หน้าแรก Glossary ผู้สอบบัญชี คืออะไร

ผู้สอบบัญชี คืออะไร

อ่าน 8 นาที อัปเดต: พฤษภาคม 2569

ผู้สอบบัญชี (Auditor) คือผู้เชี่ยวชาญอิสระที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมาย ทำหน้าที่ตรวจสอบและรับรองว่างบการเงินของกิจการแสดงข้อมูลถูกต้องตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน กฎหมายไทยบังคับให้บริษัทจำกัดทุกแห่งต้องมีผู้สอบบัญชีรับรองงบการเงินก่อนยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ผู้สอบบัญชี (Auditor) คือบุคคลภายนอกที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมาย ทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของงบการเงินและออกความเห็นว่างบการเงินของกิจการแสดงฐานะและผลการดำเนินงานถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีหรือไม่ (ตามข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี) ประเทศไทยมีผู้สอบบัญชี 2 ประเภทหลัก คือ CPA (ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต) และ TA (ผู้สอบบัญชีภาษีอากร) แต่ละประเภทมีอำนาจการตรวจสอบต่างกัน

  • ผู้สอบบัญชีคือคนนอกที่มีใบอนุญาตตามกฎหมาย ตรวจและรับรองความถูกต้องของงบการเงิน
  • ไทยมี 2 ประเภท: CPA (ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต) และ TA (ผู้สอบบัญชีภาษีอากร)
  • บริษัทจำกัดทุกแห่งต้องใช้ CPA หจก. ขนาดเล็กใช้ TA ได้
  • CPA ได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี (TFAC) ต้องอบรม CPD 40 ชั่วโมงทุกปี
  • ผู้สอบบัญชีต้องเป็นคนละคนกับผู้ทำบัญชี เพื่อรักษาความเป็นอิสระ

2 ประเภทของผู้สอบบัญชีในไทย CPA กับ TA

ในประเทศไทยมีผู้สอบบัญชี 2 ประเภทที่กฎหมายรับรอง แต่ละประเภทมีอำนาจการตรวจสอบและรับรองงบการเงินต่างกัน

CPA (Certified Public Accountant — ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต) คือผู้ที่สอบผ่านและได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ (TFAC — Federation of Accounting Professions) ตาม พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 CPA มีอำนาจตรวจสอบและรับรองงบการเงินของกิจการทุกประเภท ตั้งแต่บริษัทจำกัด บริษัทมหาชน ไปจนถึงห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทุกประเภท

TA (Tax Auditor — ผู้สอบบัญชีภาษีอากร) คือผู้ที่ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมสรรพากร ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 3 สัตต มีอำนาจตรวจสอบและรับรองงบการเงินได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็ก ที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท (กรมสรรพากร — ความแตกต่าง TA และ CPA)

หัวข้อCPATA
หน่วยงานออกใบอนุญาตสภาวิชาชีพบัญชี (TFAC)อธิบดีกรมสรรพากร
กฎหมายรองรับพ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547ประมวลรัษฎากร มาตรา 3 สัตต
ตรวจสอบ บจก. ได้ได้ทุกขนาดไม่ได้
ตรวจสอบ บมจ. ได้ได้ (ต้องขึ้นทะเบียน ก.ล.ต. เพิ่ม)ไม่ได้
ตรวจสอบ หจก. ได้ได้ทุกขนาดเฉพาะ หจก. ขนาดเล็ก (ทุน ≤ 5 ล้าน สินทรัพย์/รายได้ ≤ 30 ล้าน)
ค่าบริการเฉลี่ย/ปีประมาณ 20,000 – 80,000 บาทประมาณ 8,000 – 25,000 บาท

ถ้ากิจการของคุณเป็นบริษัทจำกัด ต้องใช้ CPA เท่านั้น ใช้ TA ไม่ได้ ถึงแม้บริษัทจะมีรายได้น้อยแค่ไหนก็ตาม

หน้าที่หลักของผู้สอบบัญชี

ผู้สอบบัญชีมีหน้าที่หลัก 4 ด้าน ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องดำเนินด้วยความเป็นอิสระจากกิจการที่ตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบความถูกต้องของงบการเงิน — ดูว่ารายได้ ค่าใช้จ่าย สินทรัพย์ หนี้สิน บันทึกถูกต้องตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน (TFRS สำหรับบริษัทมหาชน, NPAEs สำหรับ SME) หรือไม่
  2. ตรวจเอกสารหลักฐาน — ตรวจใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน สัญญาจ้าง และเอกสารประกอบการบันทึกบัญชีว่าครบถ้วนและสอดคล้องกับตัวเลขในงบ
  3. ตรวจรายการปรับปรุงสิ้นงวด — ดูว่าค่าเสื่อมราคา ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย การปรับปรุงสินค้าคงเหลือ คำนวณถูกต้องหรือไม่ และ หมายเหตุประกอบงบการเงินเปิดเผยข้อมูลครบตามที่มาตรฐานกำหนดหรือไม่
  4. ออกรายงานของผู้สอบบัญชี — เมื่อตรวจเสร็จ ผู้สอบบัญชีจะออกรายงานของผู้สอบบัญชี ซึ่งมีความเห็น 4 แบบ ได้แก่ (1) ไม่มีเงื่อนไข (Unqualified) (2) มีเงื่อนไข (Qualified) (3) ไม่แสดงความเห็น (Disclaimer) (4) เห็นว่างบไม่ถูกต้อง (Adverse)

คุณสมบัติการเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)

การจะเป็น CPA ในประเทศไทยไม่ใช่เรื่องง่าย ตามข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ต้องผ่านเกณฑ์ดังนี้

  • อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
  • จบปริญญาตรีสาขาการบัญชีหรือเทียบเท่าที่สภาวิชาชีพบัญชีรับรอง
  • ผ่านการฝึกหัดงานในสำนักงานสอบบัญชีไม่น้อยกว่า 3 ปี รับรองชั่วโมงไม่ต่ำกว่า 3,000 ชั่วโมง
  • สอบผ่านการทดสอบความรู้ของ TFAC ครบทุกวิชาภายในระยะเวลาที่กำหนด
  • ไม่เป็นผู้ประพฤติผิดจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี

เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว CPA ต้องรักษาสถานภาพทุกปี โดย

  • ชำระค่าบำรุงสมาชิกและค่าธรรมเนียมใบอนุญาต
  • เข้าอบรมพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง (CPD — Continuing Professional Development) ไม่น้อยกว่า 40 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน
  • ยืนยันการลงลายมือชื่อประจำปี

หากไม่ทำตามเงื่อนไขตามที่ได้กล่าวมา ใบอนุญาตจะถูกพักหรือเพิกถอน ทำให้งบการเงินที่ลงนามรับรองไปใช้ไม่ได้ — นี่คือเหตุผลที่ต้องตรวจสถานะผู้สอบบัญชีที่ TFAC e-service ก่อนทุกครั้ง

ผู้สอบบัญชี ต่างจาก ผู้ทำบัญชี อย่างไร

คนส่วนใหญ่สับสนระหว่างสองตำแหน่งนี้ แต่ทั้งสองมีหน้าที่คนละอย่างและกฎหมายกำหนดให้ ต้องเป็นคนละคน ห้ามคนเดียวกันทำทั้งสองหน้าที่ในกิจการเดียวกัน

ผู้สอบบัญชี คืออะไร เปรียบเทียบ CPA กับ TA ในประเทศไทย
หัวข้อผู้ทำบัญชีผู้สอบบัญชี
ความสัมพันธ์กับกิจการเป็นพนักงานหรือ outsource ของกิจการเป็นคนนอกองค์กร
หน้าที่หลักบันทึกรายการ ปิดบัญชี จัดทำงบการเงินตรวจสอบงบที่ผู้ทำบัญชีจัดทำ
ใบอนุญาตขึ้นทะเบียนผู้ทำบัญชีกับ DBDใบอนุญาต CPA หรือ TA
รับผิดทางกฎหมายต่อกิจการและ DBDต่อ TFAC/กรมสรรพากรและสาธารณะ

นี่คือหลัก “Segregation of Duties” — คนทำบัญชีและคนตรวจสอบต้องแยกกันเพื่อให้มีการตรวจสอบที่เป็นกลางอย่างแท้จริง ไม่มีคนไหนได้ทั้งเขียนและตรวจตัวเอง

ธุรกิจแบบไหนต้องมีผู้สอบบัญชี

ตามพ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11 กำหนดให้กิจการต่อไปนี้ต้องจัดให้มีผู้สอบบัญชีรับรองงบการเงินก่อนยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)

  • บริษัทจำกัด (บจก.) ทุกขนาด — ต้องใช้ CPA เท่านั้น
  • บริษัทมหาชนจำกัด (บมจ.) — ต้องใช้ CPA ที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) เพิ่ม
  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ขนาดใหญ่ ที่มีทุนเกิน 5 ล้าน หรือสินทรัพย์/รายได้เกิน 30 ล้านบาท — ต้องใช้ CPA
  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ขนาดเล็ก — ใช้ TA หรือ CPA ก็ได้

ยกเว้น: บุคคลธรรมดา เจ้าของคนเดียว (กิจการที่ไม่ได้จดเป็นนิติบุคคล) ไม่ต้องมีผู้สอบบัญชี

ระยะเวลายื่นงบการเงิน ตามขั้นตอนการปิดบัญชี: ภายใน 5 เดือนหลังสิ้นรอบบัญชี เช่น รอบปี 2568 สิ้นสุด 31 ธ.ค. 2568 ต้องให้ผู้สอบบัญชีรับรองและยื่นต่อ DBD ภายใน 31 พ.ค. 2569

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  1. ไม่ตรวจสอบสถานะใบอนุญาต — ผู้สอบบัญชีบางคนอาจถูกพักใบอนุญาต DBD ไม่รองรับการใช้งานผู้สอบประเภทนี้ยื่นงบการเงิน และอาจเสียค่าปรับ ตรวจสถานะฟรีที่ eservice.tfac.or.th/check_cpa
  2. จ้างผู้สอบบัญชีช้าเกินไป — ควรจ้างก่อนสิ้นรอบบัญชีอย่างน้อย 2-3 เดือน เพื่อให้ผู้สอบบัญชีวางแผน และตรวจสอบระหว่างปี (interim audit) ได้ ไม่ใช่รอให้สิ้นปีแล้วค่อยจ้าง
  3. คาดหวังให้ผู้สอบบัญชีทำบัญชีให้ด้วย — ผิดหลัก Segregation of Duties และผิดกฎหมาย ผู้สอบบัญชีคนเดียวกันห้ามเป็นผู้ทำบัญชีของกิจการ
  4. เลือกที่ราคาถูกสุด — ผู้สอบบัญชีคุณภาพต่ำอาจรับรองงบที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้บริษัทโดนสรรพากรตรวจย้อนหลัง และเสียค่าปรับหลายเท่าของค่าสอบบัญชีที่ประหยัดได้
  5. ไม่เตรียมเอกสารให้พร้อม — งบทดลอง บัญชีแยกประเภท เอกสารประกอบการลงบัญชี ต้องพร้อมก่อนผู้สอบเข้ามา ไม่งั้นจะเสียเวลาและค่าบริการเพิ่ม
  6. ไม่อ่านรายงานของผู้สอบบัญชี — เจ้าของหลายคนอ่านเพียงตัวเลขกำไร แต่ไม่อ่านความเห็นของผู้สอบบัญชี ทั้งที่ 4 ประเภทความเห็นของผู้สอบบัญชีบอกสุขภาพการเงินกิจการได้ชัดเจน

วิธีเลือกผู้สอบบัญชีที่ดี

การเลือกผู้สอบบัญชีที่เหมาะสมช่วยให้การปิดงบประจำปีของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น น่าเชื่อถือ ต้องพิจารณาจาก 4 ด้าน

  • สถานะใบอนุญาต — ตรวจที่ TFAC ต้องเป็น active และไม่อยู่ในรายชื่อถูกพัก
  • ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมของคุณ — ผู้สอบบัญชีที่เคยตรวจธุรกิจใกล้เคียงกับคุณจะเข้าใจลักษณะรายการเฉพาะ เช่น ถ้าคุณทำร้านอาหาร ควรเลือกคนที่มีประสบการณ์ด้านอุตสาหกรรมร้านอาหาร
  • รูปแบบการทำงาน — ผู้สอบบัญชีที่ดีควรมีการสื่อสารชัดเจน แจ้งข้อสังเกตที่พบระหว่างการตรวจ ไม่ใช่หายจนถึงวันส่งรายงาน
  • ค่าบริการที่สมเหตุสมผล — ไม่ใช่ถูกสุดหรือแพงสุด แต่สมดุลกับขอบเขตงานและความซับซ้อนของกิจการ

ผู้สอบบัญชีคุณภาพดี ทำให้ระบบบัญชีของคุณแข็งแรงขึ้น ไม่ใช่แค่ให้ลายเซ็นเปล่าๆ การทำงานร่วมกันระหว่างผู้ทำบัญชีที่ดีและผู้สอบบัญชีที่ดี คือเสาหลักของการปิดงบการเงินที่ถูกต้อง แม่นยำ

ซิมเปิล บาลานซ์ ทำหน้าที่ผู้ทำบัญชีและทำงานประสานกับผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ที่เชื่อถือได้ เพื่อให้การปิดงบประจำปีของธุรกิจคุณผ่านได้ครั้งเดียว ไม่ต้องแก้ซ้ำไปมา

มีปัญหาเรื่องการปิดงบและหาผู้สอบบัญชี → ปรึกษาฟรีผ่าน Messenger

โทรปรึกษา: 092-853-5600

ดูรีวิวจากลูกค้าของเรา → Google Business Profile

ติดตาม Simple Balance → Facebook Page

สรุปประเด็นสำคัญ

หัวข้อรายละเอียด
ความหมายผู้เชี่ยวชาญอิสระที่มีใบอนุญาต ตรวจสอบและรับรองงบการเงิน
ประเภทในไทยCPA (ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต) และ TA (ผู้สอบบัญชีภาษีอากร)
ผู้ออกใบอนุญาต CPAสภาวิชาชีพบัญชี (TFAC)
ผู้ออกใบอนุญาต TAอธิบดีกรมสรรพากร
กิจการที่ต้องมีบจก. บมจ. หจก.ขนาดใหญ่ (พ.ร.บ.การบัญชี 2543 มาตรา 11)
การรักษาสถานภาพ CPAชำระค่าธรรมเนียม + อบรม CPD 40 ชั่วโมง/ปี
ความเห็น 4 แบบUnqualified, Qualified, Disclaimer, Adverse
ระยะยื่นงบภายใน 5 เดือนหลังสิ้นรอบบัญชี

คำถามที่พบบ่อย

ผู้สอบบัญชี กับ ผู้ทำบัญชี ต่างกันอย่างไร

ผู้ทำบัญชีเป็นคนภายในกิจการที่บันทึกและจัดทำงบการเงิน ส่วนผู้สอบบัญชีเป็นคนนอกที่อิสระจากกิจการ มาตรวจสอบและรับรองว่างบการเงินที่ผู้ทำบัญชีทำขึ้นนั้นถูกต้องตามมาตรฐาน กฎหมายบังคับให้ต้องเป็นคนละคน ห้ามคนเดียวกันทำทั้งสองหน้าที่ในกิจการเดียวกัน

CPA กับ TA ต่างกันอย่างไร

CPA (ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต) ได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี ตรวจสอบได้ทุกนิติบุคคล ส่วน TA (ผู้สอบบัญชีภาษีอากร) ได้รับใบอนุญาตจากกรมสรรพากร ตรวจได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท และสินทรัพย์/รายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท

บริษัทจำกัดจำเป็นต้องมีผู้สอบบัญชีไหม

จำเป็น ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11 บริษัทจำกัดทุกขนาดต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) รับรองงบการเงินก่อนยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าทุกปี และต้องยื่นภายใน 5 เดือนหลังสิ้นรอบบัญชี

ค่าจ้างผู้สอบบัญชีประมาณเท่าไหร่

ค่าบริการผู้สอบบัญชีขึ้นกับขนาดและความซับซ้อนของกิจการ โดยทั่วไป CPA สำหรับ SME อยู่ที่ 20,000 – 80,000 บาท/ปี ส่วน TA สำหรับ หจก. ขนาดเล็กประมาณ 8,000 – 25,000 บาท/ปี กิจการที่มีรายการซับซ้อนหรือปริมาณเอกสารเยอะจะจ่ายมากกว่านี้

ตรวจสถานะใบอนุญาตผู้สอบบัญชีได้ที่ไหน

ตรวจฟรีที่ระบบ e-service ของสภาวิชาชีพบัญชี (eservice.tfac.or.th/check_cpa) ใส่เลขผู้สอบบัญชีหรือชื่อ-นามสกุล ระบบจะแสดงสถานะว่าใบอนุญาตยังใช้งานได้ (active) หรือถูกพัก/เพิกถอน ควรเช็คทุกครั้งก่อนเซ็นสัญญาจ้าง

Simple Balance
ทีม Simple Balance
ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ประสบการณ์ 15 ปี ทะเบียน TFAC 0503567000956 ให้บริการปิดงบ จดทะเบียนบริษัท วางระบบบัญชีทั่วประเทศไทย กว่า 300 บริษัทไว้วางใจ

ต้องการความช่วยเหลือเรื่องผู้สอบบัญชี

ทีม Simple Balance พร้อมให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ปรึกษาฟรี