คำถามที่เจ้าของธุรกิจที่ไม่มีรายได้หรือไม่ได้ประกอบกิจการทุกคนต้องเผชิญคือ: “ไม่มีรายได้ต้องปิดงบไหม”

นี่คือข้อสงสัยที่ทำให้หลายธุรกิจเกิดความเข้าใจผิดและเสี่ยงต่อการถูกปรับอย่างหนัก Simple Balance ในฐานะที่ปรึกษาบัญชีภาษีที่พร้อมให้บริการท่าน ทั่วประเทศ ขอยืนยันตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่ชัดเจน:

ตราบใดที่กิจการของคุณยังคงสถานะเป็น “นิติบุคคล” ตามกฎหมายไทย ไม่ว่าจะเป็นบริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด คุณมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องยื่นงบการเงินต่อกรมสรรพากร และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) แม้ว่ารายได้ตลอดทั้งปีจะเป็นศูนย์ก็ตาม

คำตอบสั้นๆ ที่เป็นความจริงของโลกธุรกิจคือ: การเป็นนิติบุคคลกำหนดให้คุณต้องปิดงบและยื่นรายงานสถานะประจำปีเสมอ ไม่ว่าจะ “มีรายได้” หรือ “ไม่มีรายได้”

การดำเนินการนี้คือการรักษาความต่อเนื่องทางกฎหมายของธุรกิจคุณ และการรับปิดงบเปล่าครบวงจรอย่างถูกต้องจึงเป็นทางออกที่คุ้มค่าที่สุด เพื่อให้บริษัทของคุณพร้อมสำหรับการเริ่มต้นใหม่โดยปราศจากภาระค่าปรับค้างจ่าย เรามาดูกันว่า “งบเปล่า” คืออะไร และคุณต้องทำอะไรบ้าง

ไม่มีรายได้ต้องปิดงบไหม คำตอบสำหรับนิติบุคคลที่ไม่มีรายได้ในรอบปีบัญชี
นิติบุคคลทุกประเภทต้องยื่นงบการเงินทุกปี แม้รายได้จะเป็นศูนย์

ปิดงบการเงินเปล่าคืออะไรกันแน่

ปิดงบเปล่าคืออะไร งบการเงินเปล่าสำหรับบริษัทและหจก. ที่ยังไม่มีรายได้
งบเปล่าคือการแจ้งภาครัฐว่าปีนั้นกิจการยังไม่มีรายได้และค่าใช้จ่าย

ถ้าจะอธิบายให้ง่ายที่สุด การปิดงบเปล่าคือ การทำ “รายงานสถานะความนิ่ง” ของบริษัทคุณ

คำว่า “เปล่า” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงว่างเปล่า 100% แต่หมายถึง ไม่มีรายได้จากการดำเนินงานหลัก เข้ามาเลย แต่คุณยังต้องรวบรวมรายการที่แสดงว่าบริษัทยังอยู่ เช่น:

  • เงินทุนที่คุณนำมาจดทะเบียน (ซึ่งเป็นตัวเลขเริ่มต้นของบริษัท)
  • ค่าใช้จ่ายเล็กน้อยที่เกิดขึ้นเพื่อให้บริษัทยังมีสถานะอยู่ เช่น ค่าปิดงบเปล่า หรือค่าธรรมเนียมธนาคาร
  • การยื่นแบบฟอร์มที่ต้องรายงานต่อรัฐว่า “เรายังอยู่นะ”

การยื่นงบเปล่าราคาคุ้มค่าจึงเป็นกระบวนการที่นักบัญชีนำตัวเลขเหล่านี้ (แม้จะน้อยนิด) มาจัดทำเป็นรายงานที่ถูกต้อง เพื่อส่งมอบให้หน่วยงานราชการได้รับทราบ

ทำไมต้องปิดงบ แม้รายได้จะเป็นศูนย์

เหตุผลหลักที่เราต้องแนะนำให้คุณรีบจัดการปิดงบเปล่าทันที คือการหลีกเลี่ยง “ค่าปรับ” และการ “ถูกขีดชื่อกิจการเป็นร้าง” โดย DBD

1. หน้าที่ในการ “รายงานตัว” ต่อรัฐ

กฎหมายภาษี (ที่เราเรียกกันว่า ประมวลรัษฎากร) กำหนดไว้ชัดเจนว่า บริษัทและห้างหุ้นส่วนมีหน้าที่ต้องยื่น “แบบฟอร์มรายงานรายได้ประจำปี”

แบบฟอร์มหลักที่ใช้คือ ภ.ง.ด. 50 สำหรับกิจการในประเทศ และ ภ.ง.ด. 52 สำหรับกิจการต่างประเทศที่มีหน้าที่เสียภาษีในไทย ในแบบฟอร์มเหล่านี้มีข้อกำหนดที่สำคัญที่สุดระบุไว้ว่า: คุณต้องยื่นแบบนี้เป็นประจำทุกปี ไม่ว่าธุรกิจจะมีรายได้หรือไม่ก็ตาม

นี่เปรียบเหมือนการที่คุณต้องไปต่ออายุบัตรประชาชน หรือต่อทะเบียนรถยนต์ทุกปี แม้ว่าคุณจะไม่ได้ใช้รถยนต์คันนั้นเลยก็ตาม การยื่นแบบ ภ.ง.ด. 50/52 ก็คือการต่ออายุสถานะทางกฎหมายของบริษัทคุณนั่นเอง

2. เส้นตาย 150 วัน (เส้นตาย 5 เดือนครึ่ง)

เมื่อปิดปีบัญชีแล้ว (เช่น 31 ธันวาคม) คุณมีเวลาจำกัดในการจัดการทำบัญชีและยื่นงบเปล่าราคาประหยัดให้เสร็จสิ้น นั่นคือภายใน 150 วัน นับตั้งแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี

นอกจากนี้ ยังมีรายงานที่ต้องยื่นช่วงกลางปี (ภ.ง.ด. 51) ซึ่งเป็นเหมือนการ “ประเมินสถานะครึ่งทาง” โดยต้องทำเสร็จภายใน 2 เดือน หลังสิ้นสุดครึ่งปีแรก เพื่อให้รัฐทราบความเคลื่อนไหว

ขั้นตอนการปิดงบบัญชีเปล่าแบบทำเองได้ไม่งง (5 ขั้น)

ขั้นตอนการปิดงบการเงินเปล่า 5 ขั้นตอน ตั้งแต่รวบรวมเอกสารจนถึงยื่น DBD
5 ขั้นตอนปิดงบเปล่า รวบรวมเอกสาร ตรวจยอดเงินต้น ผู้สอบบัญชีรับรอง ยื่นสรรพากร และยื่นกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

การจ้างผู้เชี่ยวชาญมารับปิดงบเปล่าครบวงจร จะช่วยให้ขั้นตอนเหล่านี้ง่ายขึ้นมาก แต่คุณควรทราบภาพรวม 5 ขั้นตอนนี้:

1. รวบรวมเอกสารสำคัญทางธุรกิจ: รวบรวมเอกสารทุกอย่างที่แสดงว่าบริษัทคุณยังอยู่ เช่น เอกสารการโอนเงินทุน และใบเสร็จค่าใช้จ่ายเล็กน้อย (ถ้ามี) เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหนี้ ใบเสนอราคา ใบกำกับภาษี เป็นต้น

    ◦ เคล็ดลับปฏิบัติ: แม้จะไม่มีการซื้อขาย คุณควรมีระบบ รันเลขเอกสารต่อเนื่อง สำหรับบันทึกภายใน (เช่น บันทึกการประชุม) เพื่อแสดงว่ากิจการมีความเป็นระบบระเบียบ

2. ตรวจสอบยอดเงินต้น: นักบัญชีจะตรวจสอบยอดเงินสดหรือยอดเงินในบัญชีธนาคารว่าตรงกับยอดเงินทุนที่รายงานไว้หรือไม่

    ◦ เคล็ดลับปฏิบัติ: นำ statement หรือเอกสารจากธนาคารมายืนยันยอดคงเหลือ ณ วันสิ้นปีบัญชีให้ตรงกับตัวเลขในรายงาน

3. การยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญ: งบการเงินจะต้องได้รับการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องจากนักบัญชี และสำหรับบริษัทจำกัด ต้องมี “ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต” หรือ CPA มาเซ็นรับรอง

4. ยื่นรายงานสถานะประจำปี (กรมสรรพากร): นำแบบฟอร์ม ภ.ง.ด. 50 ไปยื่นต่อกรมสรรพากรภายในเส้นตาย 150 วัน

5. ยื่นงบการเงิน (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า): นำงบที่ได้รับการรับรองแล้วไปยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ตามกำหนดเวลา’

ค่าปรับที่ต้องจ่าย หากไม่ยอมยื่นงบการเงิน (เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย)

การเพิกเฉยต่อหน้าที่การยื่นงบบัญชีจะนำมาซึ่งปัญหาใหญ่ที่ทำให้คุณต้องเสียเงินมากกว่าแค่ค่าปิดงบเปล่า เพราะค่าปรับนั้น “ไม่เปล่า” เลยแม้แต่น้อย

หากคุณไม่ยื่นงบภายในกำหนด 150 วัน คุณจะถูกปรับจากสองหน่วยงานหลัก:

1. กรมสรรพากร: คุณจะถูกปรับสำหรับการไม่ยื่นแบบรายงานประจำปี และยังมี “เงินเพิ่ม” หรือเบี้ยปรับที่ต้องจ่ายตามกฎหมาย

2. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD): คุณจะถูกปรับทางปกครองสำหรับการไม่ยื่นงบการเงิน ซึ่งค่าปรับเหล่านี้มีอัตราที่สูงมาก และที่อันตรายกว่านั้นคือ หากคุณไม่ยื่นงบต่อเนื่องกันหลายปี รัฐบาลมีสิทธิ์ ขีดชื่อร้าง หรือถอนทะเบียนบริษัทคุณทิ้ง ถือเป็นการปิดกิจการโดยที่คุณไม่ทันตั้งตัว ไม่สามารถประมูลงาน ไม่สามารถดำเนินธุรกรรมในนามนิติบุคคลได้อีกแต่ไปอย่างสิ้นเชิง

ค้างงบมาหลายปีแล้ว ทั้งที่ไม่มีรายได้ ต้องทำอย่างไร

นี่คือสถานการณ์ที่เราเจอบ่อยที่สุดจากสายที่โทรเข้ามา ไม่ใช่แค่ ปีนี้ไม่มีรายได้ แต่เป็น ไม่มีรายได้เลย และไม่ได้ยื่นงบมา 3 ปีแล้ว

ข่าวดีคือ กรณีงบเปล่ามีเพดานค่าใช้จ่ายที่คำนวณได้ล่วงหน้า และมักถูกกว่าที่เจ้าของกิจการกลัวไว้มาก

ทำไมงบเปล่าที่ค้างหลายปี ถึงถูกกว่ากิจการที่มีรายได้

ค่าใช้จ่ายเวลายื่นงบย้อนหลังมี 3 ก้อน และก้อนที่แพงที่สุดจะเป็นศูนย์ถ้าคุณไม่มีรายได้

  1. ค่าปรับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คิดแยกเป็นรายปีบัญชีที่ค้าง ต้องจ่ายทุกปีที่ไม่ได้ยื่น
  2. ค่าปรับอาญา ภ.ง.ด.50 ของกรมสรรพากร กฎหมายกำหนดเพดานไว้ที่ไม่เกิน 2,000 บาทต่อหนึ่งกระทง และการยื่นงบการเงินล่าช้านับเป็นอีกหนึ่งกระทงแยกต่างหาก รวมแล้วไม่เกิน 4,000 บาทต่อปี ยอดจริงขึ้นกับการเปรียบเทียบปรับของเจ้าหน้าที่
  3. เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องชำระ ก้อนนี้คือก้อนที่ทำให้ยอดบานปลายหลักแสน แต่ถ้าไม่มีรายได้ ก็ไม่มีภาษีที่ต้องชำระ เงินเพิ่มจึงเป็นศูนย์

พูดง่ายที่สุดคือ กิจการที่มีกำไรและค้างงบ 3 ปี อาจเจอยอดรวมหลายแสนบาทจากเงินเพิ่ม ส่วนกิจการที่ไม่มีรายได้เลยและค้าง 3 ปีเท่ากัน จะเจอเฉพาะค่าปรับสองก้อนแรก ซึ่งเป็นจำนวนที่จำกัดและรู้ล่วงหน้าได้

อัตราค่าปรับ DBD ต่อปีบัญชีที่ค้าง

อัตรานี้เป็นยอดรวมของทั้งนิติบุคคลและกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ และคิดแยกทุกปีบัญชีที่ไม่ได้ยื่น

ยื่นช้ากว่ากำหนดบริษัทจำกัด และ หจก.
ไม่เกิน 2 เดือน2,000 บาท
เกิน 2 เดือน ถึง 4 เดือน8,000 บาท
เกิน 4 เดือน หรือไม่ได้ยื่นเลย12,000 บาท

ปีที่ค้างมานานทุกปีจะเข้าเกณฑ์สูงสุดคือ 12,000 บาทต่อปีเสมอ ส่วนปีล่าสุดจะอยู่เกณฑ์ไหนขึ้นกับว่าเลยกำหนดมากี่เดือน

บริษัทมหาชน นิติบุคคลต่างประเทศ และกิจการร่วมค้า ใช้อัตราคนละชุดและสูงกว่านี้มาก ดูตารางเต็มทุกประเภทได้ที่ ค่าปรับ DBD 2569 วิธีคำนวณและวิธีขอลดค่าปรับ

ตัวอย่างจริง หจก. งบเปล่า ค้าง 3 ปี

สมมติเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด รอบบัญชีสิ้นสุด 31 ธันวาคม ไม่มีรายได้เลยทั้ง 3 ปี และเข้ามายื่นย้อนหลังในเดือนสิงหาคม 2569

รายการจำนวนเงิน
ค่าปรับ DBD ปีบัญชี 2566 เกิน 4 เดือน12,000
ค่าปรับ DBD ปีบัญชี 2567 เกิน 4 เดือน12,000
ค่าปรับ DBD ปีบัญชี 2568 เกิน 2 ถึง 4 เดือน8,000
ค่าปรับอาญา ภ.ง.ด.50 ไม่เกินปีละ 4,000 จำนวน 3 ปีไม่เกิน 12,000
เงินเพิ่ม เพราะไม่มีภาษีที่ต้องชำระ0
รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 44,000

ถ้ากิจการเดียวกันนี้มีกำไรปีละ 500,000 บาท ยอดรวมจะกระโดดขึ้นไปเกิน 300,000 บาท เพราะเงินเพิ่มเดินทุกเดือนจนถึงเพดาน 100% ของภาษีในปีนั้น ความต่างทั้งหมดอยู่ที่ก้อนเงินเพิ่มก้อนเดียว

ค้างงบมาหลายปี ยังไม่รู้ต้องจ่ายเท่าไหร่

ทักมาบอกชื่อบริษัท เราเช็คปีที่ค้างและประเมินยอดรวมให้ก่อน ไม่มีค่าใช้จ่าย

ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย →

ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่าง ณ เดือนสิงหาคม 2569 ยอดจริงขึ้นกับประเภทนิติบุคคล เดือนสิ้นรอบบัญชี และปีที่ยื่นล่าสุด คำนวณยอดของกิจการคุณเองได้ที่ เครื่องคำนวณค่าปรับยื่นงบการเงินล่าช้า

วิธีที่ไม่ให้กลับมาค้างอีกคือมีคนดูแลทุกเดือน บริการรับทำบัญชีรายเดือนของเราครอบคลุมการยื่นภาษีทุกเดือนและปิดงบปลายปีให้จบในเจ้าเดียว

ค่าปรับ DBD ตกที่กรรมการด้วย ไม่ใช่แค่บริษัท

จุดที่เจ้าของกิจการส่วนใหญ่ไม่ทราบคือ ค่าปรับของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าไม่ได้ลงที่นิติบุคคลอย่างเดียว แต่ลงที่ตัวกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นการส่วนตัวอีกส่วนหนึ่งด้วย ยอดที่แสดงในตารางด้านบนเป็นยอดรวมของทั้งสองส่วนแล้ว

หมายความว่าการปล่อยบริษัทที่ไม่มีรายได้ทิ้งไว้เฉยๆ ไม่ได้แปลว่าไม่มีใครต้องรับผิดชอบ ภาระตกที่ชื่อของคุณโดยตรง และไม่หายไปเองเมื่อบริษัทหยุดเคลื่อนไหว

ถ้าอยากเลิกบริษัทไปเลย ยังต้องเคลียร์งบที่ค้างก่อน

คำถามที่ตามมาเสมอคือ ในเมื่อไม่ได้ใช้บริษัทแล้ว ขอจดเลิกไปเลยได้หรือไม่

คำตอบคือได้ แต่การจดเลิกไม่ได้ล้างหน้าที่และค่าปรับที่เกิดขึ้นไปแล้ว งบการเงินของปีที่ค้างยังเป็นหน้าที่ตามกฎหมายบัญชีอยู่ และกระบวนการชำระบัญชียังต้องมีงบการเงิน ณ วันเลิกที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีอีกหนึ่งชุด ในทางปฏิบัติจึงต้องเคลียร์งบที่ค้างควบคู่กันไป

ดังนั้นสำหรับคนที่ตั้งใจจะปิดบริษัทอยู่แล้ว การยื่นงบย้อนหลังไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่เสียเปล่า แต่เป็นขั้นตอนแรกของการปิดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ปล่อยไว้เฉยๆ แล้วรอให้ถูกขีดชื่อร้าง ไม่ใช่ทางออก

บางคนเข้าใจว่าถ้าไม่ยื่นนานพอ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะขีดชื่อร้างให้เอง แล้วเรื่องจะจบไปเอง

ในทางปฏิบัติการขีดชื่อร้างเกิดขึ้นช้ามากและไม่แน่นอน ระหว่างที่รอ ค่าปรับยังเดินสะสมเพิ่มขึ้นทุกปีบัญชี และเมื่อถูกขีดชื่อร้างแล้ว กิจการก็ไม่สามารถประมูลงาน เปิดบัญชีธนาคาร หรือทำธุรกรรมในนามนิติบุคคลได้อีก โดยที่ค่าปรับเดิมยังไม่หายไปไหน

ซิมเปิล บาลานซ์ รับปิดงบการเงินครบวงจร แบ่งจ่ายได้

Simple Balance เข้าใจดีว่าทุกบาททุกสตางค์มีความหมายต่อผู้ประกอบการ ดังนั้น เราจึงออกแบบบริการรับปิดงบเปล่าแบ่งจ่ายได้ให้เข้าถึงได้ง่ายทั่วประเทศ

สำหรับ ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.): บริการ ปิดงบเปล่า ของเราเริ่มต้นเพียง 7,000 บาทต่อปี

สำหรับ บริษัทจำกัด: บริการเริ่มต้นที่ 9,000 บาทต่อปี

เรามุ่งเน้นการให้บริการที่ได้มาตรฐาน ไม่ว่าคุณจะอยู่ในจังหวัดไหน เราก็พร้อมดูแลงานบัญชีของคุณให้ถูกต้องตามกฎหมาย

งบเปล่าเริ่ม 7,000 บาท แบ่งจ่ายได้

ส่งเอกสารออนไลน์ได้ทุกจังหวัด งบเปล่าเสร็จประมาณ 7 วันต่อปีบัญชี

คุยกับเราตอนนี้ →

คำถามที่พบบ่อย เรื่องปิดงบเปล่าและงบที่ค้างย้อนหลัง

บริษัทหรือหจก.ไม่มีรายได้ ไม่ได้เปิดบัญชีธนาคาร ต้องปิดงบหรือไม่

นิติบุคคลทุกประเภท เช่น บริษัทจำกัด และห้างหุ้นส่วนจำกัด ไม่ว่าจะมีรายได้หรือไม่ จะต้องปิดงบการเงินตามกฎหมายของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และกรมสรรพากร มิฉะนั้นจะมีโทษตามกฎหมาย เช่น ค่าปรับ หรือกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือ การจำคุก

การปิดงบเปล่า ปิดงบไม่มีรายได้ คืออะไร

การปิดงบเปล่าคือ การแจ้งภาครัฐว่าปีนี้บริษัท ยังไม่ได้เริ่มทำธุรกิจ จึงไม่มีรายได้หรือค่าใช้จ่าย แม้ไม่มีรายการค้าแต่กฎหมายยังบังคับให้ต้องจ้างผู้สอบบัญชีเซ็นรับรองและยื่นงบต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ กรมสรรพากร ทุกปีเพื่อเลี่ยงค่าปรับหลักหมื่น และป้องกันการถูกขีดชื่อเป็นบริษัทหรือหจก.ร้าง

ไม่เคยยื่นงบเลยตั้งแต่จดบริษัท ต้องยื่นย้อนหลังทุกปีไหม

ต้องยื่นทุกปีบัญชีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปีบัญชีแรกหลังจดทะเบียน กรมพัฒนาธุรกิจการค้าถือว่าแต่ละปีที่ไม่ได้ยื่นเป็นความผิดแยกกัน ค่าปรับจึงคิดเป็นรายปี ไม่ใช่ก้อนเดียวจบ

ปิดงบย้อนหลังหลายปี ต้องยื่นทีเดียวทั้งหมด หรือทยอยยื่นได้

ควรยื่นเรียงจากปีเก่าไปหาปีใหม่ เพราะยอดยกมาของแต่ละปีต้องต่อเนื่องกัน การทยอยยื่นทำได้ แต่ปีที่ยังไม่ได้ยื่นจะยังเข้าเกณฑ์ค่าปรับสูงสุดต่อไปเรื่อยๆ ระหว่างที่รอ

ปิดงบเปล่าเองได้ไหม ต้องมีผู้สอบบัญชีหรือเปล่า

บริษัทจำกัดต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและลงลายมือชื่อทุกกรณี แม้เป็นงบเปล่าที่ไม่มีรายการเคลื่อนไหวเลย ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัดที่ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท รายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท และสินทรัพย์ไม่เกิน 30 ล้านบาท ได้รับยกเว้นไม่ต้องมีผู้สอบบัญชี แต่ยังต้องจัดทำและนำส่งงบตามกำหนดอยู่ดี ดูความต่างของทั้งสองแบบได้ที่ จดหจก.หรือบริษัท

มีรายได้เข้าปีเดียวจากการประมูลงาน ปีที่เหลือไม่มีเลย นับเป็นงบเปล่าไหม

ปีที่มีรายได้เข้าไม่ใช่งบเปล่า ต้องบันทึกรายได้และคำนวณภาษีตามจริง ส่วนปีที่ไม่มีรายการเคลื่อนไหวเลยจึงจะเป็นงบเปล่า กรณีแบบนี้ต้องแยกดูเป็นรายปี ไม่สามารถเหมาว่าทั้งชุดเป็นงบเปล่าได้

ใช้เอกสารอะไรบ้างในการปิดงบเปล่า

ชุดพื้นฐานคือ หนังสือรับรองบริษัท บอจ.5 งบการเงินปีก่อนหน้า และ statement บัญชีธนาคารทุกบัญชีตลอดปี เพื่อยืนยันว่าไม่มีรายการเคลื่อนไหวจริง กรณีที่ไม่เคยเปิดบัญชีธนาคารเลย ใช้หนังสือชี้แจงประกอบแทนได้

งบเปล่าต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลไหม

ไม่ต้องเสีย เพราะไม่มีกำไรสุทธิที่จะนำมาคำนวณภาษี แต่ยังต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เพื่อแสดงว่าไม่มีรายได้ การไม่ยื่นแบบมีโทษปรับแยกต่างหาก แม้ยอดภาษีที่ต้องชำระจะเป็นศูนย์

ค้างงบอยู่ ยื่นกู้ธนาคารได้ไหม

ทำได้ยากมาก ธนาคารจะขอดูงบการเงินย้อนหลังที่นำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้ว และตรวจสอบได้เองจากระบบ DBD DataWarehouse ถ้างบยังค้างอยู่ ธนาคารจะเห็นทันที กรณีที่ต้องใช้เอกสารประกอบการยื่นกู้ ดูเพิ่มเติมที่ วิธีขอ statement บริษัท

อยากเลิกบริษัท ต้องปิดงบที่ค้างก่อนไหม

การจดเลิกไม่ได้ล้างหน้าที่และค่าปรับที่เกิดขึ้นไปแล้ว งบการเงินของปีที่ค้างยังเป็นหน้าที่ตามกฎหมายบัญชี และขั้นตอนชำระบัญชียังต้องมีงบการเงิน ณ วันเลิกที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีอีกหนึ่งชุด ในทางปฏิบัติจึงต้องเคลียร์งบที่ค้างควบคู่ไปกับการจดเลิก

ปล่อยไว้เฉยๆ บริษัทจะถูกขีดชื่อร้างไปเองไหม

กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีอำนาจขีดชื่อร้างได้ แต่ในทางปฏิบัติเกิดขึ้นช้าและไม่แน่นอน ระหว่างที่รอ ค่าปรับยังสะสมเพิ่มทุกปีบัญชี และค่าปรับในส่วนของกรรมการไม่ได้หายไปพร้อมกับบริษัท การรอให้ถูกขีดชื่อร้างจึงไม่ใช่วิธีปิดกิจการที่ปลอดภัย

ยื่น ภ.พ.30 เป็นศูนย์มาตลอด แต่ไม่ได้ปิดงบ ถือว่าครบแล้วไหม

ยังไม่ครบ การยื่น ภ.พ.30 เป็นการรายงานภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน คนละเรื่องกับการนำส่งงบการเงินประจำปีต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และคนละเรื่องกับการยื่น ภ.ง.ด.50 ต่อกรมสรรพากร ทั้งสามอย่างเป็นหน้าที่แยกกัน

ยื่นงบย้อนหลังออนไลน์ได้ไหม หรือต้องไปที่สำนักงาน

ยื่นออนไลน์ได้ทั้งสองหน่วยงาน งบการเงินยื่นผ่านระบบ DBD e-Filing ส่วนแบบ ภ.ง.ด.50 ที่ล่าช้าสามารถยื่นผ่านระบบ New e-Filing ของกรมสรรพากรได้แล้วเช่นกัน ตรวจสอบว่ายื่นสำเร็จหรือยังได้ที่ วิธีเช็คงบการเงิน

เปลี่ยนสำนักงานบัญชีระหว่างที่งบยังค้างอยู่ ทำได้ไหม

ทำได้ และเป็นเรื่องปกติ สิ่งที่ควรขอจากสำนักงานเดิมคือ งบการเงินปีล่าสุดที่นำส่งแล้ว รายละเอียดยอดยกมา และเอกสารบัญชีที่ฝากไว้ กรณีที่ติดต่อสำนักงานเดิมไม่ได้ ดูแนวทางได้ที่ โดนสำนักงานบัญชีทิ้งงาน

ปิดงบย้อนหลังใช้เวลานานแค่ไหน

กรณีงบเปล่าที่เอกสารครบ โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 7 วันต่อปีบัญชี ส่วนกรณีที่มีรายได้จะขึ้นกับปริมาณเอกสารและความซับซ้อนของรายการในปีนั้น ปัจจัยที่ทำให้ช้าที่สุดคือการรอ statement ย้อนหลังจากธนาคาร และการรอคิวผู้สอบบัญชีในกรณีบริษัทจำกัด

สรุป: การปิดงบการเงินคือการซื้อประกันความเสี่ยง

การลงทุนในบริการปิดงบเปล่า คือการซื้อ “ประกันความเสี่ยง” ให้กับสถานะทางกฎหมายของบริษัทคุณ เพื่อให้ธุรกิจของคุณปลอดภัย พร้อมสำหรับการกลับมาสร้างรายได้ในวันที่คุณพร้อม

จำหลักการสำคัญไว้เสมอ: นิติบุคคลต้องยื่นแบบรายงานรายได้ประจำปี (ภ.ง.ด. 50) ภายใน 150 วัน นับจากวันสิ้นรอบบัญชี ไม่ว่าจะทำเงินได้หรือไม่ก็ตาม

Simple Balance พร้อมเป็นมืออาชีพที่ช่วยให้การบริหารจัดการบัญชีและภาษีเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ

เครื่องมือทำใบเสร็จรับเงินฟรี 100% ไม่ต้องล็อคอิน คลิกเลย

แหล่งอ้างอิง

  1. พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11 หน้าที่จัดทำและนำส่งงบการเงิน
  2. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1197 การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นภายใน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นรอบปีบัญชี
  3. ประมวลรัษฎากร มาตรา 27 เงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน และเพดานไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องเสีย กรมสรรพากร
  4. ประมวลรัษฎากร มาตรา 35 ค่าปรับอาญากรณีไม่ยื่นแบบภายในกำหนด
  5. กำหนดเวลาและโทษกรณียื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ล่าช้า กรมสรรพากร และ สารพันคำถามแบบ ภ.ง.ด.50
  6. ระบบนำส่งงบการเงินอิเล็กทรอนิกส์ DBD e-Filing กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  7. ระบบเปรียบเทียบปรับออนไลน์ DBD e-Penalty กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  8. ระบบยื่นแบบภาษีออนไลน์ New e-Filing กรมสรรพากร

อัปเดตล่าสุด 21 สิงหาคม 2569

Simple Balance
ทีม Simple Balance
ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ประสบการณ์ 15 ปี ทะเบียน TFAC 0503567000956 ให้บริการปิดงบ จดทะเบียนบริษัท วางระบบบัญชีทั่วประเทศไทย กว่า 300 บริษัทไว้วางใจ