งบกำไรขาดทุน คืออะไร — คือรายงานทางการเงินที่สรุปรายได้ ต้นทุน และค่าใช้จ่ายทั้งหมดของธุรกิจในช่วงเวลาที่กำหนด (เช่น 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม) เพื่อตอบคำถามสำคัญที่สุดว่า ธุรกิจของคุณมีกำไรหรือขาดทุน และเท่าไร
งบกำไรขาดทุน (Income Statement) เป็นหนึ่งในงบการเงินหลักที่ทุกนิติบุคคลต้องจัดทำตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11 และต้องยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD — หน่วยงานที่ดูแลเรื่องจดทะเบียนบริษัทและการยื่นงบการเงิน) ภายใน 5 เดือนนับจากวันสิ้นรอบบัญชี บางคนเรียกว่า “งบกำไรขาดทุน” บางคนเรียก “งบรายได้” หรือ “P&L” (Profit and Loss) — ทั้งหมดหมายถึงรายงานตัวเดียวกัน
- งบกำไรขาดทุน (Income Statement) คือรายงานที่สรุปรายได้ ต้นทุน และค่าใช้จ่ายของธุรกิจในรอบบัญชี
- สูตรหลัก: รายได้ − ต้นทุนขาย − ค่าใช้จ่าย = กำไรสุทธิ (หรือขาดทุนสุทธิ)
- ต่างจากงบดุลตรงที่งบกำไรขาดทุนแสดง “ช่วงเวลา” ส่วนงบดุลแสดง “ณ วันที่”
- ทุกนิติบุคคลต้องจัดทำและยื่นต่อ DBD ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543
- ใช้ประเมินความสามารถในการทำกำไร วางแผนภาษี และตัดสินใจทางธุรกิจ
ทำไมเจ้าของธุรกิจต้องอ่านงบกำไรขาดทุนให้เป็น
งบกำไรขาดทุนเป็นรายงานที่บอกว่าธุรกิจของคุณ “กำไรหรือไม่” ในรอบบัญชีที่ผ่านมา
สมมติว่าคุณเปิดร้านกาแฟ มียอดขายปีละ 3,000,000 บาท ฟังดูดี แต่ถ้าต้นทุนวัตถุดิบ 1,200,000 บาท ค่าเช่า 360,000 บาท เงินเดือนพนักงาน 960,000 บาท ค่าสาธารณูปโภค 120,000 บาท ค่าเสื่อมราคาเครื่องชงกาแฟ 60,000 บาท — สุดท้ายเหลือกำไรสุทธิแค่ 300,000 บาท หรือประมาณ 10% ของยอดขาย ตัวเลขเหล่านี้จะแสดงในงบกำไรขาดทุนทั้งหมด
เหตุผลที่คุณต้องอ่านงบกำไรขาดทุนให้เป็น:
- เห็นจุดรั่วไหล — ถ้าต้นทุนขายสูงขึ้นทุกเดือนแต่ยอดขายเท่าเดิม แปลว่ามีปัญหาที่ต้องแก้
- วางแผนภาษี — กำไรสุทธิเป็นฐานในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลอัตรา 20% (ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65)
- ขอสินเชื่อธนาคาร — ธนาคารดูงบกำไรขาดทุนเพื่อประเมินว่าธุรกิจมีกำลังผ่อนชำระ หรือสมควรได้สินเชื่อหรือไม่
- เปรียบเทียบปีต่อปี — ดูแนวโน้มว่าธุรกิจเติบโตหรือถดถอย
องค์ประกอบของงบกำไรขาดทุน
งบกำไรขาดทุนมีโครงสร้างเรียงจากบนลงล่าง เริ่มจากรายได้ หักต้นทุนและค่าใช้จ่ายเป็นชั้นๆ จนถึงกำไรสุทธิบรรทัดสุดท้าย (ตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่องกำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ. 2566)
รายได้จากการขายหรือบริการ — ยอดเงินทั้งหมดที่ธุรกิจได้รับจากการขายสินค้าหรือให้บริการ เริ่มจากยอดขายรวม หักด้วยส่วนลดการขายและสินค้ารับคืน จะได้ยอดขายสุทธิ
ต้นทุนขาย — ต้นทุนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสินค้าหรือบริการที่ขาย เช่น วัตถุดิบ ค่าแรงในการผลิต ค่าขนส่งสินค้า สำหรับธุรกิจบริการ ส่วนนี้คือต้นทุนในการให้บริการ
กำไรขั้นต้น — ยอดขายสุทธิ หัก ต้นทุนขาย = กำไรขั้นต้น ตัวเลขนี้บอกว่าธุรกิจมีกำไรจากการขายเท่าไรก่อนหักค่าใช้จ่ายอื่น ถ้าธุรกิจมียอดขาย 3 ล้านบาท ต้นทุนขาย 1.2 ล้านบาท กำไรขั้นต้นคือ 1.8 ล้านบาท หรืออัตรากำไรขั้นต้น 60%
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน — ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการบริหารธุรกิจ แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก:
- ค่าใช้จ่ายในการขาย — เช่น ค่าโฆษณาช่องทางออนไลน์ ค่าคอมมิชชัน ค่าส่งเสริมการขาย ค่าขนส่งให้ลูกค้า
- ค่าใช้จ่ายในการบริหาร — เช่น เงินเดือนพนักงาน ค่าเช่าสำนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าเสื่อมราคา
กำไรจากการดำเนินงาน — กำไรขั้นต้น หัก ค่าใช้จ่ายดำเนินงานทั้งหมด ตัวเลขนี้บอกว่าธุรกิจหลักทำกำไรได้จริงเท่าไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี
กำไรสุทธิ (บรรทัดสุดท้าย) — กำไรจากการดำเนินงาน บวกรายได้อื่น (เช่น ดอกเบี้ยรับ) หักค่าใช้จ่ายอื่น (เช่น ดอกเบี้ยจ่าย) หักภาษีเงินได้นิติบุคคล = กำไรสุทธิ ตัวเลขนี้คือสิ่งที่เหลือจริงหลังหักทุกอย่าง
ตัวอย่างงบกำไรขาดทุน
สมมติว่าบริษัท DEF จำกัด ขายเสื้อผ้าออนไลน์ มีงบกำไรขาดทุนสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ดังนี้:
| รายการ | จำนวน (บาท) |
|---|---|
| รายได้จากการขาย | 5,000,000 |
| หัก ส่วนลดการขายและสินค้ารับคืน | (200,000) |
| ยอดขายสุทธิ | 4,800,000 |
| หัก ต้นทุนขาย | (2,400,000) |
| กำไรขั้นต้น | 2,400,000 |
| หัก ค่าใช้จ่ายในการขาย | (400,000) |
| หัก ค่าใช้จ่ายในการบริหาร | (1,200,000) |
| กำไรจากการดำเนินงาน | 800,000 |
| บวก รายได้อื่น (ดอกเบี้ยรับ) | 20,000 |
| หัก ค่าใช้จ่ายอื่น (ดอกเบี้ยจ่าย) | (50,000) |
| กำไรก่อนภาษี | 770,000 |
| หัก ภาษีเงินได้นิติบุคคล (20%) | (154,000) |
| กำไรสุทธิ | 616,000 |
จากตัวอย่าง บริษัท DEF มียอดขาย 5 ล้านบาท แต่เหลือกำไรสุทธิ 616,000 บาท หรือประมาณ 12.8% ของยอดขายสุทธิ ตัวเลขนี้บอกว่าทุกๆ 100 บาทที่ขายได้ บริษัทเหลือกำไรจริง 12.83 บาท
งบกำไรขาดทุน กับ งบดุล ต่างกันยังไง
หลายๆ คนไม่รู้ว่างบกำไรขาดทุนกับงบดุลต่างกันอย่างไร ทั้งสองเป็นงบการเงินที่ต้องจัดทำ แต่ตอบคำถามคนละเรื่อง:
| งบกำไรขาดทุน | งบดุล (งบแสดงฐานะการเงิน) | |
|---|---|---|
| ตอบคำถาม | ธุรกิจทำกำไรหรือขาดทุนเท่าไร | ธุรกิจมีทรัพย์สินและหนี้สินเท่าไร |
| ช่วงเวลา | ครอบคลุมช่วงเวลา (เช่น 1 ม.ค. — 31 ธ.ค. 2569) | ณ วันใดวันหนึ่ง (เช่น ณ 31 ธ.ค. 2569) |
| แสดงบัญชี | บัญชีชั่วคราว: รายได้ ค่าใช้จ่าย ต้นทุน | บัญชีถาวร: สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ |
| ตัวเลขเชื่อมกัน | กำไรสุทธิ → ไปเพิ่มในกำไรสะสม | กำไรสะสม ← รับมาจากงบกำไรขาดทุน |
พูดง่ายๆ งบกำไรขาดทุนบอก “ผลงาน” ของธุรกิจในรอบปี ส่วนงบดุลบอก “สถานะ” ของธุรกิจ ณ วันสิ้นปี ทั้งสองต้องอ่านคู่กัน — ธุรกิจอาจมีกำไรสูงในงบกำไรขาดทุน แต่งบดุลอาจแสดงหนี้สินสูงเกินไป ก่อนปิดงบการเงินประจำปี นักบัญชีต้องทำงบทดลองเพื่อตรวจยอดเดบิตเครดิตให้ตรงกันก่อน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในงบกำไรขาดทุน
ข้อผิดพลาดในงบกำไรขาดทุนส่งผลต่อตัวเลขกำไรสุทธิโดยตรง ซึ่งกระทบทั้งภาษีที่ต้องจ่ายและการตัดสินใจของเจ้าของธุรกิจ
- ไม่บันทึกรายการปรับปรุง — เช่น ค่าเสื่อมราคาที่ยังไม่ได้บันทึก ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย หรือรายได้ค้างรับ ณ วันสิ้นงวด ทำให้กำไรสุทธิผิดพลาด (ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน NPAEs กำหนดให้ใช้เกณฑ์คงค้างในการบันทึกบัญชี)
- ลงรายจ่ายผิดประเภท — เช่น นำค่าซื้อสินทรัพย์ถาวร (เครื่องจักร 500,000 บาท) มาลงเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อนในปีเดียว แทนที่จะทยอยตัดค่าเสื่อมราคา 5-10 ปี ทำให้กำไรปีนั้นต่ำเกินจริง
- รับรู้รายได้ผิดงวด — เช่น ลูกค้าจ่ายเงินล่วงหน้า 120,000 บาทสำหรับบริการ 12 เดือน แต่บันทึกเป็นรายได้ทั้งก้อนในเดือนที่รับเงิน ทำให้กำไรเดือนนั้นสูงเกินจริง
- ไม่แยกรายได้หลักกับรายได้อื่น — เช่น รวมดอกเบี้ยรับหรือกำไรจากการขายสินทรัพย์เข้ากับรายได้จากการขาย ทำให้วิเคราะห์ผลงานจริงของธุรกิจหลักไม่ได้
- คำนวณต้นทุนขายผิด — ไม่นับสินค้าคงเหลือต้นงวดและปลายงวดให้ถูกต้อง ทำให้กำไรขั้นต้นคลาดเคลื่อน
การปิดงบการเงินที่ถูกต้องเริ่มจากการบันทึกรายการให้ครบถ้วนตลอดทั้งปี ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าตัวเลขในงบกำไรขาดทุนถูกต้องหรือไม่ ให้ ซิมเปิล บาลานซ์ ช่วยดูแลตั้งแต่บันทึกบัญชีรายเดือนจนถึงปิดงบการเงิน
ดูรีวิวจากลูกค้าของเรา → Google Business Profile
ติดตาม Simple Balance → Facebook Page






