  • ตั้งแต่ 25 ตุลาคม 2566 การไม่นำส่งงบการเงินเป็นความผิดทางพินัย ไม่ใช่ความผิดอาญา และไม่ถูกบันทึกในประวัติอาชญากรรม

เครื่องคำนวณด้านล่างจะบอกยอดที่คุณต้องเตรียมทั้งหมด แยกเป็นค่าปรับ DBD ของทุกปีบัญชีที่ค้าง ค่าปรับ ภ.ง.ด.50 และเงินเพิ่มสรรพากร 1.5% ต่อเดือน พร้อมยอดรวมทุกหน่วยงานในหน้าจอเดียว ใช้ฟรี ไม่ต้องล็อกอิน และไม่ต้องกรอกอีเมล

ตัวเลขที่ได้เป็นการประมาณการตามอัตราค่าปรับที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าใช้อยู่ในปัจจุบัน ยอดจริงขึ้นกับประเภทนิติบุคคล เดือนสิ้นรอบบัญชี ปีที่ยื่นล่าสุด และดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ในการกำหนดค่าปรับ

กำลังโหลดเครื่องคำนวณค่าปรับ

การกู้สถานการณ์ยังทำได้ แม้จะค้างมาหลายปีก็ตาม สิ่งแรกที่ต้องรู้คือคุณค้างอยู่กี่รอบปีบัญชี จากนั้นค่อยไล่ปิดทีละปี ถ้าค้างมาหลายปีแล้ว ยอดที่ต้องเตรียมไม่ใช่ก้อนเดียว ดูตัวอย่างยอดรวมของกิจการที่ค้าง 3 ปี ได้ที่ ค่าปรับย้อนหลัง 3 ปี รวมเท่าไหร่

เครื่องคำนวณนี้ออกแบบมาสำหรับบริษัทจำกัด (บจก.) และห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ส่วนบริษัทมหาชนจำกัด นิติบุคคลต่างประเทศ และกิจการร่วมค้าใช้คนละอัตรา ดูรายละเอียดได้ที่ นิติบุคคลต่างประเทศ และกิจการร่วมค้า

ค่าปรับ DBD คืออะไร ทำไมต้องเสีย

ค่าปรับ DBD คือค่าปรับเป็นพินัยที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) หรือที่หลายคนเรียกสั้น ๆ ว่ากรมพัฒน์ เรียกเก็บจากนิติบุคคล และบุคคลผู้รับผิดชอบ เมื่อนำส่งงบการเงินเกินกำหนด กฎหมายที่ใช้คือ พ.ร.บ. การบัญชี พ.ศ. 2543 ซึ่งกำหนดให้นิติบุคคลจดทะเบียนทุกรายจัดทำ และนำส่งงบการเงินทุกปี

ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2566 ความผิดฐานไม่นำส่งงบการเงินเปลี่ยนเป็นความผิดทางพินัย ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 แปลว่าไม่ใช่โทษทางอาญา ไม่ใช่การกระทำหรือคำสั่งทางปกครอง ไม่มีการจำคุกหรือกักขังแทนค่าปรับ และไม่มีการบันทึกลงในประวัติอาชญากรรม

กำหนดนำส่งงบการเงินต่อ DBD คือภายใน 5 เดือนนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี กฎหมายนับเป็นเดือน ไม่ได้นับเป็นวัน รอบปีปฏิทินที่สิ้นสุด 31 ธันวาคม จึงครบกำหนดตามปกติ 31 พฤษภาคมของปีถัดไป เลยวันนั้นไป ค่าปรับเกิดทันที และคิดแยกเป็นรายปีบัญชี ไม่แน่ใจว่ารอบบัญชีของคุณสิ้นสุดเดือนไหน ตรวจได้ที่ เครื่องคำนวณรอบปีบัญชี

ตัวเลข 150 วันที่หลายคนจำติดปากเป็นกำหนดของคนละหน่วยงาน 5 เดือนเป็นของ DBD ตาม พ.ร.บ. การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11 ส่วน 150 วันเป็นของกรมสรรพากรสำหรับแบบ ภ.ง.ด.50 เป็นคนละวิธีนับ และตามปกติไม่ตรงกัน รายละเอียดอยู่ที่ ค่าปรับฝั่งกรมสรรพากร

อีกกฎที่ใช้ได้ทุกปีคือ ถ้าวันสุดท้ายของกำหนดเวลาตรงกับวันหยุดทำการ ให้เลื่อนไปเป็นวันเปิดทำการวันถัดไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/8 ปีนี้ 31 พฤษภาคม 2569 ตรงกับวันอาทิตย์ และเป็นวันวิสาขบูชา ส่วน 1 มิถุนายน 2569 เป็นวันหยุดชดเชย กรมจึงประกาศว่ารอบบัญชีที่สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2568 นำส่งได้ถึงวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ทุกปีให้ยึดวันที่กรมประกาศสำหรับปีนั้นเป็นหลัก

จุดที่ต้องระวังคือ 31 พฤษภาคมไม่ได้ใช้กับทุกกิจการ บริษัทจำกัด (บจก.) และบริษัทมหาชนจำกัดต้องยื่นภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่งบการเงินได้รับอนุมัติในที่ประชุมใหญ่ ตาม พ.ร.บ. การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11 และต้องนำงบดุลเข้าที่ประชุมใหญ่ภายใน 4 เดือนนับแต่วันที่ลงในงบดุล ซึ่งตามปกติคือวันสิ้นรอบบัญชี 31 พฤษภาคมจึงเป็นวันช้าที่สุดของ บจก. ไม่ใช่วันที่ได้มาโดยอัตโนมัติ บริษัทที่ประชุมใหญ่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ครบกำหนดยื่นวันที่ 31 มีนาคม

ส่วนห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ซึ่งรวมทั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) และห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล นิติบุคคลต่างประเทศ และกิจการร่วมค้า ใช้กำหนด 5 เดือนตรงตัว

อธิบดีสั่งขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลาให้ได้เมื่อมีเหตุจำเป็น โดยต้องยื่นคำร้องพร้อมเหตุผลประกอบ และปีนี้ไม่มีการขยายเวลาเป็นการทั่วไปสำหรับรอบบัญชีปี 2568 การนำส่งทำผ่านระบบ DBD e-Filing ทางออนไลน์เท่านั้น กรมไม่รับงบกระดาษที่เคาน์เตอร์แล้ว ส่วนหลักเกณฑ์และรูปแบบไฟล์ กรมประกาศใหม่เป็นรายปี

ค่าปรับ DBD เป็นคนละก้อนกับค่าปรับของกรมสรรพากร ยื่นงบช้าจึงโดนสองทาง และสองก้อนนี้ไม่หักลบกัน

ใครต้องเสียค่าปรับ DBD บ้าง

DBD เรียกเก็บค่าปรับจาก 2 ฝ่ายพร้อมกัน ตาม พ.ร.บ. การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 40 ซึ่งให้ผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานต้องรับผิดด้วย เมื่อความผิดเกิดจากการสั่งการ การกระทำ หรือการละเว้นไม่สั่งการของบุคคลนั้น

ฝั่งนิติบุคคลคือตัวกิจการที่มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามกฎหมาย ได้แก่ บริษัทจำกัด (บจก.) ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ซึ่งต้องมีหุ้นส่วนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป บริษัทมหาชนจำกัด นิติบุคคลต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในไทย และกิจการร่วมค้า ส่วนฝั่งตัวบุคคลคือคนที่รับผิดชอบการดำเนินงาน ซึ่งต่างกันไปตามประเภทกิจการ

  • กรรมการผู้จัดการ สำหรับบริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัด
  • หุ้นส่วนผู้จัดการ สำหรับห้างหุ้นส่วนจำกัด
  • ผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน สำหรับนิติบุคคลต่างประเทศ
  • กิจการร่วมค้าเป็นข้อยกเว้น เก็บค่าปรับเฉพาะฝั่งนิติบุคคล ไม่มีค่าปรับส่วนตัวบุคคล

ค่าปรับ 2 ฝ่ายนี้ถูกเรียกเก็บแยกกัน บริษัทจำกัดที่ยื่นล่าช้าเกิน 4 เดือน บริษัทจ่ายก้อนหนึ่ง กรรมการผู้จัดการจ่ายอีกก้อนหนึ่ง รวมเป็น 12,000 บาท ต่อปีบัญชีที่ค้าง ค่าปรับส่วนตัวบุคคลไม่หายไปเองเมื่อบริษัทหยุดเคลื่อนไหว และไม่ได้โอนไปอยู่กับสำนักงานบัญชีที่ทำงานให้คุณ ภาระตกที่ชื่อของกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการโดยตรง การมอบงานให้สำนักงานบัญชีทำแทนไม่ได้ทำให้หน้าที่กำกับดูแลของกรรมการหมดไป

อัตราค่าปรับยื่นงบการเงินล่าช้า 2569 ตารางค่าปรับ DBD ฉบับสมบูรณ์

บริษัทจำกัด (บจก.) และห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน เสีย 2,000 8,000 หรือ 12,000 บาทต่อรอบปีบัญชี ขึ้นกับว่าช้ากี่เดือน บริษัทมหาชนจำกัด และนิติบุคคลต่างประเทศ เสีย 4,000 48,000 หรือ 72,000 บาท ทุกช่องเป็นยอดรวมต่อ 1 รอบปีบัญชี รวมฝั่งนิติบุคคลกับฝั่งผู้รับผิดชอบไว้แล้ว อัตรามาจาก ตารางอัตราค่าปรับของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งกรมยังใช้อยู่หลังเปลี่ยนเป็นความผิดทางพินัย

ตารางอัตราค่าปรับยื่นงบการเงินล่าช้า 2569 ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ล่าช้าไม่เกิน 2 เดือน บจก. และ หจก. เสีย 2,000 บาท บมจ. และนิติบุคคลต่างประเทศ 4,000 บาท กิจการร่วมค้า 2,000 บาท เกิน 2 ถึง 4 เดือน เสีย 8,000 บาท 48,000 บาท และ 24,000 บาท เกิน 4 เดือนหรือไม่ยื่นเลย เสีย 12,000 บาท 72,000 บาท และ 36,000 บาท ทุกยอดคิดต่อ 1 รอบปีบัญชี รวมฝั่งนิติบุคคลและฝั่งผู้รับผิดชอบไว้แล้ว
ระยะเวลาที่ล่าช้าบริษัทจำกัด (บจก.) และ ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.)บริษัทมหาชนจำกัด และ นิติบุคคลต่างประเทศกิจการร่วมค้า
ไม่เกิน 2 เดือน2,000 บาท4,000 บาท2,000 บาท
เกิน 2 เดือน ถึง 4 เดือน8,000 บาท48,000 บาท24,000 บาท
เกิน 4 เดือน หรือไม่ยื่นเลย12,000 บาท72,000 บาท36,000 บาท

พอข้ามจากช่วงแรกเข้าช่วงที่ 2 ค่าปรับเพิ่มขึ้น 4 เท่าสำหรับ บจก. และ หจก. และเพิ่มขึ้นถึง 12 เท่าสำหรับบริษัทมหาชนจำกัด และนิติบุคคลต่างประเทศ เพดานของฐานนี้จบที่ 12,000 บาทต่อรอบปีบัญชี สำหรับบริษัทจำกัด และ 72,000 บาทต่อรอบปีบัญชี สำหรับบริษัทมหาชนจำกัด

หมายเหตุ: ค่าปรับส่งงบการเงินล่าช้า และค่าปรับยื่นงบการเงินล่าช้า คือเรื่องเดียวกัน ส่วนคำว่าห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนในระเบียบของ DBD หมายรวมทั้ง หจก. และห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ซึ่งใช้อัตราเดียวกันในตารางนี้

อัตราชุดนี้เป็นเกณฑ์ที่เจ้าหน้าที่ใช้กำหนดค่าปรับเป็นพินัย ไม่ใช่ตัวเลขที่กฎหมายบังคับตายตัว ยอดจริงขึ้นกับประเภทนิติบุคคล เดือนสิ้นรอบบัญชี ปีที่ยื่นล่าสุด และดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ตารางนี้เป็นยอดของรอบเดียว ไม่ใช่ยอดสุดท้ายที่ต้องจ่าย วิธีคิดทั้งหมดอยู่ที่ วิธีคำนวณค่าปรับด้วยตัวเอง

ค่าปรับแยกเป็นฝั่งนิติบุคคล และฝั่งบุคคล ครบทั้ง 3 ช่วง

ตารางด้านบนเป็นยอดรวม ตารางนี้แยกให้เห็นว่าฝั่งนิติบุคคลจ่ายเท่าไหร่ และฝั่งผู้รับผิดชอบจ่ายเท่าไหร่ ผู้รับผิดชอบคือกรรมการผู้จัดการของ บจก. และบริษัทมหาชนจำกัด หุ้นส่วนผู้จัดการของ หจก. และผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลต่างประเทศ ส่วนกิจการร่วมค้าไม่มีค่าปรับฝั่งบุคคล

ประเภทนิติบุคคล และช่วงที่ล่าช้าค่าปรับฝั่งนิติบุคคลค่าปรับฝั่งบุคคลรวมทั้งหมด
บจก. และ หจก. ไม่เกิน 2 เดือน1,000 บาท1,000 บาท2,000 บาท
บจก. และ หจก. เกิน 2 เดือน ถึง 4 เดือน4,000 บาท4,000 บาท8,000 บาท
บจก. และ หจก. เกิน 4 เดือน หรือไม่ยื่นเลย6,000 บาท6,000 บาท12,000 บาท
บริษัทมหาชนจำกัด และนิติบุคคลต่างประเทศ ไม่เกิน 2 เดือน2,000 บาท2,000 บาท4,000 บาท
บริษัทมหาชนจำกัด และนิติบุคคลต่างประเทศ เกิน 2 เดือน ถึง 4 เดือน24,000 บาท24,000 บาท48,000 บาท
บริษัทมหาชนจำกัด และนิติบุคคลต่างประเทศ เกิน 4 เดือน หรือไม่ยื่นเลย36,000 บาท36,000 บาท72,000 บาท
กิจการร่วมค้า ไม่เกิน 2 เดือน2,000 บาทไม่มี2,000 บาท
กิจการร่วมค้า เกิน 2 เดือน ถึง 4 เดือน24,000 บาทไม่มี24,000 บาท
กิจการร่วมค้า เกิน 4 เดือน หรือไม่ยื่นเลย36,000 บาทไม่มี36,000 บาท

ในช่วงแรก ค่าปรับยังไม่สูงมาก ถ้างบใกล้เสร็จแล้ว ควรเร่งยื่นก่อนข้ามเส้น 2 เดือน พ้นเส้นนั้นไป อัตราขยับขึ้นทั้ง 2 ฝั่งพร้อมกัน บจก. และ หจก. เสียรวม 8,000 บาทต่อรอบปีบัญชี แพงขึ้น 4 เท่า ส่วนบริษัทมหาชนจำกัด และนิติบุคคลต่างประเทศขึ้นไปถึง 48,000 บาท ซึ่งเป็น 12 เท่าของช่วงแรก

ช่วงเกิน 4 เดือนเป็นอัตราสูงสุด และเป็นช่วงที่ผู้ค้างงบส่วนใหญ่อยู่ ครึ่งหนึ่งของยอดที่ต้องจ่ายมาจากชื่อของคุณเอง ไม่ใช่ชื่อบริษัท ส่วนกิจการร่วมค้าเป็นข้อยกเว้นเดียวในตาราง เพราะเก็บเฉพาะฝั่งนิติบุคคล

อีกจุดที่มักเข้าใจผิดคือเรื่องจำนวนกรรมการ ตารางของฐานยื่นงบการเงินล่าช้ามีช่องฝั่งบุคคลช่องเดียว มียอดรวมตายตัว และไม่มีคำว่า คนละ กำกับ ยอดฝั่งบุคคลจึงเป็นก้อนเดียวต่อรอบปีบัญชี ไม่ได้คูณตามจำนวนกรรมการผู้มีอำนาจลงนามในหนังสือรับรอง ยอดของบริษัทจำกัดจึงจบที่ 12,000 บาทต่อรอบปีบัญชี ข้อนี้ใช้กับฐานนี้ฐานเดียว ไม่ใช่กฎกลางของ DBD ทั้งกรม เพราะตารางของฐานประชุมใหญ่ล่าช้ามีคำว่า คนละ กำกับไว้ จึงคูณตามจำนวนกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันบริษัท

ค่าปรับอีก 3 ฐานที่มักมาพร้อมกัน ประชุมใหญ่ล่าช้า บอจ.5 และงบการเงินที่ไม่ได้ตรวจสอบ

12,000 บาทเป็นเพดานของฐานยื่นงบการเงินล่าช้าเท่านั้น บริษัทจำกัดที่ค้างงบหลายปีมักพลาดอีก 3 ฐานไปพร้อมกัน คือไม่ประชุมใหญ่อนุมัติงบดุลภายใน 4 เดือน ไม่นำส่ง บอจ.5 ภายใน 14 วัน และยังไม่ได้ให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจงบ ทุกช่องในตารางนี้เป็นยอดของ 1 รอบปีบัญชี ของบริษัทที่มีกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันบริษัท 1 คน

ฐานความผิดใครจ่ายอัตราต่อรอบปีบัญชี
ยื่นงบการเงินล่าช้าเกิน 4 เดือนบริษัท 6,000 บาท และกรรมการผู้จัดการ 6,000 บาท ไม่คูณตามจำนวนกรรมการ12,000 บาท
ไม่ประชุมใหญ่อนุมัติงบดุลภายใน 4 เดือนบริษัท 6,000 บาท และกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันบริษัท คนละ 6,000 บาท12,000 บาท
ไม่นำส่ง บอจ.5 ภายใน 14 วันนับแต่วันประชุมสามัญกรรมการ ไม่เรียกเก็บจากตัวบริษัท2,000 บาท
งบการเงินที่ยังไม่ได้ให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี และกรรมการผู้จัดการ หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ ฝ่ายละเท่ากันสูงได้ถึง 40,000 บาท
รวมทั้งหมดบริษัทที่มีกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม 1 คนสูงได้ถึง 66,000 บาท

ก้อนใหญ่ที่สุดไม่ใช่ฐานยื่นงบการเงินล่าช้า แต่เป็นงบการเงินที่ยังไม่ได้ให้ผู้สอบบัญชีตรวจ ซึ่งกิจการค้างงบหลายปีเจอบ่อยที่สุด ฐานนี้คิดที่ 14,000 บาท 18,000 บาท หรือ 20,000 บาท ตามว่ายินยอมให้ปรับภายใน 30 วัน ภายใน 60 วัน หรือหลัง 60 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ เก็บทั้ง 2 ฝั่งเท่ากัน ยอดจึงถึง 40,000 บาท

ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็กที่ได้รับยกเว้นตามกฎกระทรวง ไม่ต้องให้ผู้สอบบัญชีตรวจงบ จึงไม่เข้าฐานนี้ ส่วนบริษัทจำกัดยังมีฐานย่อยของ พ.ร.บ. 2499 คือไม่จัดให้มีผู้สอบบัญชีตรวจสอบงบดุล ปรับบริษัท 1,000 บาท และกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันบริษัทคนละ 1,000 บาท

ยอด 66,000 บาทไม่ใช่เพดาน เพราะฐานประชุมใหญ่ล่าช้าคูณตามจำนวนกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันบริษัท ยอดจริงจึงขึ้นกับจำนวนกรรมการ และดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เครื่องคำนวณด้านบนคิดเฉพาะฐานยื่นงบการเงินล่าช้า ไม่รวมอีก 3 ฐานนี้

ค่าปรับยื่น บอจ.5 ล่าช้า

คนที่ถูกเรียกเก็บคือ กรรมการ ไม่ใช่ตัวบริษัท เพดานตามกฎหมายอยู่ที่ 10,000 บาท ส่วนอัตราที่ DBD ใช้กับฐานนี้ในทางปฏิบัติคือ 2,000 บาท

บอจ.5 คือสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1139 วรรคสอง กำหนดให้เป็นหน้าที่ของกรรมการ ที่จะส่งต่อนายทะเบียนอย่างน้อยปีละครั้ง และไม่ช้ากว่าวันที่ 14 นับแต่วันประชุมสามัญผู้ถือหุ้น โทษอยู่ที่ พ.ร.บ. กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนฯ พ.ศ. 2499 มาตรา 26 ซึ่งระบุตัวผู้กระทำความผิดไว้ว่า กรรมการใดของบริษัทจำกัด ค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 10,000 บาท

ฐานนี้เป็นคนละฐานกับการยื่นงบการเงินล่าช้า ค้างทั้งสองอย่างก็เสียทั้งสองอย่าง เครื่องคำนวณด้านบนคิดเฉพาะฐานยื่นงบการเงินล่าช้า ไม่รวมฐานนี้

ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ไม่มีแบบ บอจ.5 จึงไม่เข้าฐานนี้

ค่าปรับ บจก. กับ หจก. ต่างกันอย่างไร

อัตราค่าปรับ DBD ของบริษัทจำกัด (บจก.) และห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) เท่ากันทุกช่วงเวลาที่ล่าช้า ทั้ง 2 ประเภทใช้ 2,000 บาท 8,000 บาท และ 12,000 บาทต่อรอบปีบัญชี แบ่งเป็นฝั่งนิติบุคคลครึ่งหนึ่ง และฝั่งบุคคลอีกครึ่งหนึ่ง เพดานของฐานนี้คือ 12,000 บาทต่อรอบปีบัญชี และคิดแยกทุกปีที่ค้าง ดูยอดของกิจการที่ค้าง 3 ปี ได้ที่ ค่าปรับย้อนหลัง 3 ปี รวมเท่าไหร่

ความต่างอยู่ที่ชื่อคนที่ถูกเรียกเก็บ บริษัทจำกัดคือกรรมการผู้จัดการ ซึ่งตารางอัตราค่าปรับของ DBD คิดเพียงส่วนเดียวต่อรอบปีบัญชี ไม่ใช่กรรมการผู้มีอำนาจลงนามทุกคน ห้างหุ้นส่วนจำกัดคือหุ้นส่วนผู้จัดการ ส่วนกิจการร่วมค้าเก็บเฉพาะฝั่งนิติบุคคล ไม่มีค่าปรับส่วนตัวบุคคล

หลายคนเข้าใจว่าจด หจก. แล้วค่าปรับจะเบากว่า ซึ่งไม่ถูกต้อง ภาระเท่ากันทุกช่วงเวลาที่ล่าช้า ต่างกันแค่โครงสร้างการบริหาร และชื่อคนที่ถูกเรียกเก็บ ข้อมูลเก่าบางแหล่งระบุว่า หจก. เสีย 10,000 บาท ซึ่งไม่ตรงกับตารางฉบับปัจจุบัน อัตราจริงคือ 12,000 บาท เท่ากับบริษัทจำกัด

ค่าปรับฝั่งกรมสรรพากร ยื่น ภ.ง.ด.50 ล่าช้า

ค่าปรับ DBD เป็นเพียงก้อนแรก อีกก้อนมาจากกรมสรรพากร แยกเป็น 2 รายการ คือค่าปรับอาญาจากการยื่นแบบล่าช้า และเงินเพิ่มจากภาษีที่ค้างชำระ ทั้งสองคิดคนละฐาน และไม่ทดแทนกัน

รายการอัตราฐานทางกฎหมาย
ค่าปรับอาญา ยื่น ภ.ง.ด.50 ล่าช้าไม่เกิน 2,000 บาทต่อกระทงประมวลรัษฎากร มาตรา 35 ประกอบมาตรา 17 และมาตรา 69
เงินเพิ่ม กรณีมีภาษีค้างชำระ1.5% ต่อเดือน สูงสุดไม่เกิน 100% ของภาษีประมวลรัษฎากร มาตรา 27

ค่าปรับตามมาตรา 35 คิดเป็นรายกระทง ไม่ใช่รายปีแบบฝั่ง DBD กระทงคือหน่วยนับความผิด หน้าที่ที่ขาดไป 1 หน้าที่นับเป็น 1 กระทง การยื่น ภ.ง.ด.50 ล่าช้าหนึ่งรอบบัญชีจึงนับเป็น 2 กระทง คือตัวแบบที่ไม่ได้ยื่นภายในกำหนดของมาตรา 68 ซึ่งผิดมาตรา 17 และบัญชีที่ต้องแนบไปกับแบบตามมาตรา 69 กระทงละไม่เกิน 2,000 บาท

อัตราที่กรมสรรพากรใช้เปรียบเทียบปรับแบ่งเป็น 2 ชั้น คือล่าช้าไม่เกิน 7 วัน กระทงละ 1,000 บาท รวมประมาณ 2,000 บาทต่อปี และเลย 7 วันไปแล้ว กระทงละ 2,000 บาท รวมประมาณ 4,000 บาทต่อปี ผู้ที่ค้างมาเป็นเดือนหรือเป็นปีอยู่ในชั้นหลังทั้งหมด อัตรานี้กรมประกาศไว้เองที่ หน้า ภ.ง.ด.50/52/55 ของกรมสรรพากร ยอดจริงขึ้นกับการเปรียบเทียบปรับของเจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่ รายละเอียดของแบบนี้อ่านได้ที่ ภ.ง.ด.50 คืออะไร

วันเริ่มนับความล่าช้าฝั่งนี้เป็นคนละวันกับฝั่ง DBD กำหนดยื่น ภ.ง.ด.50 คือภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 68 ไม่ใช่ 5 เดือนแบบ DBD รอบบัญชีที่สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2568 นับครบ 150 วันในวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นวันหยุด วันสุดท้ายจึงเลื่อนมาลงที่ 2 มิถุนายน 2569 ตรงกับฝั่ง DBD พอดีในปีนี้ ปีอื่นไม่จำเป็นต้องตรงกัน เพราะเป็นคนละวิธีนับ

ผู้ที่ยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตได้ขยายเวลาออกไปอีก 8 วัน นับแต่วันพ้นกำหนดเวลาตามกฎหมาย ตามประกาศกระทรวงการคลัง ซึ่งครอบคลุมภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วย วันครบกำหนดที่ขยายแล้วของกิจการคุณจึงเป็นตัวตั้งต้นของทั้งช่วง 7 วันที่แบ่งอัตราค่าปรับ และจำนวนเดือนที่ใช้คิดเงินเพิ่ม

เงินเพิ่มไม่ใช่ค่าปรับ บางคนเรียกว่าดอกเบี้ยภาษีค้างชำระ แต่ตัวมันคือยอดที่เดินทุกเดือนจากภาษีที่ค้างชำระ ตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร มีเพดานสูงสุดไม่เกิน 100% ของภาษี ปีไหนไม่มีภาษีต้องชำระ ปีนั้นไม่มีเงินเพิ่ม เพราะฐานคือตัวภาษี ไม่ใช่ตัวรายได้ วิธีคิดพร้อมตัวอย่างอยู่ที่ วิธีคำนวณค่าปรับด้วยตัวเอง

ค่าปรับ DBD และค่าปรับสรรพากร เป็นคนละใบ ต้องบวกกันทั้งสองก้อน

2 กรมนี้ใช้คนละกฎหมาย และเรียกเก็บแยกกัน จ่ายค่าปรับ DBD ครบแล้วไม่ได้ทำให้ฝั่งสรรพากรหายไป และการยื่น ภ.ง.ด.50 ตรงเวลาก็ไม่ได้แปลว่ายื่นงบการเงินต่อ DBD แล้ว บริษัทจำกัดที่ค้าง 1 รอบปีบัญชี และล่าช้าเกิน 4 เดือน จ่ายค่าปรับ DBD 12,000 บาท และค่าปรับ ภ.ง.ด.50 อีก 4,000 บาท รวมเป็น 16,000 บาท ก่อนบวกตัวภาษี และเงินเพิ่ม ยอดที่ต้องเตรียมจริงจึงเป็นผลบวกของทั้ง 2 หน่วยงาน แล้วคูณด้วยจำนวนรอบปีบัญชีที่ค้างอีกชั้นหนึ่ง

ค่าปรับปิดงบล่าช้ามาจาก 2 กรม แยกกันคนละใบ ฝั่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าคือค่าปรับยื่นงบการเงินล่าช้า 12,000 บาทต่อรอบปีบัญชี สำหรับบริษัทจำกัดที่ล่าช้าเกิน 4 เดือน ฝั่งกรมสรรพากรคือค่าปรับยื่น ภ.ง.ด.50 ล่าช้า 4,000 บาท คิดรอบละ 2 กระทง รวมเป็น 16,000 บาทต่อรอบปีบัญชี ยอดนี้ยังไม่รวมตัวภาษีที่ค้าง และเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน จ่ายกรมหนึ่งครบแล้วอีกกรมก็ยังไม่หายไป

วิธีคำนวณค่าปรับยื่นงบการเงินล่าช้าด้วยตัวเอง

ค่าปรับคิดแยกเป็นรายรอบปีบัญชี ทุกรอบที่ยังไม่ได้ยื่นเป็นความผิดคนละครั้ง และมีค่าปรับของตัวเอง กิจการที่ค้างมา 3 ปี จึงเจอค่าปรับ 3 ก้อน ไม่ใช่ก้อนเดียวแล้วจบ แต่ละรอบที่ค้างมีค่าใช้จ่ายจริง 4 ก้อน จากคนละหน่วยงาน

  • ค่าปรับ DBD คิดตามประเภทนิติบุคคล และช่วงเวลาที่ล่าช้า
  • ค่าปรับยื่น ภ.ง.ด.50 ล่าช้า จากกรมสรรพากร เป็นค่าปรับอาญาตามมาตรา 35
  • ตัวภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ยังไม่ได้ชำระของรอบนั้น ซึ่งมักเป็นก้อนใหญ่ที่สุดสำหรับกิจการที่มีกำไร
  • เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน เกิดเฉพาะรอบที่มีภาษีค้างชำระ

ข้อควรระวังสำคัญ ถ้าคุณยื่นเองก่อนที่เจ้าหน้าที่จะออกหมายเรียก จะมีเฉพาะ 4 ก้อนนี้ แต่ถ้ากรมสรรพากรออกหมายเรียก และประเมินภาษีของปีที่ไม่ได้ยื่นเอง จะมีเบี้ยปรับตามประมวลรัษฎากร มาตรา 26 เพิ่มอีกก้อน ในอัตรา 2 เท่าของภาษีที่ต้องชำระ กฎหมายเขียนเป็นอัตราตายตัว ไม่ใช่เพดานสูงสุด

เบี้ยปรับก้อนนี้ขอลดได้ ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.81/2542 เจ้าพนักงานประเมินสั่งลดได้ แต่ต้องเสียไม่น้อยกว่า ร้อยละ 50 ของเบี้ยปรับ เงื่อนไขคือต้องยื่นคำร้องเป็นหนังสือต่อเจ้าพนักงานประเมินก่อนที่จะมีหนังสือแจ้งการประเมิน ต้องไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี และต้องให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ เมื่อหนังสือแจ้งการประเมินออกไปแล้ว ช่องทางนี้ปิดลง เหลือแต่การอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

ยื่นเองแล้วไม่มีเบี้ยปรับก้อนนี้เลย ถูกเรียกแล้วรีบยื่นคำร้อง เหลือครึ่งหนึ่ง ถูกเรียกแล้วปล่อยจนหนังสือแจ้งการประเมินออก จ่ายเต็ม 2 เท่า

กรมสรรพากรไม่มีมาตรการนิรโทษกรรมสำหรับผู้ที่ยื่นแบบย้อนหลัง คำสั่งที่กรมออกใหม่ในปี 2569 เป็นการปรับหลักเกณฑ์ และการมอบอำนาจภายใน ไม่ใช่การลดค่าปรับให้เป็นการทั่วไป เพดานที่ขอลดได้ยังเป็นครึ่งหนึ่งของเบี้ยปรับเหมือนเดิม

ช่วงค่าปรับนับจากวันครบกำหนดยื่น ไม่ใช่วันสิ้นรอบบัญชี

อัตราค่าปรับ DBD แบ่งตามความล่าช้า 3 ช่วง คือไม่เกิน 2 เดือน เกิน 2 เดือนถึง 4 เดือน และเกิน 4 เดือนขึ้นไป จุดที่ส่วนใหญ่นับผิดคือ ช่วงเหล่านี้นับจากวันครบกำหนดยื่นของกิจการคุณเอง ไม่ใช่วันสิ้นรอบบัญชี

รอบบัญชีที่สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2568 มีวันสุดท้ายคือ 2 มิถุนายน 2569 ตามที่กรมประกาศ ความล่าช้าจึงเริ่มนับจากวันถัดจากวันนั้น ไม่ใช่วันถัดจาก 31 พฤษภาคม และเส้นแบ่งช่วงเกิน 4 เดือนของรอบนี้อยู่ที่วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ไม่ใช่วันที่ 1 ตุลาคม 2569

ช้ากว่าวันครบกำหนด 1 เดือนครึ่ง ยังอยู่ในช่วงแรก ช้ากว่า 4 เดือนครึ่ง เข้าช่วงสูงสุดทันที ความต่างคือ 2,000 บาท กับ 12,000 บาท ต่อรอบปีบัญชี กิจการที่ค้างหลายปี ปีเก่าทุกปีเข้าช่วงเกิน 4 เดือนไปแล้วโดยอัตโนมัติ ปีที่ยังคุมยอดได้จึงเหลือแค่ปีล่าสุด

เงินเพิ่มสรรพากร 1.5% ต่อเดือน และเพดาน 100% ของภาษี

รอบปีบัญชีที่ค้างซึ่งมีภาษีเงินได้นิติบุคคลต้องชำระ จะมีเงินเพิ่มตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร ในอัตรา 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ค้างชำระ นับจากวันครบกำหนดชำระภาษี เศษของเดือนนับเป็น 1 เดือนเต็ม อัตรานี้เป็นของผู้ที่ยื่นเกินกำหนด ส่วนกรณีได้รับการขยายเวลาและชำระภายในเวลาที่ขยาย มาตรา 27 วรรคสอง ใช้อัตรา 0.75% ต่อเดือน

สูตรคือ ภาษีค้างชำระ คูณ 1.5% คูณจำนวนเดือนที่ล่าช้า ตัวอย่างแรก ภาษีค้าง 100,000 บาท ล่าช้า 24 เดือน ได้ 100,000 คูณ 1.5% คูณ 24 เท่ากับ 36,000 บาท ยังไม่ชนเพดาน จึงจ่ายเต็มตามที่คำนวณได้

เพดานอยู่ที่ 100% ของภาษีที่ต้องชำระ เงินเพิ่มจึงชนเพดานในเดือนที่ 67 หลังจากนั้นยอดไม่เพิ่มอีก ภาษีค้าง 100,000 บาท ล่าช้า 80 เดือน คำนวณได้ 120,000 บาท แต่จ่ายจริงเพียง 100,000 บาท

ปีที่ไม่มีภาษีต้องชำระ เงินเพิ่มเท่ากับ 0 บาท เพราะฐานเป็นศูนย์ กิจการที่ขาดทุน หรือไม่มีรายได้ จึงเจอเฉพาะค่าปรับ DBD และค่าปรับ ภ.ง.ด.50 แต่หน้าที่ยื่นงบยังอยู่เหมือนเดิม

งบรอบปีปฏิทิน กับ งบรอบคร่อม เปลี่ยนวันครบกำหนด

รอบปีบัญชีกำหนดวันครบกำหนดยื่น และวันครบกำหนดยื่นกำหนดช่วงค่าปรับ นับเดือนผิดตั้งแต่ต้น ยอดที่คำนวณได้จึงผิดทั้งก้อน งบรอบปีปฏิทินคือรอบ มกราคม ถึง ธันวาคม สิ้นสุดทุก 31 ธันวาคม วันช้าที่สุดตามปกติคือ 31 พฤษภาคมของปีถัดไป เลื่อนเป็นวันทำการถัดไปถ้าตรงกับวันหยุด นี่คือรอบมาตรฐานที่ใช้กันมากที่สุด

งบรอบคร่อม (Straddle) คือรอบที่ไม่ตรงปีปฏิทิน เช่น เมษายน ถึง มีนาคม รอบที่สิ้นสุด 31 มีนาคม ครบกำหนดยื่น 31 สิงหาคมของปีเดียวกัน และช่วงค่าปรับทั้ง 3 ช่วงเลื่อนตามทั้งชุด รอบปีบัญชีถูกกำหนดตั้งแต่ตอนจดทะเบียน เปลี่ยนภายหลังต้องได้รับอนุญาตจากสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี และยื่นคำร้องขออนุมัติต่ออธิบดีกรมสรรพากรอีกทางหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องที่ดูจากข้อบังคับบริษัทแล้วเปลี่ยนเองได้ ตรวจเดือนสิ้นรอบบัญชีของคุณได้ที่ เครื่องคำนวณรอบปีบัญชี

บริษัทเพิ่งจดทะเบียน ต้องเริ่มยื่นงบปีไหน

วันจดทะเบียนกำหนดว่ารอบปีบัญชีแรกที่ต้องนำส่งงบคือรอบไหน รอบแรกเริ่มนับตั้งแต่วันจดทะเบียน และปิดบัญชีครั้งแรกได้ไม่เกิน 12 เดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี ตาม พ.ร.บ. การบัญชี พ.ศ. 2543 กิจการที่จดทะเบียนกลางปีจึงมีรอบแรกสั้นกว่า 12 เดือนได้ และมีหน้าที่ยื่นงบเหมือนรอบอื่น

บริษัทจำกัดที่เพิ่งจดทะเบียนมีกำหนดเพิ่มอีกข้อ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1171 ให้จัดประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นครั้งแรกภายใน 6 เดือนนับแต่วันจดทะเบียนบริษัท และหลังจากนั้นอย่างน้อยครั้งหนึ่งทุก 12 เดือน บริษัทที่จดทะเบียนครึ่งปีหลังจึงอาจครบกำหนดประชุมครั้งแรกก่อนกำหนด 4 เดือนที่ต้องนำงบดุลเข้าที่ประชุม การพลาดกำหนดนี้เป็นค่าปรับอีกฐาน แยกจากค่าปรับยื่นงบการเงินล่าช้า

กิจการที่ไม่เคยยื่นงบเลยตั้งแต่จดทะเบียน ให้นับรอบที่ค้างจากรอบแรกนั้น ไม่ใช่จากปีล่าสุดปีเดียว ทุกรอบที่ผ่านไปคือค่าปรับอีกก้อน ไม่แน่ใจว่าจดทะเบียนวันไหน ดูจากหนังสือรับรองบริษัท หรือค้นนิติบุคคลจากระบบ DBD e-Service ส่วนวิธีดูว่ารอบไหนยื่นไปแล้ว อ่านได้ที่ เช็คก่อนว่ากิจการคุณยื่นแล้วหรือยัง

ตัวอย่างการคำนวณค่าปรับ 4 เคส

ทุกเคสด้านล่างเป็นยอดของรอบปีบัญชีเดียว ยกเว้นเคสที่ระบุไว้ว่าค้างหลายปี

เคสที่ 1 บริษัทจำกัด ยื่นล่าช้า 1 เดือน

ยื่นช้ากว่ากำหนด 1 เดือน ยังอยู่ในช่วงล่าช้าไม่เกิน 2 เดือน

  • ค่าปรับส่วนบริษัท 1,000 บาท
  • ค่าปรับส่วนกรรมการผู้จัดการ 1,000 บาท
  • รวมทั้งหมด 2,000 บาท

เคสที่ 2 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ยื่นล่าช้า 3 เดือน

ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ยื่นช้า 3 เดือน เข้าช่วงเกิน 2 เดือนถึง 4 เดือน

  • ค่าปรับส่วนห้างหุ้นส่วน 4,000 บาท
  • ค่าปรับส่วนหุ้นส่วนผู้จัดการ 4,000 บาท
  • รวมทั้งหมด 8,000 บาท

ล่าช้าเพิ่มจากเคสแรกเพียง 2 เดือน แต่ยอดขึ้นจาก 2,000 บาท เป็น 8,000 บาท แพงขึ้น 4 เท่า

เคสที่ 3 บริษัทจำกัด ค้าง 1 ปี และปีนั้นขาดทุน

ค้างยื่น 1 รอบปีบัญชี ล่าช้าเกิน 4 เดือน ปีนั้นขาดทุน จึงไม่มีภาษีเงินได้นิติบุคคลต้องชำระ

  • ค่าปรับ DBD 12,000 บาท มาจากบริษัท 6,000 บาท และกรรมการผู้จัดการ 6,000 บาท
  • ค่าปรับ ภ.ง.ด.50 4,000 บาท มาจาก 2 กระทง กระทงละ 2,000 บาท
  • เงินเพิ่ม 0 บาท เพราะไม่มีภาษีค้างชำระ
  • รวมทั้งหมด 16,000 บาท

กิจการที่มีกำไรต้องเตรียมตัวภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ค้างชำระ และเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีก้อนนั้นเพิ่มอีก ส่วนค่าปรับ DBD และค่าปรับ ภ.ง.ด.50 เท่ากันทั้งสองกรณี ตัวภาษีมักใหญ่กว่าเงินเพิ่มหลายเท่า จึงเป็นก้อนที่ต้องกันเงินไว้ก่อน

เคสที่ 4 บริษัทมหาชนจำกัด ไม่ยื่นงบการเงินเลย

ไม่ยื่นงบการเงินของรอบปีบัญชีนั้นเลย จึงเข้าอัตราสูงสุด

  • ค่าปรับส่วนบริษัท 36,000 บาท
  • ค่าปรับส่วนกรรมการผู้จัดการ 36,000 บาท
  • รวมทั้งหมด 72,000 บาท

หมายเหตุ: ตัวอย่างในหน้านี้ใช้ค่าปรับ ภ.ง.ด.50 ที่ 4,000 บาทต่อปี ซึ่งมาจาก 2 กระทง กระทงละ 2,000 บาท ตามโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาทต่อกระทงของประมวลรัษฎากร มาตรา 35 และเป็นอัตราของผู้ที่ล่าช้าเกิน 7 วัน ส่วนผู้ที่ล่าช้าไม่เกิน 7 วัน ใช้กระทงละ 1,000 บาท รวม 2,000 บาทต่อปี วิธีนับ 2 กระทง และการนับ 7 วันจากวันครบกำหนดยื่น อยู่ที่ ค่าปรับฝั่งกรมสรรพากร ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่างตามอัตราปัจจุบัน ยอดจริงขึ้นกับประเภทนิติบุคคล เดือนสิ้นรอบบัญชี ปีที่ยื่นล่าสุด และดุลพินิจของเจ้าหน้าที่

ไม่ได้ยื่นงบการเงิน 3 ปี หรือมากกว่า ต้องจ่ายค่าปรับย้อนหลังเท่าไหร่

ค่าปรับคิดแยกตามรอบปีบัญชี ยอดจึงคูณตามจำนวนปีที่ค้าง ไม่ใช่จ่ายครั้งเดียวจบ แต่ละรอบมีอายุความของตัวเอง รอบที่เก่ากว่านั้นมักไม่ถูกเรียกเก็บแล้ว ส่วนเงินเพิ่มคิดจากภาษีที่ค้างชำระของแต่ละรอบ และเดินทุกเดือนจนกว่าจะชำระ

สถานการณ์ตัวอย่าง: บริษัทจำกัด (บจก.) ค้างยื่นงบการเงิน 3 รอบปีบัญชีติดต่อกัน โดยรอบล่าสุดพ้นกำหนดยื่นมาแล้วเกิน 4 เดือน แต่ยังไม่ถึง 1 ปี

รอบปีบัญชีที่ค้างค่าปรับ DBDค่าปรับ ภ.ง.ด.50สถานะของค่าปรับ DBD
รอบล่าสุดที่ค้าง12,000 บาท4,000 บาทยังเรียกเก็บได้
รอบก่อนหน้า12,000 บาทขาดอายุความแล้วมักยังเรียกเก็บได้
รอบที่ครบกำหนดยื่นมาเกิน 2 ปี12,000 บาทขาดอายุความแล้วมักขาดอายุความแล้ว
ยอดเต็มถ้านับทุกรอบ36,000 บาท12,000 บาท
ที่มักเรียกเก็บได้จริง24,000 บาท4,000 บาท

ค่าปรับ DBD มีอายุความ 2 ปี นับจากวันที่พ้นกำหนดยื่นของรอบนั้น รอบที่เก่ากว่านั้นมักไม่ถูกเรียกเก็บแล้ว

แต่ยังต้องยื่นงบให้ครบทุกรอบอยู่ดี รอบที่ขาดอายุความคือไม่ถูกปรับ ไม่ใช่ไม่ต้องยื่น

รายละเอียดของอายุความแต่ละหน่วยงานอยู่ที่หัวข้อ ไม่ยื่นงบการเงิน อายุความกี่ปี

ยอดเต็มของค่าปรับ 2 ก้อนนี้คือ 48,000 บาท แต่หลังหักรอบที่ขาดอายุความแล้ว ส่วนที่มักเรียกเก็บได้จริงมักอยู่ที่ 28,000 บาท

ถ้ารอบไหนมีภาษีค้างชำระ จะมีเงินเพิ่มอีกก้อน คิดแยกรายรอบจากวันครบกำหนดชำระของรอบนั้น 1.5% ต่อเดือน จนถึงเพดาน 100% ของภาษีรอบนั้น เงินเพิ่มไม่มีอายุความแบบเดียวกับค่าปรับ

ถ้ารอบล่าสุดที่ค้างพ้นกำหนดมาเกิน 1 ปีแล้ว ค่าปรับ ภ.ง.ด.50 ที่เรียกเก็บได้จะเหลือ 0 บาท และยอดที่มักเรียกเก็บได้จริงจะเหลือ 24,000 บาท ส่วนกิจการที่ใช้รอบปีปฏิทิน ถ้าคำนวณกลางปี รอบล่าสุดมักยังอยู่ในช่วง 2 เดือน หรือ 2 ถึง 4 เดือน ซึ่งเสียน้อยกว่าตัวอย่างนี้

ยอดจริงขึ้นกับว่าแต่ละรอบครบกำหนดมานานแค่ไหน และมีภาษีค้างเท่าไร กรอกข้อมูลในเครื่องคำนวณด้านบนจะได้ยอดของกิจการคุณเอง พร้อมยอดเต็มถ้านับทุกรอบ

หมายเหตุ: ถ้ากรมสรรพากรออกหมายเรียกประเมินเอง จะมีเบี้ยปรับตามมาตรา 26 อีก 2 เท่าของภาษีเพิ่มขึ้นมาอีกก้อน ซึ่งยื่นคำร้องขอลดได้เหลืออย่างน้อยร้อยละ 50 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.81/2542 ถ้ายื่นคำร้องก่อนหนังสือแจ้งการประเมินออก

ยิ่งค้างนาน ยอดยิ่งสะสม เพราะค่าปรับ DBD และค่าปรับ ภ.ง.ด.50 เพิ่มขึ้นทุกรอบปีบัญชีที่ผ่านไป ส่วนเงินเพิ่มเดินทุกเดือนจนถึงเพดาน 100% ของภาษี

กิจการที่ไม่มีรายได้เลยในปีที่ค้าง ก็ยังต้องยื่นงบการเงิน และยังมีค่าปรับ DBD เหมือนกัน ต่างกันแค่ไม่มีเงินเพิ่มเท่านั้น บางคนเข้าใจว่าปีที่ไม่มีรายได้ไม่ต้องยื่น ซึ่งไม่ถูกต้อง อ่านรายละเอียดได้ที่ ไม่มีรายได้ต้องปิดงบไหม

หมายเหตุ: ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่าง ยอดจริงขึ้นกับประเภทนิติบุคคล จำนวนปีที่ค้าง เดือนสิ้นรอบบัญชี จำนวนภาษีที่ค้างชำระจริง และดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ในการกำหนดค่าปรับ

กิจการที่ค้างหลายปีไม่จำเป็นต้องปิดงบพร้อมกันทุกปี ปิดทีละปีได้ ซึ่งช่วยกระจายภาระค่าใช้จ่ายออกไป ดูขั้นตอนและค่าบริการได้ที่ ปิดงบการเงิน

วิธีลดค่าปรับ DBD ที่ทำได้จริง

อัตราต่อรองไม่ได้ สิ่งที่ลดยอดได้จริงมีอย่างเดียว คือจำนวนเดือนที่ล่าช้า ส่วนการขอผ่อนชำระตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 มาตรา 9 วรรคสอง ไม่ได้ลดยอด แต่แบ่งจ่ายได้ อัตราในตารางเป็นเกณฑ์มาตรฐานที่ DBD ใช้กำหนดค่าปรับเป็นพินัย เจ้าหน้าที่ไม่ลดให้จากการต่อรอง และ ณ วันที่ตรวจสอบ 23 สิงหาคม 2569 ไม่มีมาตรการลดค่าปรับหรือผ่อนผันเป็นการทั่วไป

เพดานตามกฎหมายของฐานนี้คือค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 50,000 บาท ตาม พ.ร.บ. การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 30 ตัวเลข 12,000 บาทจึงเป็นเกณฑ์ที่กรมใช้ ไม่ใช่เพดานสูงสุดตามกฎหมาย สิ่งที่คุณควบคุมได้จริงมี 2 อย่าง คือจำนวนเดือนที่ล่าช้า และจำนวนปีบัญชีที่ปล่อยค้างไว้ ทั้ง 2 อย่างยังอยู่ในมือคุณ และทำได้ทันที

สิ่งที่กฎหมายเปิดช่องไว้เป็นคนละเรื่องกับการต่อรองอัตรา พ.ร.บ. ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 ให้เจ้าหน้าที่พิจารณาสถานะทางเศรษฐกิจของผู้กระทำความผิดประกอบการกำหนดค่าปรับ และเปิดให้ยื่นคำร้องขอผ่อนชำระตามมาตรา 9 วรรคสอง หากชำระครั้งเดียวไม่ไหว กฎหมายไม่ได้กำหนดจำนวนงวดหรือกรอบเวลาไว้ตายตัว เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือศาลเป็นผู้กำหนด

ข้อควรระวังสำคัญ ถ้าผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งโดยไม่มีเหตุอันสมควร การผ่อนชำระเป็นอันยกเลิก ต้องชำระส่วนที่ค้างให้ครบภายในเวลาที่กำหนด

ยื่นให้ทันก่อนข้ามไปช่วงค่าปรับถัดไป

ค่าปรับ DBD ไม่ได้เพิ่มทีละวัน แต่กระโดดเป็นช่วง ข้ามเส้น 2 เดือน และเส้น 4 เดือนเมื่อไหร่ ยอดเปลี่ยนทันที ยื่นให้ทันก่อนข้ามเส้นถัดไปจึงเป็นวิธีลดค่าปรับที่ตรงที่สุด ถ้าคุณล่าช้ามาแล้ว 1 เดือนครึ่ง และปิดงบเสร็จภายในอีก 2 สัปดาห์ คุณเสีย 2,000 บาท แต่ถ้าปล่อยต่ออีก 2 เดือน ยอดกลายเป็น 8,000 บาท แพงขึ้น 4 เท่า ตัวเลขนี้เป็นยอดของรอบบัญชีเดียว ยอดจริงขึ้นกับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่

เริ่มจากเอกสารที่ใช้เวลานานที่สุด

สิ่งที่ทำให้ปิดงบไม่ทันมักไม่ใช่ตัวงานบัญชี แต่เป็นเอกสารที่ยังมาไม่ครบ โดยเฉพาะสำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง ซึ่งต้องไปติดต่อขอที่สาขา และใช้เวลาหลายวัน ให้จัดคิวเรื่องนี้ก่อนเรื่องอื่นทั้งหมด ระหว่างรอเอกสารจากธนาคาร งานส่วนที่เหลือทำไปพร้อมกันได้ ไม่ต้องรอให้เอกสารครบทุกใบก่อนจึงเริ่ม

ปิดทีละปี และแบ่งจ่าย ถ้าเงินยังไม่พร้อม

เจ้าของกิจการที่ค้างหลายปีมักติดตรงที่ต้องจ่ายทีเดียวก้อนใหญ่ การรอจนมีเงินครบทุกปีเป็นทางที่แพงที่สุด เพราะทุกรอบที่ยังค้างถูกปรับเต็มเพดานอยู่แบบนั้น ในทางปฏิบัติ คุณไม่ต้องปิดทุกปีพร้อมกัน ปิดทีละปีได้ ซึ่งช่วยกระจายภาระค่าใช้จ่าย

สิ่งสำคัญคือลำดับ ถ้ายังมีรอบที่ยังไม่ข้ามเส้น 2 เดือน หรือ 4 เดือน ให้เริ่มจากรอบนั้นก่อน เพราะเป็นรอบเดียวที่ยังลดค่าปรับ DBD ได้ทัน ถ้าทุกรอบเลยเส้น 4 เดือนไปหมดแล้ว ให้เริ่มจากปีที่เก่าที่สุด เพราะยอดยกมาของปีถัดไปต้องใช้ตัวเลขจากปีก่อนหน้า ส่วนรอบที่เลยเพดานไปแล้ว ค่าปรับ DBD เท่าเดิม แต่ถ้ารอบนั้นมีภาษีค้างชำระ เงินเพิ่มยังเดินทุกเดือนจนกว่าจะจ่าย

ตรวจสอบจดหมายเตือนก่อนจ่าย

จดหมายเตือนจาก DBD ไม่ได้ถูกต้องเสมอไป บางครั้งปีบัญชีที่ระบุ หรือสถานะการยื่นไม่ตรงกับความจริง คุณมีสิทธิ์ตรวจสอบ และโต้แย้งได้ หากมีหลักฐานยืนยันชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ต้องพูดตรง ๆ ว่า โอกาสได้รับการยกเว้นค่อนข้างต่ำ การยื่นคำร้องใช้ได้กับกรณีที่มีเหตุผลสมควรจริง เช่น ได้รับข้อมูลผิดพลาดจากหน่วยงาน หรือมีเหตุสุดวิสัย ไม่ใช่กรณีลืมยื่น ส่วนกรณียังไม่มีเงินจ่าย ช่องทางที่ตรงกว่าคือคำร้องขอผ่อนชำระ ไม่ใช่การขอยกเว้น

ถ้าไม่จ่ายค่าปรับ DBD จะเกิดอะไรขึ้น

DBD ออกหนังสือแจ้งข้อกล่าวหา แล้วออกคำสั่งปรับเป็นพินัย ถ้ายังไม่ชำระ เรื่องส่งต่อให้พนักงานอัยการฟ้องเป็นคดีความผิดทางพินัย ไม่ได้เงียบไปเอง และแต่ละขั้นแก้ยากกว่าขั้นก่อน

ขั้นตอนเมื่อไม่ชำระค่าปรับเป็นพินัยของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ใช้ตั้งแต่ 25 ตุลาคม 2566 ขั้นที่ 1 หนังสือแจ้งข้อกล่าวหา ชี้แจงได้ภายใน 30 วัน ขั้นที่ 2 คำสั่งปรับเป็นพินัย ชำระภายใน 15 ถึง 30 วัน ขั้นที่ 3 ส่งให้พนักงานอัยการฟ้องเป็นคดีความผิดทางพินัย ค่าปรับเป็นพินัยไม่ใช่โทษอาญา และไม่มีการจำคุกแทนค่าปรับ

หนังสือแจ้งข้อกล่าวหา แล้วตามด้วยคำสั่งปรับเป็นพินัย

ขั้นแรก DBD ส่ง หนังสือแจ้งข้อกล่าวหา ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 มาตรา 19 ซึ่งบังคับให้เจ้าหน้าที่เปิดโอกาสให้คุณชี้แจงหรือแก้ข้อกล่าวหา คุณให้การได้ทันที หรือให้ถ้อยคำภายหลังภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ตามกฎกระทรวงการแสวงหาข้อเท็จจริง การรวบรวมพยานหลักฐาน และการชี้แจงหรือแก้ข้อกล่าวหา พ.ศ. 2566 ข้อ 8 และควรตอบกลับทันที ไม่ต้องรอจนใกล้ครบกำหนด กรณีเป็นนิติบุคคล หนังสือจะแจ้งไปที่ผู้จัดการหรือผู้แทนของนิติบุคคลนั้น ช่วงนี้แก้ง่ายที่สุด เพราะยังจบได้ด้วยการปิดงบ และชำระค่าปรับตามอัตราปกติ

เมื่อได้รับหนังสือแจ้งข้อกล่าวหา คุณเลือกได้ 3 ทาง คือรับสารภาพและชำระค่าปรับทันที รับสารภาพแล้วรอหนังสือคำสั่งปรับเป็นพินัย หรือชี้แจงพร้อมเอกสารประกอบ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่าเจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งจำนวนเงินค่าปรับภายในไม่เกิน 60 วันนับจากได้รับหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาฉบับแรก

ขั้นถัดมาคือ คำสั่งปรับเป็นพินัย ซึ่งทำเป็นหนังสือ ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังที่อยู่ตามทะเบียน หรือส่งทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ตรวจทั้งไปรษณีย์ตามที่อยู่จดทะเบียน และอีเมลที่แจ้งไว้กับหน่วยงาน ในคำสั่งจะระบุวันที่ต้องชำระ ซึ่งอยู่ระหว่าง 15 ถึง 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และกฎหมายบังคับให้ระบุสิทธิขอผ่อนชำระ กับสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลไว้ในคำสั่งด้วย

เมื่อได้รับคำสั่งแล้ว คุณมี 3 ทาง คือชำระภายในกำหนด ยื่นคำร้องขอผ่อนชำระ หรือยื่นคำร้องต่อศาล ซึ่งทางสุดท้ายใช้ได้เฉพาะบุคคลธรรมดาที่ยากจน หรือไม่มีเงินชำระค่าปรับ โดยขอให้กำหนดค่าปรับต่ำกว่าที่กฎหมายบัญญัติ หรือขอทำงานบริการสังคมแทนค่าปรับ

เรื่องถูกส่งให้พนักงานอัยการฟ้องเป็นคดีความผิดทางพินัย

ถ้าคุณปฏิเสธข้อกล่าวหา หรือไม่ชำระค่าปรับภายในเวลาที่กำหนดในคำสั่ง เจ้าหน้าที่จะสรุปข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และพยานหลักฐาน แล้วส่งสำนวนให้พนักงานอัยการฟ้องเป็นคดีความผิดทางพินัยต่อศาล ขั้นนี้เสียเวลา มีค่าใช้จ่ายต่อสู้คดีเพิ่ม และค่าปรับที่ศาลกำหนดอาจไม่เท่าที่เจ้าหน้าที่กำหนดไว้เดิม

ข่าวดีคือคดีความผิดทางพินัยไม่ใช่คดีอาญา ไม่มีการจำคุกหรือกักขังแทนค่าปรับ และไม่ถูกบันทึกในประวัติอาชญากรรม ถ้าพนักงานสอบสวนพบความผิดทางพินัยปนอยู่ในคดีอาญา กฎหมายให้แจ้งเจ้าหน้าที่ของรัฐที่รับผิดชอบไปดำเนินการปรับเป็นพินัย ไม่ใช่ดำเนินคดีอาญาในกรรมนั้น ส่วนความผิดฐานเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีของกรมสรรพากรยังเป็นคดีอาญาเต็มรูปแบบ และเป็นคนละเรื่องกับค่าปรับ DBD

นายทะเบียนอาจขีดชื่อนิติบุคคลออกจากทะเบียน (บริษัทร้าง)

ในกรณีที่ปล่อยไว้นานที่สุด นายทะเบียนมีอำนาจขีดชื่อนิติบุคคลออกจากทะเบียนในฐานะบริษัทร้าง เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่ากิจการไม่ได้ประกอบธุรกิจแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1273/1 ถึง 1273/3 โดยใช้การไม่นำส่งงบการเงินติดต่อกันหลายปีเป็นหลักฐานประกอบ ผลคือบริษัท หรือ หจก. ของคุณสิ้นสภาพนิติบุคคล และใช้ดำเนินธุรกิจต่อไม่ได้ ผู้เป็นหุ้นส่วน ผู้ถือหุ้น หรือเจ้าหนี้ ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้กลับคืนสู่ทะเบียนได้ตามมาตรา 1273/4 แต่เป็นกระบวนการทางศาลที่ใช้ทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย

บางคนเข้าใจว่าถ้าปล่อยไว้จนชื่อหลุดจากทะเบียน เรื่องจะจบไปเอง ซึ่งไม่ถูกต้อง ความรับผิดของกรรมการ หุ้นส่วนผู้จัดการ และผู้ถือหุ้น ยังคงมีอยู่เท่าเดิม ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1273/3 ซึ่งเพียงคงความรับผิดที่มีอยู่เดิมไว้ ไม่ได้สร้างความรับผิดใหม่ ค่าปรับ DBD ส่วนบุคคลจึงยังตกที่กรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ ไม่ใช่ผู้ถือหุ้นทั่วไป เพราะถูกเรียกเก็บแยกจากนิติบุคคลมาตั้งแต่ต้น

ผลกระทบต่อการขอสินเชื่อ และการทำธุรกิจ

ผลที่มาถึงเร็วกว่าคดีความคือความน่าเชื่อถือ ธนาคารขอดูงบการเงินย้อนหลังก่อนอนุมัติสินเชื่อ กิจการที่ค้างงบจึงยื่นกู้ได้ยาก และคู่ค้ารายใหญ่ที่ตรวจข้อมูลนิติบุคคลก่อนทำสัญญาก็เห็นสถานะเดียวกัน การปิดงบให้ครบจึงเป็นเงื่อนไขแรกก่อนยื่นกู้ เพราะธนาคารขอดูย้อนหลังหลายปี ไม่ใช่เฉพาะปีล่าสุด

บทลงโทษกรรมการที่ไม่ยื่นงบการเงิน

ค่าปรับไม่ได้จบที่ชื่อบริษัท ผู้มีหน้าที่นำส่งงบการเงินคือตัวนิติบุคคล แต่ พ.ร.บ. การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 40 ให้กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน ต้องรับโทษด้วย DBD จึงเรียกเก็บค่าปรับส่วนบุคคลจากกรรมการผู้จัดการ หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ ด้วยชื่อของตัวเอง ภาระนี้ตกที่ตัวคุณโดยตรง และไม่หายไปเองเมื่อบริษัทหยุดเคลื่อนไหว กรรมการผู้จัดการของ บจก. และหุ้นส่วนผู้จัดการของ หจก. ถูกเรียกในฐานะผู้รับผิดชอบโดยตรง และอาจได้รับหนังสือเชิญพบ

กฎหมายฐานความผิดโทษ
พ.ร.บ. การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 30 และมาตรา 40ไม่นำส่งงบการเงินภายในกำหนดค่าปรับเป็นพินัย เรียกเก็บทั้งนิติบุคคล และผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน ตามตารางอัตราค่าปรับของ DBD
พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด มาตรา 195คณะกรรมการไม่จัดทำและเสนองบการเงินต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามมาตรา 112ความผิดทางพินัย ค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 20,000 บาท
ประมวลรัษฎากร มาตรา 35ไม่ยื่นแบบแสดงรายการภายในกำหนดปรับไม่เกิน 2,000 บาทต่อกระทง
ประมวลรัษฎากร มาตรา 37เจตนาหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งไม่ใช่กรณียื่นงบล่าช้าตามปกติจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 7 ปี และ ปรับตั้งแต่ 2,000 ถึง 200,000 บาท

ตัวเลข 20,000 บาทในตารางใช้กับคณะกรรมการของบริษัทมหาชน ตาม พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 มาตรา 195 ซึ่งเปลี่ยนจากโทษปรับอาญามาเป็นความผิดทางพินัย และเป็นคนละฐานกับการนำส่งงบการเงินต่อนายทะเบียน กรรมการของ บจก. และหุ้นส่วนผู้จัดการของ หจก. จะเจอค่าปรับเป็นพินัยของ DBD ในชื่อของตัวเองเป็นหลัก ส่วนค่าปรับอาญาตามมาตรา 35 เรียกเก็บจากตัวนิติบุคคลผู้มีหน้าที่ยื่นแบบ

พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 เป็น 1 ใน 7 ฉบับของกระทรวงพาณิชย์ที่เปลี่ยนเป็นความผิดทางพินัยพร้อมกันเมื่อ 25 ตุลาคม 2566 ส่วนประมวลรัษฎากรไม่ได้อยู่ในชุดนี้ ค่าปรับฝั่งกรมสรรพากรจึงยังเป็นค่าปรับอาญาเหมือนเดิม

แถวสุดท้ายหนักที่สุดในตาราง มาตรา 37 ใช้กับผู้ที่มีเจตนาแจ้งข้อความเท็จ หรือฉ้อโกงเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี กฎหมายเขียนว่าจำคุก และ ปรับ ไม่ใช่อย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งยังมีขั้นต่ำกำกับไว้ที่ 3 เดือน และ 2,000 บาท การยื่นงบล่าช้าโดยไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีไม่เข้าฐานนี้ ส่วนค่าปรับตามมาตรา 35 คิดเป็นรายกระทง ไม่ใช่รายปี วิธีนับกระทงอยู่ที่ ค่าปรับฝั่งกรมสรรพากร

คำเตือนสำคัญ: อัตราค่าปรับ DBD กำหนดไว้ชัดเจนตามตารางอัตราค่าปรับ และต่อรองลดอัตราไม่ได้ สิ่งที่กฎหมายเปิดให้ทำคือยื่นคำร้องขอผ่อนชำระ ส่วนสิ่งที่ยังลดยอดได้จริงมีอย่างเดียวคือจำนวนเดือนที่คุณปล่อยให้ล่าช้าต่อไป

ไม่ยื่นงบการเงิน อายุความกี่ปี

ค่าปรับ DBD มีอายุความ 2 ปี นับจากวันพ้นกำหนดยื่นของแต่ละรอบ ค่าปรับอาญา ภ.ง.ด.50 มีอายุความ 1 ปี ส่วนกรมสรรพากรตรวจสอบย้อนหลังได้ไกลกว่านั้นมาก รอบที่พ้นกำหนดก่อนวันที่ 25 ตุลาคม 2566 ใช้อายุความเดิม 1 ปี

รายการอายุความหมายเหตุ
ค่าปรับเป็นพินัยของ DBD2 ปีนับแต่วันกระทำความผิด ซึ่งคือวันที่พ้นกำหนดยื่นงบการเงินของรอบบัญชีนั้น ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 มาตรา 11
ค่าปรับอาญา ภ.ง.ด.50 ตามมาตรา 351 ปีเป็นความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 (5)
ความผิดฐานเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี ตามมาตรา 3710 ปีระวางโทษจำคุกเกิน 1 ปี ถึง 7 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 (3)
การออกหมายเรียกตรวจสอบปีที่ไม่ได้ยื่นแบบไม่ได้กำหนดไว้ในตัวบทประมวลรัษฎากร มาตรา 23 ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาการออกหมายเรียกไว้ในตัวบท จึงย้อนหลังได้ไกลกว่ากรณีที่ยื่นแบบไว้แล้วมาก แต่ในทางปฏิบัติถูกจำกัดด้วยอายุความหนี้ภาษีอากร 10 ปี ตามแถวถัดไป
หนี้ภาษีที่ประเมินแล้ว10 ปีอายุความเรียกให้ชำระหนี้ภาษีอากร ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/31
ถ้ามีคำสั่งปรับ หรือฟ้องภายใน 2 ปีต่ออีก 5 ปีคดีไม่ขาดอายุความ และบังคับชำระได้อีก 5 ปี ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 มาตรา 12

ค่าปรับ DBD มีอายุความสั้นที่สุดเพียง 2 ปี แต่ฝั่งกรมสรรพากรย้อนกลับไปได้ไกลกว่ามาก

บางคนเข้าใจว่ากรอบเวลาการประเมินย้อนหลังคุ้มครองปีที่ตัวเองไม่ได้ยื่น ซึ่งไม่ถูกต้อง กรอบเวลานั้นใช้กับคนที่ยื่นแบบไว้แล้ว ส่วนปีที่ไม่ได้ยื่นเลย ประมวลรัษฎากร มาตรา 23 ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาการออกหมายเรียกไว้ในตัวบท จึงย้อนกลับไปได้ไกลกว่ามาก แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีที่สิ้นสุด เพราะยังถูกจำกัดด้วยอายุความเรียกให้ชำระหนี้ภาษีอากร 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/31

เมื่อประเมินแล้ว หนี้ภาษีก้อนนั้นยังมีอายุความอีก 10 ปี ความเสี่ยงก้อนใหญ่จึงอยู่ที่ฝั่งสรรพากร ไม่ใช่ฝั่ง DBD

ข้อควรระวังสำคัญ: การรอให้ครบ 2 ปีไม่ใช่ทางออก เพราะแต่ละปีบัญชีที่ค้างมีวันกระทำความผิดของตัวเอง และนับอายุความแยกกัน ปีล่าสุดที่ค้างจึงอยู่ในกรอบเวลาเสมอ และถ้าได้รับคำสั่งปรับเป็นพินัยของรอบไหนไปแล้ว รอบนั้นไม่ขาดอายุความ ต้องชำระเต็มจำนวน

ขณะที่ฝั่งภาษียังตามย้อนหลังได้อีกนาน และหน้าที่จัดทำกับนำส่งงบการเงินของปีเก่าก็ไม่ได้หายไปพร้อมอายุความค่าปรับ

ในทางปฏิบัติ เจ้าหน้าที่บางรายออกคำสั่งปรับให้ทุกรอบที่นำส่งในคราวเดียวกัน แม้รอบเก่าจะพ้น 2 ปีไปแล้ว ซึ่งเป็นเหตุผลที่หน้านี้แสดงทั้งยอดเต็มถ้านับทุกรอบ และยอดที่มักเรียกเก็บได้จริง

สิ่งสำคัญคือต้องรู้ให้ชัดว่ารอบบัญชีของคุณครบกำหนดยื่นวันไหน เพราะทุกอย่างในตารางนี้นับจากวันนั้น

นิติบุคคลต่างประเทศ และกิจการร่วมค้า ใช้คนละอัตรา

บริษัทมหาชนจำกัด และนิติบุคคลต่างประเทศ เสียสูงถึง 72,000 บาทต่อรอบปีบัญชี สูงกว่าบริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน 6 เท่า ส่วนกิจการร่วมค้าเสียสูงสุด 36,000 บาท และเก็บเฉพาะฝั่งนิติบุคคล ทุกประเภทนำส่งผ่าน DBD e-Filing เหมือนกัน

กรณีล่าช้าเกิน 4 เดือน นิติบุคคลต่างประเทศเสียค่าปรับส่วนนิติบุคคล 36,000 บาท และผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานเสียอีก 36,000 บาท รวมเป็น 72,000 บาทต่อปีบัญชี คิดเป็น 6 เท่าของ บจก. และ หจก. อัตราเดียวกันนี้ใช้กับบริษัทมหาชนจำกัดด้วย ตัวเลขในตารางใช้ได้กับกลุ่มต่อไปนี้ แต่โครงสร้างของกิจการกลุ่มนี้มีรายละเอียดเพิ่มเติมที่ทำให้ยอดจริงต่างออกไป

  • สาขาของบริษัทต่างประเทศในไทย
  • สำนักงานผู้แทน (Representative Office)
  • นิติบุคคลที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน BOI ซึ่งจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดไทย ใช้อัตราของบริษัทจำกัดตามปกติ คือ 2,000 บาท 8,000 บาท และ 12,000 บาท
  • กิจการร่วมค้า (Joint Venture) ซึ่งเก็บค่าปรับเฉพาะส่วนนิติบุคคล ไม่มีค่าปรับส่วนตัวบุคคล

กิจการ BOI ไม่ได้ใช้อัตราของนิติบุคคลต่างประเทศ เพราะตารางอัตราค่าปรับของ DBD ไม่มีแถว BOI และไม่มีแถวโครงสร้างพิเศษ เครื่องคำนวณด้านบนออกแบบมาสำหรับ บจก. และ หจก. เท่านั้น ถ้ากิจการของคุณอยู่ใน 4 กลุ่มนี้ ยอดจริงขึ้นกับระเบียบเฉพาะของ DBD และโครงสร้างนิติบุคคล ทักมาบอกประเภทกิจการ และปีบัญชีที่ค้าง เราคำนวณให้ก่อนนำส่ง

ข้อควรระวังเมื่อต้องปิดงบย้อนหลัง

งานปิดงบย้อนหลังต่างจากการปิดงบรอบปัจจุบันอยู่ 6 เรื่อง รู้ไว้ก่อนจะช่วยให้วางแผนเวลา และเงินได้ตรงกับความเป็นจริงมากขึ้น

เอกสารเก่าหายได้ และยังมีทางทดแทน

เคสที่ย้อนไปหลายปี ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี และเอกสารการเงินอื่น ๆ มักสูญหายหรือชำรุดไปบางส่วน นี่เป็นเรื่องปกติของเคสที่ค้างนาน ไม่ใช่เรื่องที่ทำให้ปิดงบไม่ได้ เมื่อเอกสารหาย ยังมีวิธีทดแทนที่ใช้ได้จริง

  • ขอข้อมูลย้อนหลังจากกรมสรรพากร
  • ขอสำเนาเอกสารจากคู่ค้าที่ออกบิลให้
  • ประมาณการจากข้อมูลเท่าที่มีอยู่
  • ใช้หลักฐานอื่นประกอบแทนเอกสารที่หายไป

วิธีเหล่านี้ใช้เวลา และมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่การมีเอกสารบางส่วนดีกว่าไม่มีเลย รวบรวมเท่าที่หาได้ก่อน แล้วค่อยเติมส่วนที่ขาด

สำเนาบัญชีธนาคาร เงื่อนไขต่างกันไปตามธนาคาร

บัญชีธนาคารที่มีรายการเดินบัญชีในปีที่ค้าง ต้องขอสำเนารายการเดินบัญชีย้อนหลังจากธนาคาร จุดที่มักเข้าใจผิดคือคิดว่าต้องไปเองทุกกรณี ซึ่งไม่ถูกต้อง ธนาคารส่วนใหญ่รับหนังสือมอบอำนาจ ที่ต้องเผื่อเวลามากกว่าแห่งอื่นคือธนาคารกรุงเทพ (BBL) ซึ่งให้ผู้มีอำนาจมาเองเท่านั้น และกสิกรไทย (KBank) ซึ่งมีแบบฟอร์มมอบอำนาจของธนาคารเองให้ใช้ เงื่อนไขรายธนาคารครบทุกแห่งอยู่ในคำถามที่พบบ่อยท้ายหน้านี้

ชุดเอกสารมาตรฐานกรณีผู้มีอำนาจไปเอง คือหนังสือรับรองนิติบุคคลอายุไม่เกิน 30 วัน หน้าสมุดบัญชีตัวจริง และบัตรประชาชนผู้มีอำนาจ กรณีมอบอำนาจ เพิ่มสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจพร้อมรับรองสำเนา และแบบฟอร์มขอรายการเดินบัญชีของธนาคาร บางแห่งรับหนังสือรับรองที่อายุมากกว่านั้น และบางแห่งขอให้ประทับตราสำคัญของนิติบุคคล เงื่อนไขรายธนาคารพร้อมแบบฟอร์มดาวน์โหลดฟรีอยู่ที่ ขอ Statement บริษัทย้อนหลัง

ขั้นตอนนี้ใช้เวลาหลายวัน และเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้เคสค้างงบยืดออกไปอีกหลายเดือน ให้โทรถามสาขาที่เปิดบัญชีก่อนว่ารับหนังสือมอบอำนาจหรือไม่ แล้วจัดคิวเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่สัปดาห์แรก

เช็คสถานะผู้ทำบัญชีก่อน ไม่อย่างนั้นระบบไม่ให้ยื่น

ก่อนยื่นงบ ให้ตรวจว่าผู้ทำบัญชีของกิจการมีสถานะ คงอยู่ ในระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ถ้าไม่ใช่ คงอยู่ เช่น ถูกพักใช้ ขาดคุณสมบัติ หรือเสียชีวิต ระบบ DBD e-Filing จะขึ้นข้อความแจ้งเตือน และต้องแก้สถานะก่อนจึงนำส่งได้ ข้อนี้สำคัญเป็นพิเศษกับกิจการที่ค้างหลายปี เพราะผู้ทำบัญชีคนเดิมมักไม่ได้อยู่ในระบบแล้ว นี่คือจุดที่หลายเคสไปติด ทั้งที่เอกสารพร้อมและงบเสร็จแล้ว

แต่ละปีที่ค้างอาจใช้รูปแบบงบการเงินคนละฉบับ

รอบบัญชีที่เริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป ต้องใช้รายการย่อตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ. 2566 ซึ่งเปลี่ยนชื่อรายการหลายรายการ เช่น งบแสดงฐานะการเงิน เปลี่ยนเป็น งบฐานะการเงิน กิจการที่ปิดงบคร่อมทั้ง 2 ช่วง เช่น รอบปี 2566 ถึงรอบปี 2568 จึงต้องจัดทำงบคนละรูปแบบในแต่ละปี รอบก่อน 1 มกราคม 2567 ใช้ฉบับเดิม รอบตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 ใช้ฉบับใหม่ ถ้ารูปแบบไม่ตรงกับประกาศของรอบนั้น อาจถูกตีกลับให้แก้ไข

ค่าบริการปิดงบย้อนหลังสูงกว่าปีปกติ

งานปิดงบย้อนหลังซับซ้อนกว่าการปิดงบตามรอบ เพราะต้องตามหาเอกสาร ตรวจความถูกต้อง และแก้ปัญหาที่ค้างจากปีก่อนหน้า ค่าบริการจึงสูงกว่าปีปัจจุบัน และคิดเป็นรายปีที่ค้าง ราคาจริงขึ้นกับจำนวนปีที่ค้าง ปริมาณเอกสาร และความซับซ้อนของกิจการ

จุดที่ลดต้นทุนได้จริงสำหรับห้างหุ้นส่วน คือห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่จัดตั้งตามกฎหมายไทย ซึ่งมีทุน สินทรัพย์ หรือรายได้ ไม่เกินเกณฑ์ตามกฎกระทรวง ได้รับยกเว้นไม่ต้องให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบงบการเงิน ตาม พ.ร.บ. การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11 วรรคท้าย ซึ่งตัดค่าสอบบัญชีออกได้หลายปีในเคสที่ค้างนาน ข้อยกเว้นนี้ยกเว้นการตรวจสอบเท่านั้น หน้าที่นำส่งงบยังอยู่ครบทุกปี

อาจมีภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่ม นอกเหนือจากค่าปรับ DBD

ค่าปรับ DBD เป็นคนละก้อนกับภาษี ปีที่ค้างซึ่งมีกำไร จะมีภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ยังไม่ได้ชำระ บวกเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน สูงสุดไม่เกิน 100% ของภาษี และค่าปรับอาญาของแบบที่ยื่นล่าช้าอีก 2 กระทง ข่าวดีคือปีที่ไม่มีกำไรสุทธิ ไม่มีภาษีต้องชำระ เงินเพิ่มจึงเป็นศูนย์ เหลือเพียงค่าปรับ DBD และค่าปรับอาญาของแบบ ยอดภาษีจริงขึ้นกับกำไรสุทธิของแต่ละรอบ และจำนวนเดือนที่ค้างชำระ

ค้างมานานแค่ไหน ก็ยังเริ่มได้

เคสค้างหลายปี เอกสารไม่ครบ หรือถูกสำนักงานบัญชีเดิมทิ้งงาน เราทำมาแล้วกว่า 300 ธุรกิจ ทักมาบอกชื่อบริษัท และปีบัญชีล่าสุดที่ยื่น

คุยกับเราตอนนี้ →

คำถามที่พบบ่อย

ค่าปรับยื่นงบการเงินล่าช้าคิดอย่างไร

คิดแยกเป็น 2 หน่วยงาน ฝั่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแบ่งค่าปรับตามระยะเวลาที่ล่าช้าเป็น 3 ช่วง คือ ไม่เกิน 2 เดือน เกิน 2 ถึง 4 เดือน และเกิน 4 เดือนขึ้นไป บริษัทจำกัด (บจก.) และห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) เสียยอดรวมช่วงละ 2,000 บาท 8,000 บาท และ 12,000 บาทต่อปี เฉพาะฐานยื่นงบการเงินล่าช้า

ถ้าพลาดกำหนดประชุมใหญ่ ไม่ได้นำส่ง บอจ.5 หรือยังไม่ได้ให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจงบของรอบปีเดียวกัน จะมีค่าปรับอีกคนละฐานบวกเพิ่ม ทำให้ยอด DBD ของรอบปีบัญชีนั้นสูงได้หลายหมื่นบาท

ฝั่งกรมสรรพากรมีค่าปรับยื่น ภ.ง.ด.50 ล่าช้าอีกประมาณ 4,000 บาทต่อปี เพราะคิดเป็น 2 กระทง กระทงละไม่เกิน 2,000 บาท และเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนหากมีภาษีค้างชำระ ยอดจริงขึ้นกับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ในการกำหนดค่าปรับ

ต้องยื่นงบการเงินภายในกี่วันหลังสิ้นรอบบัญชี

ภายใน 5 เดือนนับจากวันสิ้นรอบบัญชี สำหรับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ซึ่งรวมทั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) และห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล นิติบุคคลต่างประเทศ และกิจการร่วมค้า กฎหมายนับเป็นเดือน ไม่ได้นับเป็นวัน

ส่วนบริษัทจำกัด (บจก.) และบริษัทมหาชนจำกัด กฎหมายกำหนดให้ยื่นภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่อนุมัติงบการเงิน ตาม พ.ร.บ. การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11 และต้องนำงบดุลเสนอเพื่ออนุมัติในที่ประชุมใหญ่ภายใน 4 เดือนนับแต่วันที่ลงในงบดุล ซึ่งตามปกติคือวันสิ้นรอบบัญชี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1197

รอบปีปฏิทินที่สิ้นสุด 31 ธันวาคม จึงมีวันช้าที่สุดคือ 31 พฤษภาคมของปีถัดไป และจะเร็วกว่านั้นถ้าประชุมใหญ่ก่อนวันที่ 30 เมษายน ถ้าวันครบกำหนดตรงกับวันหยุด จะเลื่อนไปเป็นวันทำการถัดไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/8 รอบบัญชีที่สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2568 กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงประกาศให้วันสุดท้ายคือ 2 มิถุนายน 2569 ไม่ใช่ 31 พฤษภาคม 2569

ตัวเลข 150 วันเป็นกำหนดของกรมสรรพากรสำหรับแบบ ภ.ง.ด.50 ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 68 ไม่ใช่กำหนดของ DBD และเป็นคนละวิธีนับ รอบบัญชีที่สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2568 นับครบ 150 วันในวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นวันหยุด วันสุดท้ายจึงเลื่อนไปเป็น 2 มิถุนายน 2569 ตรงกับฝั่ง DBD พอดีในปีนี้ ส่วนผู้ที่ยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตได้ขยายเวลาออกไปอีก 8 วัน ตามประกาศกระทรวงการคลัง

งบรอบคร่อมคืออะไร

คือรอบปีบัญชีที่ไม่ตรงกับปีปฏิทิน หรือที่เรียกกันว่า Straddle Year เช่น เมษายน ถึง มีนาคม หรือ กรกฎาคม ถึง มิถุนายน รอบปีบัญชีถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ตอนจดทะเบียน

ถ้าต้องการเปลี่ยนภายหลัง ต้องได้รับอนุญาตจากสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี ตาม พ.ร.บ. การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 10 (1) และต้องยื่นคำร้องขออนุมัติต่ออธิบดีกรมสรรพากรตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ด้วย ไม่ใช่เรื่องที่ดูจากข้อบังคับบริษัทแล้วเปลี่ยนเองได้

สิ่งที่ต้องระวังคือวันครบกำหนดยื่นเลื่อนตามวันสิ้นรอบบัญชีของกิจการเอง ไม่ใช่นับจากสิ้นปีปฏิทิน ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน กิจการร่วมค้า และนิติบุคคลต่างประเทศ ให้นับ 5 เดือนจากวันสิ้นรอบบัญชีของตัวเอง ส่วนบริษัทจำกัด ให้ประชุมใหญ่ภายใน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี แล้วยื่นภายใน 1 เดือนนับแต่วันประชุม

รอบที่สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม จึงมีวันช้าที่สุดคือ 31 สิงหาคมของปีเดียวกัน และจะเร็วกว่านั้นถ้าประชุมใหญ่ก่อนวันที่ 31 กรกฎาคม ช่วงค่าปรับทั้ง 3 ช่วงเลื่อนตามไปทั้งชุด

ค้างยื่นงบการเงิน 3 ปี ต้องเสียค่าปรับเท่าไหร่

เสียแยกทุกรอบปีบัญชีที่ค้าง ไม่ใช่ยอดเดียวจบ บริษัทจำกัดที่ค้าง 3 รอบ และแต่ละรอบล่าช้าเกิน 4 เดือน มียอดเต็มอยู่ที่ค่าปรับ DBD รอบละ 12,000 บาท รวม 36,000 บาท บวกค่าปรับ ภ.ง.ด.50 อีกรอบละ 4,000 บาท รวม 12,000 บาท เป็น 48,000 บาท แต่ค่าปรับ DBD มีอายุความ 2 ปีนับจากวันพ้นกำหนดยื่นของแต่ละรอบ รอบที่เก่ากว่านั้นมักไม่ถูกเรียกเก็บแล้ว ยอดที่มักเรียกเก็บได้จริงจึงต่ำกว่านั้น

ยอดนี้เป็นเฉพาะค่าปรับ DBD และค่าปรับ ภ.ง.ด.50 ยังไม่รวมตัวภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ค้างชำระ และยังไม่รวมเงินเพิ่ม ดูตัวอย่างที่รวมครบทุกก้อนได้ที่หัวข้อ ไม่ได้ยื่นงบการเงิน 3 ปี หรือมากกว่า ยอดจริงขึ้นกับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ในการกำหนดค่าปรับ

ค่าปรับของ หจก. ต่างจากบริษัทจำกัดไหม

เท่ากันทุกช่วงเวลา ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) และบริษัทจำกัด (บจก.) เสียค่าปรับ DBD ฐานยื่นงบการเงินล่าช้าในอัตราเดียวกัน สูงสุด 12,000 บาทต่อรอบปีบัญชีสำหรับฐานนี้ ความต่างอยู่ที่ตัวบุคคลผู้รับผิดชอบเท่านั้น บริษัทจำกัดคือกรรมการผู้จัดการ ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัดคือหุ้นส่วนผู้จัดการ

ประเภทที่แพงกว่ามากคือบริษัทมหาชนจำกัด และนิติบุคคลต่างประเทศ ซึ่งสูงถึง 72,000 บาทต่อรอบปีบัญชี ส่วนกิจการร่วมค้าเก็บเฉพาะฝั่งนิติบุคคล 36,000 บาท ไม่มีค่าปรับส่วนตัวบุคคล

กรรมการต้องจ่ายค่าปรับด้วยตัวเองไหม

ต้องจ่าย DBD เรียกเก็บจาก 2 ฝ่ายแยกกัน คือฝั่งนิติบุคคล และฝั่งตัวบุคคลผู้รับผิดชอบ บริษัทจำกัดที่ล่าช้าเกิน 4 เดือน จ่ายรวมกัน 12,000 บาทต่อรอบปีบัญชี โดยครึ่งหนึ่งเป็นค่าปรับฝั่งตัวบุคคล ซึ่งตกที่ชื่อของคุณโดยตรง

ตารางอัตราค่าปรับของฐานยื่นงบการเงินล่าช้าคิดฝั่งบุคคลเพียงส่วนเดียว ไม่ได้คูณตามจำนวนกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ซึ่งต่างจากฐานประชุมใหญ่ล่าช้า ที่ตารางระบุคำว่า คนละ ไว้ และคูณตามจำนวนกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันบริษัท ส่วนฐาน บอจ.5 เป็นยอดก้อนเดียว 2,000 บาท เรียกจากกรรมการ ไม่คูณตามจำนวนกรรมการ ถ้าไม่ชำระตามคำสั่งปรับเป็นพินัย เรื่องจะถูกส่งให้พนักงานอัยการฟ้องเป็นคดีความผิดทางพินัย ซึ่งไม่ใช่คดีอาญา และไม่ถูกบันทึกในประวัติอาชญากรรม

ค่าปรับสรรพากรกับเงินเพิ่ม 1.5% ต่างกันอย่างไร

เป็นเงินคนละก้อน ค่าปรับยื่น ภ.ง.ด.50 ล่าช้าเป็นค่าปรับอาญาตามมาตรา 35 คิดเป็นรายกระทง โดยการยื่น ภ.ง.ด.50 ล่าช้าหนึ่งรอบบัญชีนับเป็น 2 กระทง คือตัวแบบ และงบการเงินที่ต้องแนบไปกับแบบ

กระทงละไม่เกิน 2,000 บาท รวมประมาณ 4,000 บาทต่อปี สำหรับผู้ที่ล่าช้าเกิน 7 วัน ส่วนผู้ที่ล่าช้าไม่เกิน 7 วัน คิดกระทงละ 1,000 บาท รวม 2,000 บาทต่อปี ช่วง 7 วันนี้นับจากวันครบกำหนดยื่น ภ.ง.ด.50 คือ 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี บวกอีก 8 วันถ้ายื่นผ่านอินเทอร์เน็ต ไม่ใช่กำหนด 5 เดือนของ DBD

ส่วนเงินเพิ่มตามมาตรา 27 คิดจากภาษีที่ค้างชำระ คูณ 1.5% คูณจำนวนเดือนที่ล่าช้า สูงสุดไม่เกิน 100% ของภาษี ตัวอย่างเช่น ภาษีค้าง 100,000 บาท ล่าช้า 80 เดือน คำนวณตรง ๆ ได้ 120,000 บาท แต่จ่ายจริง ไม่เกิน 100,000 บาท เพราะชนเพดานแล้ว

ปีที่ไม่มีรายได้ ต้องยื่นงบและเสียเงินเพิ่มไหม

ต้องยื่น แต่ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม จุดที่เจ้าของกิจการส่วนใหญ่เข้าใจผิดคือ คิดว่าปีไหนไม่มีรายได้เลยก็ไม่ต้องยื่นงบ ซึ่งไม่ถูกต้อง งบเปล่าก็ต้องจัดทำและนำส่ง และค่าปรับ DBD กับค่าปรับ ภ.ง.ด.50 คิดเหมือนกันทุกปีที่ค้าง

ส่วนเงินเพิ่มตามมาตรา 27 คิดจากภาษี ภ.ง.ด.50 ที่ค้างชำระ เมื่อไม่มีภาษีต้องชำระ ฐานที่ใช้คำนวณเป็นศูนย์ จึงไม่มีเงินเพิ่มก้อนนี้ ทั้งนี้ แบบ ภ.ง.ด.51 ที่ไม่ได้ยื่น หรือประมาณการกำไรสุทธิขาดไป มีเงินเพิ่มตามมาตรา 67 ตรี แยกต่างหาก

ต่อรองขอลดค่าปรับ DBD ได้ไหม

ต่อรองอัตราไม่ได้ในทางปฏิบัติ อัตราในตารางเป็นอัตราที่ DBD ใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการกำหนดค่าปรับเป็นพินัย และเจ้าหน้าที่ไม่ลดให้จากการต่อรอง

สิ่งที่ พ.ร.บ. ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 เปิดให้ทำได้คือยื่นคำร้องขอผ่อนชำระ หากชำระครั้งเดียวไม่ไหว และกฎหมายกำหนดให้เจ้าหน้าที่พิจารณาสถานะทางเศรษฐกิจของผู้กระทำความผิดประกอบด้วย

ส่วนกรณีมีเหตุสมควรจริง เช่น ได้รับข้อมูลผิดพลาดจากเจ้าหน้าที่ หรือมีเหตุสุดวิสัย คุณยื่นคำร้องขอให้พิจารณาได้ แต่โอกาสที่จะได้รับการยกเว้นค่อนข้างต่ำ

สิ่งที่ลดยอดได้จริงคือการยื่นให้เร็วที่สุดก่อนข้ามไปช่วงถัดไป ล่าช้า 1 เดือนครึ่งแล้วรีบยื่น เสียเพียง 2,000 บาท แต่ถ้ารออีก 2 เดือน ยอดจะกลายเป็น 8,000 บาท ซึ่งแพงขึ้น 4 เท่า

อายุความค่าปรับ DBD กี่ปี

2 ปี สำหรับค่าปรับเป็นพินัยของ DBD นับแต่วันกระทำความผิด ซึ่งคือวันที่พ้นกำหนดยื่นงบการเงินของรอบบัญชีนั้น ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 มาตรา 11 แต่ละรอบปีบัญชีจึงมีอายุความของตัวเอง รอบที่เก่ากว่านั้นมักไม่ถูกเรียกเก็บแล้ว ส่วนรอบที่พ้นกำหนดก่อนวันที่ 25 ตุลาคม 2566 ใช้อายุความเดิม 1 ปี แต่ถ้ามีคำสั่งปรับเป็นพินัยหรือฟ้องภายใน 2 ปี คดีไม่ขาดอายุความ และบังคับชำระได้อีก 5 ปี ตามมาตรา 12

ส่วนฝั่งกรมสรรพากรยาวกว่านั้นมาก ปีที่ไม่ได้ยื่นแบบเลย ประมวลรัษฎากร มาตรา 23 ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาการออกหมายเรียกไว้ในตัวบท จึงย้อนหลังได้ไกลกว่ามาก แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีที่สิ้นสุด เพราะถูกจำกัดด้วยอายุความเรียกให้ชำระหนี้ภาษีอากร 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/31 ซึ่งเป็นอายุความของหนี้ภาษีที่ประเมินแล้วด้วย

การรอให้อายุความเดินจึงไม่ใช่ทางออก เพราะระหว่างที่รอ ปีบัญชีใหม่ก็ค้างเพิ่มขึ้นทุกปี และงบที่ค้างอยู่ก็ยังต้องจัดทำอยู่ดี

ค่าปรับ บอจ.5 คืออะไร

บอจ.5 คือสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่บริษัทจำกัดต้องนำส่ง DBD ภายใน 14 วันนับแต่วันประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1139 วรรคสอง ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ไม่มีแบบนี้

หากไม่ยื่นหรือยื่นล่าช้า โทษอยู่ที่ พ.ร.บ. กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนฯ พ.ศ. 2499 มาตรา 26 ค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 10,000 บาท ผู้กระทำความผิดตามมาตรานี้คือตัวกรรมการ ไม่ใช่ตัวบริษัท ตารางของ DBD จึงเว้นช่องบริษัทไว้ ส่วนอัตราที่ใช้ในทางปฏิบัติคือ 2,000 บาท

ฐานนี้อยู่คนละตารางกับฐานยื่นงบการเงินล่าช้า และเป็นคนละก้อนกัน ค้างทั้งสองอย่างก็เสียทั้งสองอย่าง

ค่าปรับ DBD คำนวณยังไง ถ้าไม่อยากใช้เครื่องคำนวณ

คิดทีละรอบปีบัญชี เริ่มจากนับว่าค้างยื่นอยู่กี่รอบปีบัญชี จากนั้นดูว่าแต่ละรอบล่าช้ากี่เดือน โดยนับจากวันครบกำหนดยื่น ไม่ใช่วันสิ้นรอบบัญชี แล้วเปิดตารางค่าปรับ DBD ด้านบนเพื่อดูยอดของช่วงนั้นตามประเภทนิติบุคคล ยอดในตารางรวมฝั่งนิติบุคคล และฝั่งผู้รับผิดชอบไว้แล้ว สุดท้ายบวกค่าปรับ ภ.ง.ด.50 และเงินเพิ่มของฝั่งกรมสรรพากรเข้าไปอีก แล้วรวมทุกรอบปีบัญชีที่ค้าง

ไม่มีเงินจ่ายค่าปิดงบย้อนหลัง ควรทำอย่างไร

อย่าเพิกเฉย เพราะการรอเฉย ๆ ไม่ได้ทำให้ยอดหยุดเดิน ทางเลือกที่ใช้ได้จริงคือปิดงบทีละปี ไม่ต้องปิดพร้อมกันทุกปี ส่วนการแบ่งจ่าย 2 งวดเป็นเงื่อนไขค่าบริการปิดงบของ ซิมเปิล บาลานซ์ ไม่ใช่เงื่อนไขของค่าปรับ DBD

ตัวค่าปรับ DBD ขอผ่อนชำระได้เหมือนกัน แต่ต้องยื่นคำร้องต่อเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 มาตรา 9 วรรคสอง และเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือศาลเป็นผู้กำหนดจำนวนงวดให้ กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ว่าเป็น 2 งวด

ค่าปรับ DBD ฐานยื่นงบการเงินล่าช้าของปีที่เลย 4 เดือนไปแล้วจะหยุดอยู่ที่เพดาน 12,000 บาทต่อรอบปีบัญชี แต่เงินเพิ่มของฝั่งสรรพากรยังเดินทุกเดือนจนกว่าจะยื่นและชำระภาษี การเริ่มจากปีเดียวก่อนจึงดีกว่าการรอจนมีเงินครบทุกปี

ต้องไปธนาคารเองถึงจะขอ Statement ย้อนหลังได้จริงไหม

ไม่เสมอไป ธนาคารส่วนใหญ่ให้ผู้รับมอบอำนาจไปขอแทนได้ ไทยพาณิชย์ (SCB) กรุงไทย (KTB) และกรุงศรีอยุธยา (BAY) รับหนังสือมอบอำนาจพร้อมชุดเอกสารมาตรฐาน ทหารไทยธนชาต (TTB) รับเช่นกัน แต่ต้องติดอากรแสตมป์ 10 บาท และแนบรายงานการประชุม

ที่ต้องไปเองคือธนาคารกรุงเทพ (BBL) ซึ่งแจ้งว่าผู้มีอำนาจต้องมาเองเท่านั้น ส่วนกสิกรไทย (KBank) มีแบบฟอร์มหนังสือมอบอำนาจของธนาคารเองให้ใช้ เงื่อนไขเหล่านี้เป็นนโยบายของแต่ละธนาคาร ไม่ใช่ข้อห้ามตามกฎหมาย จึงควรโทรถามสาขาที่เปิดบัญชีไว้ก่อน และเผื่อเวลาไว้ เพราะขั้นตอนนี้มักใช้เวลาหลายวัน เงื่อนไขรายธนาคารพร้อมแบบฟอร์มอยู่ที่ ขอ Statement บริษัทย้อนหลัง

สรุป สิ่งที่ควรทำถ้าคุณยังค้างยื่นงบการเงินอยู่

ถ้าคุณเพิ่งได้รับจดหมายเตือนค่าปรับจาก DBD ให้เริ่มจากตรวจสอบรอบปีบัญชีที่ระบุในจดหมายก่อน ส่วนคนที่ยังไม่ได้รับจดหมาย ขั้นตอนต่อจากนี้เหมือนกัน สิ่งที่ต้องทำมีแค่ 2 อย่าง อย่างแรกคือรู้ให้ชัดว่าคุณค้างอยู่กี่ปีบัญชี อย่างที่สองคือเริ่มปิดตามลำดับที่อธิบายไว้ในหัวข้อ วิธีลดค่าปรับ DBD ที่ทำได้จริง และปิดทีละปีได้

ค่าปรับ DBD ของแต่ละปีหยุดโตเมื่อชนเพดานของช่วงสุดท้าย แต่เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนยังเดินจนชนเพดาน 100% ของภาษีในเดือนที่ 67

ขั้นตอนที่ควรทำสัปดาห์นี้

  • เช็คว่าปีล่าสุดที่ยื่นงบไว้คือปีไหน และค้างมาแล้วกี่ปีบัญชี
  • กรอกเครื่องคำนวณด้านบนเพื่อดูยอดรวมของกิจการคุณเอง
  • ติดต่อธนาคารเพื่อขอ Statement ย้อนหลังของทุกบัญชีที่มีรายการเดินบัญชี และเช็คก่อนว่าสาขานั้นรับหนังสือมอบอำนาจหรือไม่
  • รวบรวมเอกสารเท่าที่มี เพราะการมีเอกสารบางส่วนดีกว่าไม่มีเลย
  • เริ่มปิดงบตามลำดับที่อธิบายไว้ด้านบน และปิดทีละปีได้

ข่าวร้ายที่ต้องบอกตรง ๆ คืออัตราค่าปรับที่ออกมาแล้วต่อรองลดไม่ได้ และไม่มีสำนักงานบัญชีที่ไหนลดยอดเดิมให้คุณได้ สิ่งที่ทำได้คือยื่นคำร้องขอผ่อนชำระ และลดจำนวนเดือนนับจากวันนี้ไป ยิ่งจัดการเร็ว ค่าปรับยิ่งน้อย รายละเอียดการปิดงบย้อนหลังอ่านได้ที่ บริการปิดงบการเงิน

รู้ยอดแล้ว ให้เราช่วยปิดงบย้อนหลังให้จบ

ทีมบัญชีปิดงบย้อนหลังให้ได้เร็วที่สุดภายใน 7 วัน เลือกปิดทีละปีได้ และค่าบริการผ่อนชำระได้ 2 งวด ราคาโปร่งใส ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง ผ่านงานเคสค้างงบมาแล้วกว่า 300 ธุรกิจ

คุยกับเราตอนนี้ →

ถ้าคุณมีบริษัทแล้ว และอยากทำบัญชีรายเดือน ปิดงบการเงิน หรือจดบริษัท และจด หจก. เพิ่ม สามารถติดต่อมาได้ทางเบอร์ 092-853-5600 หรือจากเพจ Facebook ของเราได้ครับ สำนักงานบัญชี ซิมเปิล บาลานซ์ แม้จะอยู่เชียงใหม่ แต่เราให้บริการทั่วประเทศ

แหล่งอ้างอิง

  • พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 8 ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี มาตรา 9 และมาตรา 10 รอบปีบัญชี การปิดบัญชีครั้งแรกภายใน 12 เดือน และการขออนุญาตเปลี่ยนรอบปีบัญชีต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีตามมาตรา 10 (1) มาตรา 11 หน้าที่นำส่งงบการเงินภายใน 5 เดือนนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี กำหนด 1 เดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่อนุมัติงบการเงินสำหรับบริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัด และอำนาจอธิบดีในการขยายเวลา มาตรา 11 วรรคสี่ ซึ่งเป็นวรรคท้าย หน้าที่ให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบงบการเงิน และการยกเว้นสำหรับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็กตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2544 มาตรา 30 บทกำหนดโทษของมาตรา 11 วรรคหนึ่ง ปรับไม่เกิน 50,000 บาท มาตรา 32 บทกำหนดโทษของมาตรา 11 วรรคสี่ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท และมาตรา 40 ความรับผิดของผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน เมื่อความผิดเกิดจากการสั่งการ การกระทำ หรือการละเว้นไม่สั่งการของบุคคลนั้น
  • ตารางอัตราค่าปรับ ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 แนบท้ายระเบียบกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ว่าด้วยการเปรียบเทียบตามกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พ.ศ. 2555 ที่มาของอัตราทั้ง 3 ช่วงในตารางค่าปรับหน้านี้ ของการแยกเก็บฝั่งนิติบุคคลกับฝั่งผู้รับผิดชอบฝ่ายละครึ่ง และของเพดาน 12,000 บาทต่อรอบปีบัญชีของฐานยื่นงบการเงินล่าช้า โดยช่องฝั่งบุคคลของฐานนี้ไม่มีคำว่า คนละ กำกับไว้
  • ตารางอัตราเปรียบเทียบความผิดตาม พ.ร.บ. กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนฯ พ.ศ. 2499 ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่มาของอัตราฐานไม่ประชุมใหญ่อนุมัติงบดุล ฐานไม่จัดให้มีผู้สอบบัญชีตรวจสอบงบดุล และฐานไม่นำส่ง บอจ.5 ตารางนี้มีช่องกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันบริษัท คนละ ซึ่งใช้เฉพาะความผิดตามมาตรา 7 ถึงมาตรา 24 ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้
  • คู่มือการนำส่งงบการเงินและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น สำหรับผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีและนิติบุคคล ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ฉบับเดือนมกราคม 2566 ภาคผนวกตารางอัตราค่าปรับ ซึ่งพิมพ์ซ้ำตารางตาม พ.ร.บ. การบัญชี พ.ศ. 2543 และตารางตาม พ.ร.บ. พ.ศ. 2499 รวมถึงฐานไม่จัดให้งบการเงินได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต อัตรา 14,000 บาท 18,000 บาท และ 20,000 บาท ทั้งฝั่งผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี และฝั่งกรรมการผู้จัดการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ
  • ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ. 2566 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2566 ซึ่งยกเลิกประกาศฉบับ พ.ศ. 2554 ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2559 และฉบับที่ 3 พ.ศ. 2562 และใช้กับรอบปีบัญชีที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป วันที่และรายการที่ยกเลิกตรวจสอบจาก คำชี้แจงประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ. 2566
  • ข่าวกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่องการนำส่งงบการเงินรอบปีบัญชีสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2568 ผ่านระบบ DBD e-Filing ภายในวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นที่มาของวันครบกำหนดที่เลื่อนตามวันหยุด และของข้อกำหนดให้ยื่นผ่าน e-Filing เท่านั้น
  • พระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 มาตรา 9 การกำหนดค่าปรับโดยคำนึงถึงสถานะทางเศรษฐกิจ และการผ่อนชำระตามมาตรา 9 วรรคสอง มาตรา 10 คำร้องต่อศาลของบุคคลธรรมดา มาตรา 11 อายุความ มาตรา 18 วรรคสอง การแจ้งเจ้าหน้าที่ของรัฐเมื่อพบความผิดทางพินัยในการสอบสวนคดีอาญา มาตรา 19 การให้โอกาสชี้แจงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา 21 (3) ระยะเวลาชำระ 15 ถึง 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง มาตรา 21 (5) การระบุสิทธิขอผ่อนชำระและสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลไว้ในคำสั่ง และมาตรา 39 การเปลี่ยนโทษปรับอาญาตามกฎหมายในบัญชี 1 เป็นความผิดทางพินัย ประกาศราชกิจจานุเบกษาวันที่ 25 ตุลาคม 2565 และมีผลตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2566
  • ประมวลรัษฎากร มาตรา 3 ทวิ และมาตรา 3 ทวิ (1) หลักเกณฑ์การเปรียบเทียบปรับ มาตรา 17 หน้าที่ยื่นรายการภายในกำหนดเวลา มาตรา 23 การออกหมายเรียกตรวจสอบ ซึ่งไม่ได้กำหนดกรอบเวลาไว้ในตัวบท มาตรา 26 เบี้ยปรับ 2 เท่าจากการประเมินตามมาตรา 24 หรือมาตรา 25 มาตรา 27 เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน สูงสุดไม่เกิน 100% ของภาษี โดยเศษของเดือนนับเป็น 1 เดือนเต็ม และมาตรา 27 วรรคสอง อัตรา 0.75% ต่อเดือนกรณีได้รับการขยายเวลาและชำระภายในเวลาที่ขยาย มาตรา 35 บทกำหนดโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาทต่อกระทง ซึ่งอ้างถึงมาตรา 17 มาตรา 50 ทวิ มาตรา 51 และมาตรา 69 มาตรา 37 เจตนาหลีกเลี่ยงภาษี มาตรา 65 การขออนุมัติเปลี่ยนรอบระยะเวลาบัญชีต่ออธิบดีกรมสรรพากร มาตรา 67 ตรี เงินเพิ่มของ ภ.ง.ด.51 มาตรา 68 กำหนดเวลายื่นแบบ 150 วัน และมาตรา 69 หน้าที่ยื่นบัญชีพร้อมแบบ ซึ่งทำให้การยื่นล่าช้าหนึ่งรอบบัญชีนับเป็น 2 กระทง
  • คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.81/2542 หลักเกณฑ์การงดหรือลดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่ม ข้อ 2 เงื่อนไขไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีและให้ความร่วมมือ ข้อ 3 การยื่นคำร้องเป็นหนังสือก่อนหนังสือแจ้งการประเมิน และข้อ 4 การลดเบี้ยปรับตามมาตรา 26 ต้องเสียไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 แก้ไขเพิ่มเติมล่าสุดโดย คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.369/2569 สั่ง ณ วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ซึ่งข้อ 6 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันออกคำสั่ง คือวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 และไม่ได้แก้ไขข้อ 4
  • คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.370/2569 สั่ง ณ วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เรื่องมอบหมายให้สั่งและดำเนินการเกี่ยวกับการพิจารณางดหรือลดเบี้ยปรับ ภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ บางกรณี ซึ่งข้อ 1 ยกเลิกคำสั่ง ท.ป.121/2545 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2545 และ ท.ป.140/2547 ลงวันที่ 6 พฤษภาคม 2547 คำสั่งทั้ง 2 ฉบับของปี 2569 เป็นการปรับหลักเกณฑ์และการมอบอำนาจภายใน ไม่ใช่การลดค่าปรับเป็นการทั่วไป
  • ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการ และชำระภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (ฉบับที่ 9) ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งขยายเวลาออกไปอีก 8 วันนับแต่วันพ้นกำหนดเวลาตามกฎหมาย และครอบคลุมภาษีเงินได้นิติบุคคล ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนพิเศษ 392 ง วันที่ 16 ธันวาคม 2568
  • กรมสรรพากร หน้า ภ.ง.ด.50/52/55 เตือนยื่นแบบและยื่นบัญชีเกินกำหนดเวลา ต้องเสียค่าปรับ แหล่งที่มาของอัตราเปรียบเทียบปรับกระทงละ 1,000 บาท สำหรับผู้ที่ล่าช้าไม่เกิน 7 วัน และกระทงละ 2,000 บาท สำหรับผู้ที่ล่าช้าเกิน 7 วัน
  • พระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 มาตรา 18 ฐานไม่ประชุมใหญ่อนุมัติงบดุล ค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 20,000 บาท มาตรา 26 ฐานไม่นำส่ง บอจ.5 ค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งเป็นความผิดของกรรมการ ไม่ใช่ของบริษัท และฐานไม่จัดให้มีผู้สอบบัญชีตรวจสอบงบดุลของบริษัทจำกัด
  • พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 มาตรา 195 ประกอบมาตรา 112 ฐานคณะกรรมการไม่จัดทำและเสนองบการเงินต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น ค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 20,000 บาท ซึ่งเป็นคนละฐานกับการนำส่งงบการเงินต่อนายทะเบียน
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/8 การเลื่อนวันสุดท้ายที่ตรงกับวันหยุดทำการ มาตรา 193/31 อายุความเรียกให้ชำระหนี้ภาษีอากร 10 ปี มาตรา 1139 วรรคสอง การนำส่ง บอจ.5 ภายใน 14 วันนับแต่วันประชุมสามัญผู้ถือหุ้น มาตรา 1171 การประชุมใหญ่ครั้งแรกภายใน 6 เดือนนับแต่วันจดทะเบียนบริษัท และอย่างน้อยครั้งหนึ่งทุกระยะเวลา 12 เดือน มาตรา 1197 การนำงบดุลเสนอเพื่ออนุมัติในที่ประชุมใหญ่ภายใน 4 เดือนนับแต่วันที่ลงในงบดุล มาตรา 1273/1 ถึง 1273/3 การขีดชื่อออกจากทะเบียนเป็นบริษัทร้าง และการคงความรับผิดเดิม และมาตรา 1273/4 การยื่นคำร้องต่อศาลขอให้กลับคืนสู่ทะเบียน
  • ข่าวกรมพัฒนาธุรกิจการค้า วันที่ 31 มีนาคม 2568 เรื่องขั้นตอนการปรับเป็นพินัยกรณีไม่นำส่งงบการเงิน ซึ่งเป็นที่มาของทางเลือก 3 ทางเมื่อได้รับหนังสือแจ้งข้อกล่าวหา ทางเลือก 3 ทางเมื่อได้รับคำสั่งปรับเป็นพินัย กรอบไม่เกิน 60 วันในการแจ้งจำนวนเงินค่าปรับ และผู้ลงนามในหนังสือคือผู้อำนวยการกองข้อมูลธุรกิจ ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ
  • รายชื่อกฎหมายของกระทรวงพาณิชย์ 7 ฉบับที่เปลี่ยนเป็นความผิดทางพินัยพร้อมกันเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2566 ซึ่งรวม พ.ร.บ. การบัญชี พ.ศ. 2543 และ พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 แต่ไม่รวมประมวลรัษฎากร
  • ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 อายุความคดีอาญา มาตรา 95 (5) ความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียว และมาตรา 95 (3) ความผิดที่มีระวางโทษจำคุกเกิน 1 ปี ถึง 7 ปี

อัปเดตล่าสุด 23 สิงหาคม 2569 หลักเกณฑ์และรูปแบบไฟล์ที่ใช้ยื่นผ่าน DBD e-Filing กรมพัฒนาธุรกิจการค้าประกาศใหม่เป็นรายปี ประกาศฉบับของปีนั้นจึงเป็นฉบับที่ใช้จริง

นอกจากเครื่องคำนวณในหน้านี้ ซิมเปิล บาลานซ์ ยังมีเครื่องมืออื่น ๆ ให้ใช้ฟรี เช่น เครื่องคำนวณรอบปีบัญชี และ เครื่องมือออกบิลเงินสดฟรี

Simple Balance
ทีม Simple Balance
ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ประสบการณ์ 15 ปี ทะเบียน TFAC 0503567000956 ให้บริการปิดงบ จดทะเบียนบริษัท วางระบบบัญชีทั่วประเทศไทย กว่า 300 บริษัทไว้วางใจ