พนักงานลาออกหรือสิ้นสุดสภาพ กรอกครั้งเดียว ได้แบบ สปส.6-09 บนฟอร์มจริง และไฟล์อัปโหลด e-Service
กดปุ่มเดียวเติมให้ครบทุกช่อง ไม่ต้องพิมพ์ใหม่
พนักงานออกจากงานเมื่อไหร่ ไม่ว่าลาออกเอง หมดสัญญา ถูกเลิกจ้าง เกษียณอายุ หรือเสียชีวิต คุณมีหน้าที่แจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนต่อสำนักงานประกันสังคมด้วยแบบ สปส.6-09 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หน้านี้ทำมาเพื่อนายจ้างที่ต้องทำเรื่องนี้เองโดยเฉพาะ บอกวันที่ที่ต้องลงในแบบ สาเหตุการสิ้นสุด 7 ข้อ โทษเมื่อแจ้งช้า และสิทธิของลูกจ้างหลังออกจากงาน พร้อมเครื่องมือฟรีที่พิมพ์ข้อมูลลงแบบ สปส.6-09 ตัวจริง 7 คนต่อแผ่น และสร้างไฟล์อัปโหลด e-Service ให้ในหน้าเดียว ไม่ต้องสมัครสมาชิก
แจ้งออกประกันสังคม ต้องยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่พนักงานออกจากงาน ไม่ใช่ 30 วันอย่างการแจ้งเข้า แต่เป็นวันที่ตายตัวของเดือนถัดไป ตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม ใช้แบบ สปส.6-09 แบบแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน แผ่นเดียวใส่ได้ 7 คน และวันที่ที่ลงในแบบคือวันถัดจากวันทำงานวันสุดท้าย ไม่ใช่วันทำงานวันสุดท้าย และไม่ใช่วันที่รับใบลาออก
มาตรา 44 เขียนว่า ในกรณีที่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อความในแบบรายการที่ได้ยื่นไว้ต่อสำนักงานเปลี่ยนแปลงไป ให้นายจ้างแจ้งเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดจากเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว แปลว่าคุณเคยแจ้งเข้าเขาไว้ พอเขาออก ข้อเท็จจริงก็เปลี่ยน และเส้นตายของคุณคือวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ไม่มีการนับ 30 วันเหมือนตอนแจ้งเข้า
ตัวอย่างที่จำง่าย พนักงานทำงานวันสุดท้ายวันที่ 20 สิงหาคม 2569 วันที่สิ้นสุดที่ลงแบบคือ 21 สิงหาคม 2569 คุณมีเวลาแจ้งออกถึงวันที่ 15 กันยายน 2569 อีกคนทำงานวันสุดท้ายวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ก็ครบกำหนดวันเดียวกัน คือ 15 กันยายน 2569 ออกต้นเดือนหรือปลายเดือน เส้นตายเดียวกัน จุดที่ต้องระวังคือวันทำงานวันสุดท้ายที่ตรงกับวันสิ้นเดือน เพราะวันที่ลงแบบจะข้ามไปเดือนถัดไป เครื่องมือด้านบนจึงนับกำหนดจากเดือนของวันทำงานวันสุดท้ายเสมอ เป็นการนับแบบเผื่อไว้ก่อน อธิบายไว้ในหัวข้อวันที่สิ้นสุดด้านล่าง ส่วนการแจ้งเข้าพนักงานใหม่นับคนละสูตร คือ 30 วันจากวันเข้าทำงาน อธิบายแยกไว้ที่เครื่องมือแจ้งเข้าประกันสังคม สปส.1-03
ไม่ต้องรอให้ถึงสิ้นเดือน แบบ สปส.6-09 พิมพ์คำเตือนข้อ 2 ไว้บนหน้าแบบว่า ให้แจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนตั้งแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ไม่เกินวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง แปลว่ายื่นได้ทันทีที่พนักงานออก ไม่ต้องเก็บไว้รอรวมกับคนอื่น เครื่องมือด้านบนขึ้นวันครบกำหนดไว้ใต้ช่องวันที่ของแต่ละแถว นับจากเดือนที่ทำงานวันสุดท้าย แถวไหนเลยกำหนดแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีแดง แบบฟอร์มราชการเปล่าที่ใช้บ่อยรวมไว้ที่คลังแบบฟอร์มบัญชีฟรีของเรา
วันที่รับใบลาออก ยังไม่มีอะไรต้องยื่นกับสำนักงานประกันสังคม ใบลาออกเป็นเรื่องระหว่างคุณกับลูกจ้าง ประกันสังคมสนใจแค่สองอย่างที่จะเกิดตามมา คือวันไหนเป็นวันทำงานวันสุดท้าย และออกด้วยสาเหตุอะไร สองข้อมูลนี้คือทั้งหมดที่แบบ สปส.6-09 ถามเพิ่มจากคำนำหน้า ชื่อ และเลขประจำตัวประชาชนของเขา ส่วนไฟล์อัปโหลดต้องมีวันเกิดเพิ่มอีกหนึ่งช่อง
วันนั้นทำแค่สองอย่าง จดวันทำงานวันสุดท้ายที่ตกลงกันไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และดูว่าสาเหตุตรงกับข้อไหนใน 7 ข้อของแบบ ลูกจ้างยื่นใบลาออกเองคือข้อ 1 สัญญาจ้างที่มีกำหนดเวลาหมดลงคือข้อ 2 คุณเป็นฝ่ายเลิกจ้างคือข้อ 3 อย่าตัดสินจากความรู้สึกว่าแยกจากกันด้วยดี เพราะรหัสสาเหตุจะตามลูกจ้างไปถึงวันที่เขาไปขอรับเงินว่างงาน
| เหตุการณ์ | ตัวอย่างวันที่ | สิ่งที่นายจ้างต้องทำ |
|---|---|---|
| ลูกจ้างยื่นใบลาออก | 3 สิงหาคม 2569 | จดวันทำงานวันสุดท้ายและสาเหตุ ยังไม่ต้องยื่นอะไรกับประกันสังคม |
| วันทำงานวันสุดท้าย | 31 สิงหาคม 2569 | วันที่ที่กรอกลงเครื่องมือ และเป็นเดือนที่ใช้นับกำหนดยื่น |
| วันที่สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน | 1 กันยายน 2569 | วันที่ที่ปรากฏบนแบบ สปส.6-09 และในไฟล์อัปโหลด เครื่องมือบวกให้เอง |
| กำหนดยื่น สปส.6-09 | 15 กันยายน 2569 | นับแบบเผื่อไว้จากเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นเดือนที่ทำงานวันสุดท้าย เครื่องมือใช้วิธีนี้ ยื่นกระดาษที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ หรืออัปโหลดไฟล์ผ่าน e-Service |
| ค่าจ้างงวดสุดท้ายของเขา | เดือนที่จ่ายค่าจ้าง | ยังต้องอยู่ในแบบ สปส.1-10 ของเดือนที่จ่ายค่าจ้างงวดนั้นตามปกติ หลังงวดสุดท้ายแล้วชื่อเขาจึงหายไปจากรายการ |
แถวสุดท้ายในตารางคือจุดที่หลุดบ่อย พนักงานออกไปแล้ว แต่ค่าจ้างงวดสุดท้ายเพิ่งจ่าย เงินสมทบของงวดนั้นจึงยังต้องหักและนำส่งในแบบ สปส.1-10 ของเดือนที่จ่ายตามปกติ ชื่อเขาหายจากรายการหลังงวดนั้น ไม่ใช่หายตั้งแต่วันที่เขาออก ทำต่อได้ที่เครื่องมือส่งเงินสมทบประกันสังคม สปส.1-10 ส่วนแบบ สปส.6-09 และไฟล์อัปโหลด ทำได้ที่เครื่องมือด้านบน วางรายชื่อจาก Excel กรอกวันทำงานวันสุดท้าย เลือกสาเหตุ แล้วดาวน์โหลด
ใช้แบบ สปส.6-09 แบบแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน ใบเดียวจบทุกกรณี ลาออกเอง หมดสัญญา ถูกเลิกจ้าง เกษียณอายุ ถูกไล่ออก เสียชีวิต หรือโอนย้ายสาขา ก็ใบนี้ทั้งหมด ข้อดีของแบบนี้คือเป็นแบบรายการ หนึ่งแผ่นกรอกได้ 7 คน ไม่ต้องทำคนละใบอย่างแบบแจ้งเข้า สปส.1-03
ตัวแบบถามไม่มาก ส่วนหัวเป็นข้อมูลนายจ้าง ชื่อสถานประกอบการ เลขที่บัญชี 10 หลัก ชื่อสาขาและลำดับที่สาขา ที่อยู่ รหัสไปรษณีย์ และโทรศัพท์ ตารางด้านล่างมีห้าคอลัมน์ ลำดับที่ เลขประจำตัวประชาชน 13 ช่อง คำนำหน้านาม ชื่อและชื่อสกุล วันเดือนปีที่สิ้นสุด และสาเหตุการสิ้นสุด 1 ถึง 7 ท้ายแบบเป็นคำรับรองว่ารายการที่แจ้งถูกต้องตามความเป็นจริงทุกประการ ตามด้วยช่องลงชื่อนายจ้าง ตำแหน่ง วันที่ และช่องประทับตรานิติบุคคล ถ้ามี ช่องลงชื่อมีเฉพาะฝั่งนายจ้าง ลูกจ้างไม่ต้องเซ็น ไม่ต้องตามตัวเขากลับมาเซ็นอะไรอีก
ข้อมูลนายจ้างต้องตรงกับที่ขึ้นทะเบียนนายจ้างไว้ คำอธิบายหลังแบบข้อ 1 กำหนดไว้อย่างนั้น สำนักงานใหญ่หรือกิจการที่ไม่มีสาขาใส่ลำดับที่สาขา 000000 ลูกจ้างต่างด้าวใส่เลขที่บัตรประกันสังคมลงในช่องเลขประจำตัวประชาชน ตามคำเตือนข้อ 1 บนหน้าแบบ แบบเปล่าตัวจริงเป็นของสำนักงานประกันสังคม เครื่องมือด้านบนเอาข้อมูลของคุณพิมพ์ลงบนแบบตัวจริงนั้นให้เป็น PDF เกิน 7 คนขึ้นแผ่นใหม่ให้เอง เลขบัตรลงช่องตารางทีละหลัก สาเหตุติ๊กลงช่อง 1 ถึง 7 ตามที่คุณเลือกในแถว ช่องรหัสไปรษณีย์บนแบบจริงมีแค่ 4 ช่อง หลักที่ 5 จึงพิมพ์ต่อท้ายช่อง ชื่อผู้ลงนาม ตำแหน่ง และวันที่จัดทำพิมพ์ให้ครบ เหลือแค่เส้นลายเซ็นที่ต้องเซ็นเอง
ลงวันถัดจากวันทำงานวันสุดท้าย ไม่ใช่วันทำงานวันสุดท้าย จุดนี้กรอกผิดบ่อยที่สุดในแบบทั้งใบ เพราะคนส่วนใหญ่เอาวันสุดท้ายที่เขามาทำงานลงไปตรง ๆ คำอธิบายหลังแบบ สปส.6-09 ข้อ 3 เขียนชัดว่า วัน เดือน ปี ที่สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน คือวันที่ถัดจากวันสุดท้ายที่ผู้ประกันตนมาทำงาน และยกตัวอย่างไว้บนแบบเองว่า ผู้ประกันตนมาทำงานวันสุดท้ายวันที่ 31 พฤษภาคม ให้กรอกวันที่สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนเป็นวันที่ 1 มิถุนายน หลักนี้ใช้กับกรณีลาออก สิ้นสุดระยะเวลาการจ้าง เลิกจ้าง เกษียณอายุ ไล่ออก ปลดออก ให้ออกเนื่องจากกระทำความผิด และละทิ้งหน้าที่ 7 วันทำงานติดต่อกัน ส่วนกรณีตาย ให้ระบุวัน เดือน ปี ที่ผู้ประกันตนตาย
ทำงานวันสุดท้าย 31 สิงหาคม 2569 แล้วเขียน 31 สิงหาคม 2569 ลงช่องวันที่สิ้นสุด แบบจะบอกว่าวันนั้นเขาไม่ได้เป็นผู้ประกันตนแล้ว ทั้งที่ยังมาทำงานและยังได้ค่าจ้างของวันนั้นอยู่
ทำงานวันสุดท้าย 31 สิงหาคม 2569 เขียน 1 กันยายน 2569 ตรงตามคำอธิบายข้อ 3 หลังแบบ วันนี้คือวันแรกที่เขาไม่ได้เป็นลูกจ้างของคุณ และเป็นวันที่ใช้เริ่มนับสิทธิหลังออกจากงานของเขา
เครื่องมือด้านบนจึงไม่ถามวันที่สิ้นสุดเลย ถามแค่วันทำงานวันสุดท้าย ซึ่งเป็นวันที่คุณรู้แน่ แล้วบวกหนึ่งวันลงทั้งแบบกระดาษและไฟล์อัปโหลดให้เอง ใต้ช่องวันที่ของแต่ละแถวจะเห็นบรรทัด ลงแบบ ตามด้วยวันถัดไป และบรรทัด ยื่นภายใน ตามด้วยวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ข้อยกเว้นเดียวคือแถวที่เลือกสาเหตุข้อ 6 ตาย เครื่องมือจะลงวันที่ตายตามที่กรอกและขึ้นคำว่า ลงแบบวันที่ตาย แทน สิ่งที่เครื่องมือตรวจให้ไม่ได้คือคุณพิมพ์วันสุดท้ายถูกวันหรือไม่ มันรู้แค่ว่าวันนั้นมีจริงในปฏิทิน อยู่หลังวันเกิด และไม่ไกลเกินเดือนหน้า ตรงนี้ต้องทานกับใบลาออกหรือหนังสือเลิกจ้างเอง
ถ้าวันทำงานวันสุดท้ายเป็นวันสิ้นเดือน วันที่สิ้นสุดจะข้ามไปเป็นวันที่ 1 ของเดือนถัดไป จุดที่คนลังเลคือจะนับกำหนดยื่นจากเดือนไหน เครื่องมือเลือกนับจากเดือนของวันทำงานวันสุดท้ายเสมอ เช่น ทำงานวันสุดท้าย 30 มิถุนายน 2569 ลงแบบ 1 กรกฎาคม 2569 แถวนั้นจะขึ้นกำหนด 15 กรกฎาคม 2569 ไม่ใช่ 15 สิงหาคม 2569 เป็นการนับแบบเผื่อไว้ก่อน ยื่นตามวันที่เครื่องมือบอกจึงไม่มีทางช้ากว่าที่กฎหมายกำหนด ถ้าอยากยึดการตีความที่ให้เวลามากกว่านั้นในกรณีคาบเดือน ให้สอบถามสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ก่อนยื่น
ข้อผิดพลาดตอนแจ้งออกมีอยู่ไม่กี่แบบ แต่เจอซ้ำทุกเดือน ตารางนี้บอกว่าแต่ละอย่างส่งผลอะไร เครื่องมือด้านบนกันไว้ตรงไหน และตรงไหนที่กันให้ไม่ได้ คุณจะได้รู้ว่าต้องทานอะไรเอง
| ข้อผิดพลาด | ผลที่ตามมา | เครื่องมือช่วยอย่างไร |
|---|---|---|
| ลงวันทำงานวันสุดท้ายแทนวันที่สิ้นสุด | วันสิ้นสุดในทะเบียนคลาดไปหนึ่งวัน และวันนั้นคือจุดเริ่มนับสิทธิที่คุ้มครองต่อตามมาตรา 38 และเวลาสมัครมาตรา 39 ของลูกจ้าง | ถามวันทำงานวันสุดท้าย แล้วบวกหนึ่งวันลงแบบและไฟล์ให้เอง ยกเว้นสาเหตุข้อ 6 ตาย ที่ลงวันที่ตาย |
| ติ๊กสาเหตุผิดข้อ | กระทบการพิจารณาเงินว่างงานของลูกจ้างตามมาตรา 78 และถ้าไม่ตรงความจริงอาจเข้าข่ายแจ้งเท็จตามมาตรา 97 | รายการสาเหตุ 1 ถึง 7 ตามแบบ พร้อมข้อความเตือนใต้ตัวอย่างแบบว่ารหัสสาเหตุมีผลต่อเงินว่างงานของลูกจ้าง |
| ยื่นเลยวันที่ 15 | เข้าข่ายมาตรา 96 หากโดยเจตนา และสำนักงานบันทึกรายละเอียดเองได้ตามมาตรา 37 | ทุกแถวแจ้งออกขึ้นวันครบกำหนด แถวที่เลยกำหนดเปลี่ยนเป็นสีแดง เครื่องมือยื่นแทนไม่ได้ คุณต้องยื่นเอง |
| เลขบัตรผิดหลัก หรือกรอกคนเดิมสองแถว | ข้อมูลไม่ตรงกับทะเบียนผู้ประกันตน และมักต้องยื่นแก้ไขอีกรอบ | ตรวจเลขตรวจสอบหลักที่ 13 ของบัตรประชาชน และขึ้นคำว่า เลขบัตรซ้ำ เมื่อเลขเดียวกันปรากฏสองแถว |
| ชื่อหรือสกุลยาวเกินช่องในไฟล์ | ตัวอักษรล้นตำแหน่งในเรคคอร์ด 240 ตัว ช่องถัดไปเลื่อนทั้งบรรทัด | ขึ้นเตือน ชื่อยาวเกิน 30 และ สกุลยาวเกิน 35 ก่อนดาวน์โหลด |
| ข้อมูลนายจ้างไม่ตรงทะเบียน | แบบอาจถูกส่งกลับให้แก้ เพราะคำอธิบายข้อ 1 ให้กรอกตามที่ขึ้นทะเบียนไว้ | ช่องสาขาที่เว้นว่างเติม 000000 ให้เอง และเตือนเมื่อชื่อสถานประกอบการหรือเลขที่บัญชี 10 หลักยังว่าง |
สองอย่างที่เครื่องมือรู้ไม่ได้ คือคุณพิมพ์วันทำงานวันสุดท้ายถูกวันหรือไม่ และสาเหตุที่เลือกตรงกับความจริงหรือไม่ สองเรื่องนี้มีแต่คุณที่รู้ เครื่องมือแค่พิมพ์สิ่งที่คุณเลือกลงช่อง หลักฐานที่ใช้ยืนยันคือใบลาออก หนังสือเลิกจ้าง หรือบันทึกการติดต่อพนักงาน เก็บไว้คู่กับสำเนาแบบที่ยื่น ส่วนข้อมูลนายจ้างที่ติ๊กให้จำไว้ เก็บอยู่ในเครื่องของคุณเท่านั้น ไม่ได้ส่งออกไปไหน และไม่เก็บรายชื่อพนักงาน
ติ๊กได้ข้อเดียวต่อคน ใช้รหัส 1 ถึง 7 ที่พิมพ์ไว้ท้ายแบบ สปส.6-09 ช่องนี้คือจุดที่ตีความผิดกันบ่อยที่สุด เพราะข้อความบนแบบเป็นภาษากฎหมาย ไม่ใช่ภาษาที่คุยกันในออฟฟิศ ตารางนี้วางข้อความที่พิมพ์อยู่บนแบบจริงไว้คู่กับตัวอย่างจากคำอธิบายข้อ 4 ด้านหลังแบบ จะได้เทียบกับกรณีของคุณได้ทันที ส่วนรายการเลือกในเครื่องมือด้านบนใช้ข้อความย่อจากแบบ เช่น 1 ลาออก / ละทิ้งหน้าที่ แต่ติดต่อนายจ้างภายใน 6 วันทำงาน และ 7 โอนย้ายสาขา แต่ติ๊กลงแบบเป็นรหัสตัวเลขเดียวกัน และข้อความเต็มของสาเหตุพิมพ์อยู่ท้ายแผ่นบนแบบจริงเสมอ
| ข้อ | ข้อความบนแบบ สปส.6-09 | ตัวอย่างจากคำอธิบายหลังแบบ |
|---|---|---|
| 1 | ลาออก / ละทิ้งหน้าที่โดยมีการติดต่อนายจ้างภายใน 6 วันทำงานติดต่อกัน | ลาออกด้วยเหตุผลส่วนตัว สมัครใจออกจากงานก่อนเกษียณอายุ ไม่ประสงค์จะไปทำงานเนื่องจากนายจ้างย้ายสถานประกอบการ |
| 2 | สิ้นสุดระยะเวลาการจ้าง | สัญญาจ้างที่กำหนดระยะเวลาไว้แน่นอนหมดลง เช่น งานในโครงการเฉพาะที่ไม่ใช่งานปกติของธุรกิจ ซึ่งมีวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดของงานที่แน่นอน |
| 3 | เลิกจ้าง / โครงการเกษียณก่อนกำหนด | นายจ้างยุบเลิกตำแหน่งงาน ลดจำนวนพนักงาน เลิกกิจการ ปิดกิจการ หรือโครงการเกษียณก่อนกำหนดที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงร่วมกัน |
| 4 | เกษียณอายุ | ออกจากงานด้วยสาเหตุเกษียณอายุตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของกิจการ |
| 5 | ไล่ออก / ปลดออก / ให้ออกเนื่องจากกระทำความผิด / ละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีการติดต่อนายจ้างภายใน 7 วันทำงานติดต่อกัน | ให้ออกเพราะกระทำความผิด หรือหายไปโดยไม่มีสาเหตุอันสมควรและไม่ติดต่อนายจ้างเลยภายใน 7 วันทำงานติดต่อกัน |
| 6 | ตาย | ช่องวันที่สิ้นสุดลงวันที่ผู้ประกันตนตาย ไม่ใช่วันถัดไป |
| 7 | โอนย้ายสาขา | ผู้ประกันตนย้ายไปสังกัดสาขาอื่น คำอธิบายหลังแบบไม่ได้ขยายความเพิ่ม และไม่ได้ระบุวิธีลงวันที่สำหรับข้อนี้ เครื่องมือใช้วันถัดจากวันทำงานวันสุดท้ายที่สาขาเดิมเช่นเดียวกับข้ออื่น ถ้าสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ต้องการวันอื่น ให้สอบถามก่อนยื่น |
แบบจัดกรณีนี้ไว้รวมกับการลาออก คือลูกจ้างละทิ้งหน้าที่ แต่ยังมีการติดต่อกลับมาภายใน 6 วันทำงานติดต่อกัน ให้ติ๊กช่อง 1
ละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีสาเหตุอันสมควรและไม่มีการติดต่อนายจ้างภายใน 7 วันทำงานติดต่อกัน อยู่ในข้อ 5 กลุ่มเดียวกับไล่ออกและปลดออก
ทั้งสองข้อมีคำว่าละทิ้งหน้าที่เหมือนกัน แต่ผลต่อลูกจ้างคนละเรื่อง จุดชี้ขาดมีข้อเดียว คือมีหลักฐานว่าเขาติดต่อกลับหรือไม่ และเมื่อไหร่ ถ้าลูกจ้างหายไปเฉย ๆ ให้เก็บหลักฐานการติดต่อทั้งสองทางไว้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจติ๊ก อีกคู่ที่สับสนบ่อยคือโครงการเกษียณก่อนกำหนด แบบจัดไว้ในข้อ 3 คู่กับเลิกจ้าง ไม่ใช่ข้อ 4 เกษียณอายุ ซึ่งใช้เฉพาะการเกษียณตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของกิจการ
ช่องสาเหตุที่คุณติ๊ก คือข้อมูลที่สำนักงานใช้ประกอบการพิจารณาว่าลูกจ้างจะได้เงินว่างงานหรือไม่ มาตรา 78 ให้สิทธิรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานแก่ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือนภายในสิบห้าเดือนก่อนว่างงาน ต้องขึ้นทะเบียนที่สำนักจัดหางานของรัฐและรายงานตัวไม่น้อยกว่าเดือนละหนึ่งครั้ง และการว่างงานนั้นต้องไม่ใช่การถูกเลิกจ้างเพราะทุจริตต่อหน้าที่ กระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย ฝ่าฝืนข้อบังคับหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายในกรณีร้ายแรง หรือละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาเจ็ดวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือเหตุอื่นตามที่ระบุในมาตรา 78 (2)
สังเกตว่าข้อความในข้อ 5 ของแบบ โดยเฉพาะละทิ้งหน้าที่ 7 วันทำงานติดต่อกัน ใกล้เคียงกับเหตุในมาตรา 78 (2) การติ๊กข้อ 5 จึงเป็นข้อมูลที่สำนักงานใช้ประกอบการพิจารณาสิทธิว่างงานของลูกจ้าง ส่วนจะเข้าเหตุตัดสิทธิหรือไม่ สำนักงานประกันสังคมเป็นผู้พิจารณาตามมาตรา 78 ไม่ใช่คุณ และไม่ใช่หน้านี้ ส่วนหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินว่างงาน มาตรา 79 ให้กำหนดในกฎกระทรวง ตัวเลขจึงต้องดูจากกฎกระทรวงที่ใช้อยู่ ไม่ได้อยู่ในตัวพระราชบัญญัติ
ตัวเลขที่ใช้อยู่ตอนนี้ต่างกันสองเท่า ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างได้เงินว่างงานร้อยละ 60 ของค่าจ้างรายวัน ครั้งละไม่เกิน 180 วัน ส่วนลูกจ้างที่ลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างได้ร้อยละ 30 ครั้งละไม่เกิน 90 วัน ตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน พ.ศ. 2547 ซึ่งอัตรากรณีเลิกจ้างแก้ไขโดยกฎกระทรวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 มีผลตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2568 ทั้งสองกรณีต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนว่างงาน และขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานกับกรมการจัดหางาน สาเหตุที่คุณติ๊กในข้อ 1 ข้อ 2 หรือข้อ 3 จึงเป็นตัวกำหนดว่าลูกจ้างจะได้อัตราไหน ส่วนข้อ 5 อาจทำให้ไม่ได้รับเลยตามมาตรา 78 (2)
นี่คือเหตุผลที่เครื่องมือด้านบนขึ้นข้อความเตือนไว้ใต้ตัวอย่างแบบว่า รหัสสาเหตุมีผลต่อเงินว่างงานของลูกจ้าง เลือกให้ตรงความจริง ติ๊กข้อ 1 ลาออก ทั้งที่ความจริงคือเลิกจ้าง หรือกลับกัน ไม่ใช่แค่ติ๊กผิดช่อง แต่คือการแจ้งข้อเท็จจริงเป็นเท็จ แบบ สปส.6-09 เตือนไว้เองในคำเตือนข้อ 3 ว่า การแจ้งข้อเท็จจริงเป็นเท็จ เช่น การแจ้งลาออกไม่ตรงกับความเป็นจริง อาจมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งตรงกับโทษตามมาตรา 97
แจ้งออกออนไลน์ทำได้สองทาง ทางแรกแจ้งทีละคนในเมนูทะเบียนผู้ประกันตนของ e-Service ซึ่งรองรับ สปส.6-09 เหมาะกับเดือนที่ออกคนสองคน ทางที่สองอัปโหลดไฟล์ทั้งชุดครั้งเดียวผ่านเมนูส่งข้อมูลทะเบียนด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เมนูเดียวกับที่ใช้อัปโหลดไฟล์แจ้งเข้า ชื่อเมนูทั้งสองยึดตามคู่มือการใช้งาน e-Service สำหรับสถานประกอบการของสำนักงานประกันสังคม ถ้าหน้าจอรุ่นที่ใช้อยู่เรียกต่างไป ให้ยึดตามหน้าจอจริง
เงื่อนไขเดียวของทั้งสองทางคือต้องมี User ID ของนายจ้างในระบบ e-Service ก่อน ซึ่งได้จากการยื่นแบบ สปส.1-05 คำขอทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ขั้นตอนขอ User ID อธิบายไว้แล้วที่หน้าแจ้งเข้าประกันสังคม ยังไม่มี User ID ก็ไม่ต้องรอ ใช้แบบกระดาษ สปส.6-09 ไปก่อนได้ กำหนดเวลาเท่ากันทั้งสองทาง
พิมพ์ลงฟอร์มจริง 7 คนต่อแผ่น นายจ้างหรือผู้มีอำนาจลงชื่อ ประทับตรานิติบุคคลถ้ามี แล้วยื่นที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ที่ดูแลกิจการของคุณ ไม่ต้องมี User ID ลูกจ้างไม่ต้องเซ็น
ต้องมี User ID ของนายจ้างก่อน อัปโหลดไฟล์ที่เครื่องมือด้านบนสร้าง ซึ่งเป็นเรคคอร์ด 609 ปิดท้ายด้วยเรคคอร์ด 104 แจ้งออกได้หลายคนในไฟล์เดียว กำหนดเวลาเดียวกับกระดาษคือวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
ไฟล์อัปโหลดที่เครื่องมือด้านบนสร้างให้ ใช้เรคคอร์ดประเภท 609 สำหรับแจ้งออก หนึ่งคนหนึ่งบรรทัด ยาว 240 ตัวอักษรพอดี วันที่สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนอยู่ตำแหน่งที่ 37 ถึง 44 และเป็นวันถัดจากวันทำงานวันสุดท้าย เหมือนแบบกระดาษทุกประการ ปิดชุดด้วยเรคคอร์ด 104 สองบรรทัด บรรทัดแรกนับจำนวนแต่ละประเภทพร้อมช่วงวันที่ บรรทัดที่สองเป็นชื่อและที่อยู่สถานประกอบการ ยาวได้ไม่เกิน 90 ตัวอักษร ยาวกว่านั้นเครื่องมือจะบอกให้ย่อก่อน
ไฟล์บันทึกเป็นรหัส TIS-620 เปิดด้วย Notepad แล้วภาษาไทยจะดูเพี้ยน ไฟล์ไม่ได้เสีย โปรแกรมของสำนักงานประกันสังคมเก็บภาษาไทยตัวละหนึ่งไบต์ หนึ่งเรคคอร์ด 240 ตัวอักษรจึงเท่ากับ 240 ไบต์พอดี อยากอ่านให้เปลี่ยนการเข้ารหัสตอนเปิดเป็น ANSI และห้ามบันทึกทับเป็น UTF-8 เด็ดขาด เพราะตัวไทยจะยาวขึ้นเป็นตัวละสามไบต์ ตำแหน่งช่องจะเพี้ยนทั้งไฟล์ อยากตรวจก่อนอัปโหลด ให้ใช้ปุ่ม ดาวน์โหลด CSV ไว้ตรวจทาน ซึ่งมีทั้งคอลัมน์วันทำงานวันสุดท้ายและวันที่สิ้นสุดที่ลงแบบ เครื่องมือตั้งค่าเริ่มต้นเป็น TIS-620 และมีตัวเลือกสลับเป็น UTF-8 ไว้ให้ ถ้าระบบ e-Service ปฏิเสธไฟล์ให้สลับแล้วดาวน์โหลดใหม่
ไฟล์จากหน้านี้มีเฉพาะเรคคอร์ด 609 แจ้งออก ส่วนแจ้งเข้า 103 และ 608 กับแก้ไขข้อมูล 610 ทำได้ที่เครื่องมือแจ้งเข้าประกันสังคม ซึ่งพิมพ์แบบกระดาษ สปส.1-03 ให้เฉพาะแจ้งเข้า
มีโทษ และเป็นโทษอาญา ไม่ใช่เงินเพิ่มอย่างกรณีส่งเงินสมทบช้า มาตรา 96 วางโทษไว้ว่า นายจ้างผู้ใดโดยเจตนาไม่ยื่นแบบรายการต่อสำนักงานภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 34 หรือไม่แจ้งเป็นหนังสือต่อสำนักงานขอเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 44 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถ้าเป็นความผิดต่อเนื่อง ต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกินห้าพันบาทตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืน การไม่แจ้งออกภายในวันที่ 15 อยู่ในส่วนที่อ้างมาตรา 44 นี้ อ่านตัวบทเต็มได้จากพระราชบัญญัติประกันสังคม
คำที่ต้องอ่านให้ครบคือ โดยเจตนา โทษข้อนี้ผูกกับเจตนา ไม่ใช่ค่าปรับอัตโนมัติที่เดินทันทีเมื่อเลยวันที่ 15 ตัวแบบ สปส.6-09 เองก็ใช้คำว่า อาจมีความผิด ในคำเตือนข้อ 2 และข่าวของสำนักงานประกันสังคมที่ขอความร่วมมือนายจ้างแจ้งเข้าแจ้งออกให้ทันเวลา ก็ใช้คำว่า มีเจตนาหลีกเลี่ยงหรือล่าช้า แต่อย่าเอาตรงนี้มาเป็นข้ออ้าง เพราะมีผลอีกทางที่มาถึงเร็วกว่า มาตรา 44 วรรคสอง ให้นำมาตรา 37 มาใช้บังคับโดยอนุโลม คือเมื่อความปรากฏต่อสำนักงาน หรือลูกจ้างร้องเรียน สำนักงานมีอำนาจบันทึกรายละเอียดเองจากหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลของกิจการคุณจึงอาจถูกบันทึกตามที่เจ้าหน้าที่เห็น ไม่ใช่ตามที่คุณจะแจ้งในภายหลัง
ผลอีกอย่างไม่ใช่โทษของนายจ้าง แต่ตกกับลูกจ้างที่ออกไปแล้ว มาตรา 38 นับสิทธิที่คุ้มครองต่อหลังออกจากงานจากวันที่สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง และมาตรา 39 นับเวลาสมัครต่อจากวันสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน ทั้งสองอย่างนับจากวันที่เขาออกจริง ไม่ได้นับจากวันที่คุณยื่นแบบ การแจ้งช้าจึงไม่ได้ยืดเวลาให้ใคร มีแต่ทำให้ทะเบียนของเขาไม่ตรงกับความจริงในช่วงที่เขาต้องใช้สิทธิ
มาตรา 97 เป็นคนละมาตรา ครอบคลุมนายจ้างที่แจ้งขอเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการตามมาตรา 44 เป็นเท็จ โทษระดับเดียวกันคือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แบบ สปส.6-09 พิมพ์คำเตือนข้อ 3 ไว้ตรง ๆ ว่า การแจ้งข้อเท็จจริงเป็นเท็จ เช่น การแจ้งลาออกไม่ตรงกับความเป็นจริง อาจมีความผิด สองอย่างที่เจอบ่อยคือเลื่อนวันสิ้นสุดให้ตกอยู่ในเดือนที่ยื่นเพื่อให้ดูไม่ช้า และติ๊กลาออกทั้งที่เป็นการเลิกจ้าง ทั้งสองอย่างเปลี่ยนเรื่องจากการแจ้งช้าตามมาตรา 96 ไปเป็นการแจ้งข้อความเท็จตามมาตรา 97 ซึ่งแก้ตัวยากกว่า และหลักฐานก็คือแบบที่คุณลงชื่อรับรองเองว่ารายการที่แจ้งไว้ข้างต้นถูกต้องตามความเป็นจริงทุกประการ
ลูกจ้างที่ออกไปแล้วยังใช้สิทธิได้อีก 6 เดือน แต่ไม่ใช่ทุกสิทธิ และมีเงื่อนไข มาตรา 38 กำหนดว่าความเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 สิ้นสุดลงเมื่อผู้ประกันตนตาย หรือสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง และถ้าผู้ที่สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างได้ส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนเวลาที่จะก่อให้เกิดสิทธิแล้ว ให้มีสิทธิตามหมวด 2 หมวด 3 หมวด 4 และหมวด 5 ต่อไปอีกหกเดือนนับแต่วันที่สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง สี่หมวดนั้นคือกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ และตาย ส่วนสงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน ไม่อยู่ในการคุ้มครองต่อนี้ แต่ละเรื่องมีเงื่อนไขของตัวเองในหมวดอื่นของกฎหมาย
| กรณี | หลังออกจากงาน | หมวดในพระราชบัญญัติ |
|---|---|---|
| ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย | คุ้มครองต่อ 6 เดือน ตามมาตรา 38 | หมวด 2 |
| คลอดบุตร | คุ้มครองต่อ 6 เดือน ตามมาตรา 38 | หมวด 3 |
| ทุพพลภาพ | คุ้มครองต่อ 6 เดือน ตามมาตรา 38 | หมวด 4 |
| ตาย | คุ้มครองต่อ 6 เดือน ตามมาตรา 38 | หมวด 5 |
| สงเคราะห์บุตร | ไม่อยู่ในการคุ้มครองต่อตามมาตรา 38 | หมวด 6 |
| ชราภาพ | ไม่อยู่ในการคุ้มครองต่อตามมาตรา 38 | หมวด 7 |
| ว่างงาน | ไม่อยู่ในการคุ้มครองต่อตามมาตรา 38 ใช้เงื่อนไขของมาตรา 78 แทน | หมวด 8 |
ตัวเลข 6 เดือนอาจยาวกว่านั้นได้ มาตรา 38 วรรคสอง เปิดให้ขยายระยะเวลานี้โดยพระราชกฤษฎีกา แต่ต้องไม่เกิน 12 เดือนนับแต่วันที่สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง หน้านี้ยึด 6 เดือนตามตัวบทของพระราชบัญญัติ ส่วนตอนนี้มีพระราชกฤษฎีกาขยายระยะเวลาใช้บังคับอยู่หรือไม่ เราไม่ได้ยืนยันในหน้านี้ ให้ลูกจ้างตรวจสอบระยะเวลาที่ใช้จริงกับสำนักงานประกันสังคมก่อนใช้สิทธิ
หน้าที่ของคุณในเรื่องนี้มีข้อเดียว ลงวันที่สิ้นสุดในแบบ สปส.6-09 ให้ตรงความจริง แล้วยื่นให้ทัน เพราะวันนั้นคือวันที่สำนักงานใช้บันทึกการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนของเขา และเป็นจุดเริ่มนับของสิทธิตามมาตรา 38 และเวลาสมัครตามมาตรา 39 อีกอย่างที่ทำได้เลยตอนเขายื่นใบลาออก คือบอกเขาว่าสิทธิ 4 กรณีคุ้มครองต่ออีก 6 เดือนถ้าส่งเงินสมทบครบเงื่อนไข และมีเวลา 6 เดือนสำหรับสมัครมาตรา 39 ประโยคเดียวช่วยเขาได้มากกว่าที่คิด
ภายใน 6 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน และต้องส่งเงินสมทบมาแล้วอย่างน้อย 12 เดือน สองตัวเลขนี้คือหัวใจของเรื่อง มาตรา 39 กำหนดว่าผู้ใดเคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 โดยจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบสองเดือน และต่อมาความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงเพราะสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างตามมาตรา 38 (2) ถ้าประสงค์จะเป็นผู้ประกันตนต่อไป ให้แสดงความจำนงต่อสำนักงานตามระเบียบที่เลขาธิการกำหนดภายในหกเดือนนับแต่วันสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน ลูกจ้างที่ทำงานกับคุณไม่ถึงปีและไม่เคยส่งเงินสมทบที่อื่นมาก่อน จึงยังไม่เข้าเงื่อนไขข้อนี้
เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ส่งเงินสมทบมาแล้วอย่างน้อย 12 เดือน ออกจากงานแล้ว และยังอยู่ในช่วง 6 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน
ส่งเงินสมทบมาไม่ถึง 12 เดือน หรือพ้น 6 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนไปแล้ว ตัวเลขทั้งสองอยู่ในมาตรา 39 โดยตรง
เรื่องนี้เป็นสิทธิของลูกจ้าง ไม่ใช่หน้าที่ของนายจ้าง แต่คุณเกี่ยวตรงที่มาตรา 39 ใช้ได้กับคนที่ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงแล้วเท่านั้น สปส.6-09 ของคุณจึงเป็นเอกสารที่บอกสำนักงานว่าวันนั้นมาถึงแล้ว และวันที่คุณลงในแบบคือวันเริ่มนับ 6 เดือนของเขา ทั้ง 6 เดือนของมาตรา 38 และ 6 เดือนของมาตรา 39 เริ่มนับเมื่อความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง ไม่ได้เริ่มนับจากวันที่นายจ้างยื่นแบบ ถ้าพนักงานถามตอนยื่นใบลาออก ตอบสั้น ๆ ได้เลยว่า มีเวลา 6 เดือน ต้องมีเงินสมทบครบ 12 เดือน และไปแสดงความจำนงที่สำนักงานประกันสังคมเอง แบบที่ใช้ยื่นคือแบบคำขอเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 สปส.1-20 ถ้าคุณมีพนักงานเข้าออกหลายคนต่อเดือน ทีมบัญชีรายเดือนของเรา รับงานส่วนนี้ไปทำแทนได้
งานพนักงานออกไม่ได้จบที่ สปส.6-09 ใบเดียว ค่าจ้างงวดสุดท้ายยังต้องหักและนำส่งเงินสมทบในแบบ สปส.1-10 ของเดือนที่จ่ายตามปกติ ทำได้ที่เครื่องมือส่งเงินสมทบประกันสังคม สปส.1-10 ค่าจ้างงวดสุดท้ายและเงินที่จ่ายตอนออกควรมีใบสำคัญจ่ายเป็นหลักฐานการจ่าย และถ้าหักภาษี ณ ที่จ่ายเขาไว้ระหว่างปี ลูกจ้างต้องใช้หนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย 50 ทวิสำหรับเงินเดือนที่จ่ายไปในปีนั้น ไว้ยื่นภาษีของเขาเอง กฎหมายให้เวลาออกใบนี้ภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่เขาออกจากงาน ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 50 ทวิ ออกให้พร้อมค่าจ้างงวดสุดท้ายจบเรื่องในครั้งเดียว ถ้าเขาถามว่าปีนี้ต้องเสียภาษีไหม ชี้ให้เขาลองเครื่องคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของเราได้เลย
รับคนใหม่มาแทนเมื่อไหร่ คนนั้นมีกำหนดของตัวเองคือ 30 วันนับจากวันเข้าทำงาน ทำได้ที่เครื่องมือแจ้งเข้าประกันสังคม สปส.1-03 สองกำหนดนี้คนละสูตร อย่าใช้ปนกัน แบบฟอร์มเปล่าของราชการที่ใช้บ่อย รวมไว้ที่คลังแบบฟอร์มของเรา และเครื่องมือคำนวณอื่น ๆ อยู่ที่หน้ารวมเครื่องมือ ทั้งหมดใช้ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก
ถ้าพนักงานเข้าออกทุกเดือน และการไล่ดูว่าใครออกเดือนไหน ต้องยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนไหน เริ่มกินเวลาของคุณ นี่คืองานที่เราทำให้ลูกค้าอยู่แล้วทุกเดือน ในบริการทำบัญชีรายเดือน เรารับตั้งแต่ขึ้นทะเบียนนายจ้าง แจ้งเข้าแจ้งออกพนักงาน คำนวณและนำส่งเงินสมทบ ไปจนถึงงานภาษีประจำเดือน คุณส่งแค่วันทำงานวันสุดท้ายกับสาเหตุมาให้ ที่เหลือเราจัดการแบบและวันครบกำหนดให้เอง คุณไม่ต้องจำวันที่ 15 อีกต่อไป เราเป็นสำนักงานบัญชีในเชียงใหม่ ลูกค้าที่อยู่จังหวัดอื่นก็ใช้บริการได้ เพราะทั้งแจ้งเข้าและแจ้งออกยื่นผ่าน e-Service ได้
ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่พนักงานออกจากงาน ตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม โดยใช้แบบ สปส.6-09 ไม่ได้นับเป็น 30 วันอย่างการแจ้งเข้า เช่น ทำงานวันสุดท้าย 20 สิงหาคม 2569 ลงวันที่สิ้นสุดในแบบเป็น 21 สิงหาคม 2569 และยื่นภายในวันที่ 15 กันยายน 2569 ถ้าวันทำงานวันสุดท้ายเป็นวันสิ้นเดือน ให้ยึดวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่ทำงานวันสุดท้ายไว้ก่อน ซึ่งเป็นวิธีนับที่เครื่องมือในหน้านี้ใช้
แจ้งได้เลย คำเตือนข้อ 2 บนแบบ สปส.6-09 ให้แจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนตั้งแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยไม่เกินวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
วันถัดไป คำอธิบายข้อ 3 หลังแบบ สปส.6-09 ให้กรอกวันที่ถัดจากวันสุดท้ายที่ผู้ประกันตนมาทำงาน เช่น ทำงานวันสุดท้าย 31 พฤษภาคม ให้ลง 1 มิถุนายน ยกเว้นกรณีตายให้ระบุวันที่ผู้ประกันตนตาย เครื่องมือในหน้านี้ถามวันทำงานวันสุดท้ายแล้วบวกหนึ่งวันให้เอง
7 คนต่อแผ่น เพราะ สปส.6-09 เป็นแบบรายการ ไม่ใช่คนละใบอย่าง สปส.1-03 ถ้าเกิน 7 คนให้ใช้แผ่นถัดไป เครื่องมือด้านบนแบ่งแผ่นให้เองเมื่อเกิน 7 คน
ลูกจ้างลาออกเองติ๊กข้อ 1 นายจ้างเลิกจ้างติ๊กข้อ 3 สัญญาจ้างที่มีกำหนดเวลาหมดลงติ๊กข้อ 2 ส่วนให้ออกเพราะกระทำความผิดหรือละทิ้งหน้าที่โดยไม่ติดต่อนายจ้างภายใน 7 วันทำงานติดต่อกันติ๊กข้อ 5 เลือกตามความจริง เพราะรหัสสาเหตุมีผลต่อเงินว่างงานของลูกจ้างตามมาตรา 78
ถ้าเขาติดต่อนายจ้างภายใน 6 วันทำงานติดต่อกัน แบบจัดไว้ในข้อ 1 ร่วมกับลาออก ถ้าไม่มีการติดต่อเลยภายใน 7 วันทำงานติดต่อกัน อยู่ในข้อ 5 ซึ่งข้อความใกล้เคียงกับเหตุละทิ้งหน้าที่ 7 วันทำงานติดต่อกันที่มาตรา 78 (2) ใช้ตัดสิทธิว่างงาน จึงต้องเลือกตามที่เกิดขึ้นจริงและเก็บหลักฐานการติดต่อไว้
มาตรา 96 กำหนดโทษสำหรับนายจ้างที่โดยเจตนาไม่แจ้งเปลี่ยนแปลงรายการภายในกำหนดตามมาตรา 44 จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถ้าเป็นความผิดต่อเนื่อง ปรับอีกวันละไม่เกินห้าพันบาท โทษผูกกับเจตนา ไม่ใช่ค่าปรับอัตโนมัติ ส่วนการแจ้งวันลาออกไม่ตรงความจริงเป็นความผิดตามมาตรา 97 โทษหลักเท่ากัน คือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อีก 6 เดือนนับแต่วันที่สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง ตามมาตรา 38 เฉพาะกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ และตาย และต้องส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนเวลาที่ก่อให้เกิดสิทธิแล้ว ไม่รวมสงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน กฎหมายเปิดให้ขยายด้วยพระราชกฤษฎีกาได้ไม่เกิน 12 เดือน ระยะเวลาที่ใช้จริงในปัจจุบันให้ตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคม
เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงเพราะสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างตามมาตรา 38 (2) และแสดงความจำนงต่อสำนักงานประกันสังคมภายใน 6 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน
ไฟล์ข้อความที่แต่ละบรรทัดยาว 240 ตัวอักษร ใช้เรคคอร์ดประเภท 609 สำหรับแจ้งออก ปิดท้ายด้วยเรคคอร์ด 104 สองบรรทัด บันทึกเป็นรหัส TIS-620 เป็นค่าเริ่มต้น และสลับเป็น UTF-8 ได้ถ้าระบบปฏิเสธไฟล์ อัปโหลดในระบบ e-Service ของสำนักงานประกันสังคม และต้องมี User ID ของนายจ้างก่อน ซึ่งขอผ่านแบบ สปส.1-05 เครื่องมือด้านบนสร้างไฟล์ตามรูปแบบนี้ให้
คำเตือนข้อ 1 บนแบบให้กรอกเลขที่บัตรประกันสังคมของคนต่างด้าวลงในช่องเลขประจำตัวประชาชน ในเครื่องมือให้เลือกประเภทบัตร 6 ใบอนุญาตทำงาน หรือ 7 ใบต่างด้าว ในแถวนั้น ระบบจะตรวจเลขตรวจสอบหลักที่ 13 เฉพาะบัตรประชาชนไทย
แบบ สปส.6-09 มีสาเหตุข้อ 7 โอนย้ายสาขา ไว้สำหรับกรณีนี้โดยเฉพาะ และเครื่องมือด้านบนพิมพ์ให้ได้ ส่วนขั้นตอนฝั่งสาขาที่รับเข้า ให้สอบถามสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ของสาขานั้น
แหล่งอ้างอิง พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ฉบับรวมแก้ไขถึงฉบับที่ 4 พ.ศ. 2558 มาตรา 33 37 38 39 44 78 79 96 และ 97 ดูฉบับเต็มได้ที่ไฟล์ PDF ของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา แบบ สปส.6-09 แบบแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน พร้อมคำเตือนและคำอธิบายด้านหลังแบบ ของสำนักงานประกันสังคม กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนที่ 44 ก วันที่ 27 มิถุนายน 2568 และคู่มือการใช้งาน e-Service สำหรับสถานประกอบการ ของสำนักงานประกันสังคม ข้อมูลนี้ใช้เพื่อความเข้าใจทั่วไป กรณีเฉพาะของกิจการควรตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคมพื้นที่
ทักมาคุยได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษา เราตอบเองทุกข้อความ ไม่ใช่บอทตอบ