หน้าแรก Glossary งบทดลอง คืออะไร

งบทดลอง คืออะไร

อ่าน 7 นาที อัปเดต: เมษายน 2569

งบทดลอง คือ รายงานบัญชีที่สรุปยอดคงเหลือของบัญชีแยกประเภททุกบัญชี แยกเป็นฝั่งเดบิตและเครดิต เพื่อตรวจสอบว่าการบันทึกบัญชีถูกต้องก่อนจัดทำงบการเงิน

งบทดลอง คืออะไร — คือรายงานทางบัญชีที่รวบรวมยอดคงเหลือของบัญชีแยกประเภททุกบัญชี ณ วันที่กำหนด แล้วแยกแสดงเป็นช่องเดบิตกับเครดิต ถ้ายอดรวมทั้งสองฝั่งเท่ากัน แปลว่าการบันทึกบัญชีเบื้องต้นถูกต้องตามหลักบัญชีคู่ (Double Entry — ระบบที่ทุกรายการค้าต้องบันทึกทั้งด้านเดบิตและเครดิตเป็นจำนวนเท่ากัน) ถ้ายอดไม่เท่ากัน ต้องกลับไปหาจุดผิดพลาดก่อนปิดงบการเงิน

  • งบทดลอง (Trial Balance) คือรายงานสรุปยอดเดบิตและเครดิตของบัญชีทุกบัญชี
  • ยอดรวมเดบิตต้องเท่ากับเครดิตเสมอ ถ้าไม่เท่ากัน แปลว่ามีข้อผิดพลาดในการบันทึกบัญชี
  • เป็นขั้นตอนสำคัญก่อนจัดทำงบการเงินและปิดงบประจำปี
  • แบ่งเป็น 2 ประเภท: งบทดลองก่อนปรับปรุง และงบทดลองหลังปรับปรุง
  • ทุกนิติบุคคลต้องจัดทำตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543

ทำไมธุรกิจต้องทำงบทดลอง

งบทดลองเป็นเครื่องมือตรวจสอบความถูกต้องของการบันทึกบัญชีที่สำคัญที่สุดก่อนปิดงบการเงิน

สมมติว่าคุณเปิดร้านขายของออนไลน์ มียอดขาย 500,000 บาท ค่าสินค้า 200,000 บาท ค่าเช่าออฟฟิศ 50,000 บาท เงินกู้ 300,000 บาท — ทุกรายการเหล่านี้ถูกบันทึกในบัญชีแยกประเภทตลอดทั้งเดือน งบทดลองทำหน้าที่เอายอดจากบัญชีแยกประเภททุกบัญชีมาสรุปรวมกัน แล้วตรวจสอบว่ายอดเดบิตรวมเท่ากับยอดเครดิตรวมหรือไม่

ตามระบบบัญชีคู่ ทุกรายการค้าต้องบันทึกทั้งด้านเดบิตและเครดิตเป็นจำนวนเท่ากันเสมอ (ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน NPAEs — มาตรฐานบัญชีสำหรับ SME ที่ไม่ใช่บริษัทมหาชน) ดังนั้นถ้ายอดรวมทั้งสองฝั่งไม่เท่ากัน แปลว่ามีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นในการบันทึก

เหตุผลที่ต้องทำงบทดลอง:

  • ตรวจจับข้อผิดพลาด ก่อนจะจัดทำงบดุลและงบกำไรขาดทุน
  • เป็นข้อมูลพื้นฐาน สำหรับรายการปรับปรุง ณ วันสิ้นงวด เช่น ค่าเสื่อมราคาที่ยังไม่ได้บันทึก
  • ช่วยผู้สอบบัญชี ตรวจสอบงบการเงินได้เร็วขึ้น
  • ตามกฎหมาย บริษัทและห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนต้องจัดทำบัญชีตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 10 ที่กำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องปิดบัญชีครั้งแรกภายใน 12 เดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และปิดบัญชีครั้งต่อไปทุก 12 เดือน

องค์ประกอบของงบทดลอง

งบทดลองเป็นรายงานทางบัญชีประเภทหนึ่งที่มีโครงสร้างตรงไปตรงมา ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก:

ส่วนหัว — ชื่อกิจการ คำว่า “งบทดลอง” และวันที่จัดทำ เช่น “งบทดลอง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2569”

ตารางบัญชี — แสดงรายชื่อบัญชีแยกประเภททุกบัญชีที่มียอดคงเหลือ พร้อมเลขที่บัญชี ยอดเดบิต และยอดเครดิต

บัญชีที่ปกติแสดงยอดฝั่งเดบิต ได้แก่:

  • บัญชีสินทรัพย์ เช่น เงินสด ลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ สินทรัพย์ถาวร
  • บัญชีค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเช่า เงินเดือน ต้นทุนขาย

บัญชีที่ปกติแสดงยอดฝั่งเครดิต ได้แก่:

  • บัญชีหนี้สิน เช่น เจ้าหนี้การค้า เงินกู้ระยะสั้น
  • บัญชีส่วนของเจ้าของ เช่น ทุนจดทะเบียน กำไรสะสม
  • บัญชีรายได้ เช่น รายได้จากการขาย รายได้อื่น

ยอดรวม — แถวสุดท้ายแสดงผลรวมเดบิตและผลรวมเครดิต ซึ่งต้องเท่ากัน

ประเภทของงบทดลอง

งบทดลองแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ตามช่วงเวลาที่จัดทำ:

งบทดลองก่อนปรับปรุง (Unadjusted)งบทดลองหลังปรับปรุง (Adjusted)
จัดทำเมื่อสิ้นงวดบัญชี ก่อนบันทึกรายการปรับปรุงหลังบันทึกรายการปรับปรุงทุกรายการ
วัตถุประสงค์ตรวจสอบว่าเดบิต = เครดิต จากรายการที่บันทึกตลอดงวดตรวจสอบอีกครั้งว่ารายการปรับปรุงถูกต้อง
นำไปใช้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับรายการปรับปรุงใช้จัดทำงบการเงิน (งบดุล งบกำไรขาดทุน)

ตัวอย่าง: ถ้าบริษัทจ่ายค่าประกันล่วงหน้า 12,000 บาทสำหรับทั้งปี ในงบทดลองก่อนปรับปรุงจะแสดงเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน 12,000 บาทเต็ม แต่หลังรายการปรับปรุง (ตัดเป็นค่าใช้จ่าย 1,000 บาท/เดือน) ยอดจะเปลี่ยนตามจำนวนเดือนที่ใช้ไปแล้ว

งบทดลอง คืออะไร — infographic

ตัวอย่างงบทดลอง

สมมติว่าบริษัท ABC จำกัด ทำธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ มีงบทดลอง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2569 ดังนี้:

เลขที่บัญชีชื่อบัญชีเดบิต (บาท)เครดิต (บาท)
101เงินสด150,000
102ลูกหนี้การค้า80,000
103สินค้าคงเหลือ200,000
151อุปกรณ์สำนักงาน120,000
201เจ้าหนี้การค้า90,000
202เงินกู้ระยะสั้น100,000
301ทุนจดทะเบียน200,000
302กำไรสะสม60,000
401รายได้จากการขาย500,000
501ต้นทุนขาย250,000
502ค่าเช่า60,000
503เงินเดือนพนักงาน80,000
504ค่าสาธารณูปโภค10,000
รวม950,000950,000

ยอดเดบิตรวม 950,000 บาท เท่ากับยอดเครดิตรวม 950,000 บาท แปลว่างบทดลองลงตัว

จะเห็นว่า บัญชีสินทรัพย์ (101-151) และค่าใช้จ่าย (501-504) อยู่ฝั่งเดบิต ส่วนบัญชีหนี้สิน (201-202) ส่วนของเจ้าของ (301-302) และรายได้ (401) อยู่ฝั่งเครดิต ตรงตามหลักการบันทึกบัญชีในสมุดบัญชีรายวัน ซึ่งเป็นพื้นฐานของระบบบัญชีคู่ (ตามประกาศ DBD ออกตามอำนาจมาตรา 7 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 กำหนดให้บันทึกรายการภายใน 15 วันนับจากวันที่รายการนั้นเกิดขึ้น)

งบทดลอง กับ งบดุล ต่างกันยังไง

หลายคนสับสนระหว่างงบทดลองกับงบดุล ทั้งสองเป็นรายงานที่ยอดต้องลงตัวเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างสำคัญ (ตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่องกำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ. 2566):

งบทดลองงบดุล (งบแสดงฐานะการเงิน)
วัตถุประสงค์ตรวจสอบความถูกต้องของการบันทึกบัญชีแสดงฐานะการเงินของกิจการ
แสดงบัญชีทุกบัญชี (สินทรัพย์ หนี้สิน ทุน รายได้ ค่าใช้จ่าย)เฉพาะบัญชีถาวร (สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ)
ต้องยื่นต่อ DBDไม่ต้องต้องยื่นภายใน 5 เดือนหลังสิ้นรอบบัญชี (ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11)
ผู้ใช้งานนักบัญชี ผู้สอบบัญชี (เอกสารภายใน)ผู้บริหาร นักลงทุน กรมสรรพากร DBD (เอกสารเปิดเผย)

พูดง่ายๆ งบทดลองเป็นด่านตรวจภายในก่อนจัดทำงบการเงิน ส่วนงบดุลเป็นงบการเงินจริงที่ต้องยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD — หน่วยงานที่ดูแลเรื่องจดทะเบียนบริษัทและการยื่นงบการเงิน) และงบดุลของบริษัทจำกัดต้องผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ก่อนยื่น (ตามมาตรา 11 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 ประกอบกับ พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547) ยกเว้น หจก. ขนาดเล็กตามกฎกระทรวง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในงบทดลอง

แม้งบทดลองจะลงตัว (เดบิต = เครดิต) ก็ไม่ได้หมายความว่าการบันทึกบัญชีถูกต้อง 100% เพราะมีข้อผิดพลาดบางประเภทที่งบทดลองตรวจจับไม่ได้:

  • ลงผิดบัญชี — เช่น บันทึกค่าเช่า 15,000 บาทเป็นค่าสาธารณูปโภค ยอดเดบิตเครดิตยังเท่ากัน แต่ผิดบัญชี
  • ตกหล่นทั้งรายการ — ไม่ได้บันทึกรายการค้าทั้งเดบิตและเครดิต ยอดยังลงตัว แต่ขาดรายการไป
  • บันทึกผิดจำนวนทั้งสองด้าน — เดบิต 5,000 เครดิต 5,000 แทนที่จะเป็น 50,000 ทั้งสองด้าน ยอดลงตัวแต่ผิดจำนวน
  • กลับด้าน — ลงเดบิตเป็นเครดิตและเครดิตเป็นเดบิต ยอดเท่ากันแต่ผิดด้าน

ส่วนข้อผิดพลาดที่ทำให้งบทดลอง ไม่ลงตัว มักเกิดจาก:

  • คำนวณยอดคงเหลือในบัญชีแยกประเภทผิด
  • ย้ายยอดจากสมุดบัญชีรายวันไปบัญชีแยกประเภทผิดจำนวน
  • ลงเดบิตอย่างเดียวโดยไม่ลงเครดิต หรือกลับกัน
  • บวกลบยอดรวมในงบทดลองผิดพลาด

ถ้างบทดลองไม่ลงตัว ให้ตรวจย้อนกลับจากยอดรวม → บัญชีแยกประเภท → สมุดบัญชีรายวัน จนเจอจุดที่คลาดเคลื่อน ยิ่งทำงบทดลองบ่อย (เช่น ทุกเดือน) ยิ่งหาจุดผิดพลาดได้ง่ายกว่ารอทำตอนสิ้นปี โดยเฉพาะกิจการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนอยู่แล้ว (ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 83) การทำงบทดลองพร้อมกันจะช่วยให้ตัวเลขภาษีตรงกับบัญชี

การปิดงบการเงินที่ถูกต้องเริ่มจากงบทดลองที่ลงตัว ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าตัวเลขในบัญชีของธุรกิจถูกต้องหรือไม่ ให้ ซิมเปิล บาลานซ์ ช่วยดูแลตั้งแต่การบันทึกบัญชีจนถึงปิดงบการเงิน

ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย →

โทรปรึกษา: 092-853-5600

ดูรีวิวจากลูกค้าของเรา → Google Business Profile

ติดตาม Simple Balance → Facebook Page

สรุปประเด็นสำคัญ

หัวข้อรายละเอียด
ความหมายรายงานสรุปยอดเดบิตและเครดิตของบัญชีแยกประเภททุกบัญชี
หลักการยอดรวมเดบิตต้องเท่ากับเครดิตเสมอ ถ้าไม่เท่ากัน = มีข้อผิดพลาด
ประเภทงบทดลองก่อนปรับปรุง (Unadjusted) และหลังปรับปรุง (Adjusted)
ใช้ทำอะไรตรวจสอบความถูกต้องก่อนจัดทำงบการเงินและปิดงบประจำปี
กฎหมายทุกนิติบุคคลต้องจัดทำตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543

คำถามที่พบบ่อย

งบทดลอง กับ งบดุล ต่างกันยังไง

งบทดลองเป็นรายงานภายในที่รวมบัญชีทุกประเภท (สินทรัพย์ หนี้สิน ทุน รายได้ ค่าใช้จ่าย) เพื่อตรวจสอบความถูกต้องก่อนปิดงบ ส่วนงบดุลเป็นงบการเงินที่แสดงเฉพาะบัญชีถาวร (สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ) และต้องยื่นต่อ DBD ตามกฎหมาย

งบทดลองไม่ลงตัว ต้องทำยังไง

ให้ตรวจย้อนกลับจากยอดรวมในงบทดลอง ไปตรวจยอดคงเหลือในบัญชีแยกประเภท แล้วไปตรวจสมุดบัญชีรายวัน สาเหตุที่พบบ่อยคือ คำนวณยอดคงเหลือผิด ย้ายยอดผิดจำนวน หรือลงเดบิตอย่างเดียวโดยไม่ลงเครดิต

ต้องจัดทำงบทดลองทุกเดือนหรือไม่

กฎหมายกำหนดให้ปิดบัญชีอย่างน้อยปีละครั้ง (ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 10) แต่ในทางปฏิบัตินักบัญชีมักจัดทำงบทดลองทุกเดือนเพื่อตรวจจับข้อผิดพลาดได้เร็ว โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) รายเดือน

งบทดลองก่อนปรับปรุง กับ หลังปรับปรุง ต่างกันยังไง

งบทดลองก่อนปรับปรุงจัดทำจากยอดที่บันทึกตลอดงวดบัญชี ยังไม่รวมรายการปรับปรุง เช่น ค่าเสื่อมราคา ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย ส่วนงบทดลองหลังปรับปรุงจัดทำหลังบันทึกรายการปรับปรุงทั้งหมดแล้ว ซึ่งเป็นยอดที่ใช้จัดทำงบการเงินจริง

Simple Balance
ทีม Simple Balance
ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ให้บริการปิดงบ จดทะเบียนบริษัท และวางระบบบัญชีในเชียงใหม่ มากกว่า 100 บริษัทไว้วางใจ
100+ ลูกค้า
5.0 Google Rating
15+ ปีประสบการณ์

ต้องการความช่วยเหลือเรื่องงบทดลอง

ทีม Simple Balance พร้อมให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ปรึกษาฟรี
บริการที่เกี่ยวข้อง
บริการปิดงบการเงิน →
ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชี ภาษี หรือปิดงบการเงิน ทีม Simple Balance พร้อมช่วย

แชทกับเรา