หน้าแรก Glossary การปิดบัญชี คืออะไร

การปิดบัญชี คืออะไร

อ่าน 10 นาที อัปเดต: เมษายน 2569

การปิดบัญชี (Closing Entries) คือ กระบวนการโอนยอดคงเหลือในบัญชีชั่วคราว ได้แก่ บัญชีรายได้ ค่าใช้จ่าย และถอนใช้ส่วนตัว เข้าบัญชีทุน เพื่อสรุปผลกำไรขาดทุนและแสดงฐานะการเงินที่ถูกต้อง ณ วันสิ้นรอบบัญชี

การปิดบัญชี คืออะไร — ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจจดทะเบียนนิติบุคคล เช่น บริษัทจำกัด หรือหจก. คุณต้องปิดบัญชีทุกปี ไม่ว่าจะมีรายได้หรือไม่ก็ตาม กระบวนการนี้เป็นขั้นตอนสำคัญก่อนจะจัดทำงบการเงินและยื่นภาษีในส่วนนิติบุคคลประจำปีได้

การปิดบัญชี (Closing Entries) คือ การโอนยอดคงเหลือในบัญชีชั่วคราวทั้งหมด ได้แก่ บัญชีรายได้ บัญชีค่าใช้จ่าย และบัญชีถอนใช้ส่วนตัว เข้าไปรวมในบัญชีทุน เพื่อให้ยอดทุนของเจ้าของแสดงตัวเลขที่ถูกต้อง ณ วันสิ้นรอบบัญชี (ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 10)

  • การปิดบัญชี คือ การโอนยอดบัญชีรายได้และค่าใช้จ่ายเข้าบัญชีทุน เพื่อสรุปกำไรขาดทุนประจำปี
  • นิติบุคคลทุกแห่งต้องปิดบัญชีทุกรอบ 12 เดือน ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543
  • มี 5 ขั้นตอนหลัก ตั้งแต่งบทดลองก่อนปรับปรุง ไปจนถึงปิดบัญชีประจำปี
  • ต้องทำรายการปรับปรุงบัญชี 9 ประเภท ก่อนปิดบัญชีได้
  • ถ้าไม่ปิดบัญชี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท (มาตรา 29) และถ้าไม่ยื่นงบการเงิน ปรับอีกไม่เกิน 50,000 บาท (มาตรา 30 พ.ร.บ.การบัญชี)

ความหมายของการปิดบัญชี

การปิดบัญชีเป็นกระบวนการทางบัญชีประเภทหนึ่งที่ทำทุกสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ในระบบบัญชี บัญชีแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก คือ บัญชีถาวรกับบัญชีชั่วคราว

บัญชีถาวร ได้แก่ บัญชีสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ — ยอดคงเหลือจะยกไปรอบถัดไปเรื่อย ๆ ส่วน บัญชีชั่วคราว ได้แก่ บัญชีรายได้ ค่าใช้จ่าย และถอนใช้ส่วนตัว — ยอดจะถูก “ปิด” หรือโอนเข้าบัญชีทุนเมื่อสิ้นรอบ แล้วเริ่มนับศูนย์ใหม่ในรอบถัดไป

พูดง่าย ๆ คือ การปิดบัญชีทำให้คุณรู้ว่าปีนี้ธุรกิจกำไรหรือขาดทุนเท่าไหร่ จากนั้นเอาตัวเลขนั้นไปแสดงในงบดุล (ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน NPAEs สำหรับกิจการที่ไม่ใช่มหาชน)

ทำไมต้องปิดบัญชี — 4 วัตถุประสงค์ที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้

การปิดบัญชีไม่ใช่แค่เรื่องของนักบัญชี แต่เป็นเรื่องที่ส่งผลโดยตรงต่อเจ้าของธุรกิจ มี 4 วัตถุประสงค์หลัก

1. ยอดคงเหลือถูกต้องตามมาตรฐาน — ทำให้บัญชีแยกประเภททุกบัญชีมียอดคงเหลือที่ถูกต้อง ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน (ตามประกาศสภาวิชาชีพบัญชี เรื่อง NPAEs)

2. รู้ฐานะการเงิน ณ วันสิ้นงวด — คุณจะรู้ว่าธุรกิจมีสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของเท่าไหร่ ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชี ข้อมูลนี้แสดงในงบดุล

3. รู้ผลดำเนินงานครบรอบบัญชี — คุณจะรู้ว่ารายได้ทั้งปีเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ เหลือกำไรสุทธิหรือขาดทุนเท่าไหร่ ข้อมูลนี้แสดงในงบกำไรขาดทุน

4. ข้อมูลพร้อมสำหรับผู้สอบบัญชี — งบการเงินที่ผ่านการปิดบัญชีอย่างถูกต้อง ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA — Certified Public Accountant คือ ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตตรวจสอบงบการเงิน) จะตรวจสอบได้เร็วขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการยื่นงบต่อ DBD (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า — หน่วยงานที่ดูแลเรื่องจดทะเบียนและงบการเงินของนิติบุคคล) ทำให้ความเสี่ยงในการเสียค่าปรับน้อบลง

5 ขั้นตอนการปิดบัญชีประจำปี

ขั้นตอนการปิดบัญชีมีลำดับที่ชัดเจน ไม่สามารถข้ามขั้นตอนได้ และแต่ละขั้นตอนต่อยอดจากขั้นก่อนหน้า

การปิดบัญชี คืออะไร - อินโฟกราฟิก 5 ขั้นตอนการปิดบัญชีประจำปี | Simple Balance

ขั้นตอนที่ 1: จัดทำงบทดลองก่อนปรับปรุง — รวบรวมยอดคงเหลือจากบัญชีแยกประเภททุกบัญชี ตรวจสอบว่ายอดเดบิตและเครดิตรวมเท่ากัน ถ้าร้านอาหารของคุณมีบัญชี 50 รายการ ยอดรวมฝั่งเดบิตต้องเท่ากับฝั่งเครดิตพอดี

ขั้นตอนที่ 2: ทำรายการปรับปรุงบัญชี — ตรวจสอบรายการบัญชีที่ยังไม่ถูกต้องตามมาตรฐาน แล้วทำรายการปรับปรุง มีทั้งหมด 9 ประเภท (ดูรายละเอียดในหัวข้อถัดไป) เช่น บันทึกค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ถาวร ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ หรือปรับค่าใช้จ่ายค้างจ่าย

ขั้นตอนที่ 3: จัดทำงบทดลองหลังปรับปรุง — พิมพ์งบทดลองใหม่หลังบันทึกรายการปรับปรุงครบ งบทดลองหลังปรับปรุงนี้จะส่งให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตใช้เป็นข้อมูลตั้งต้นในการตรวจสอบ

ขั้นตอนที่ 4: จัดทำงบการเงิน — นำข้อมูลจากงบทดลองหลังปรับปรุงมาจัดทำงบการเงินครบชุด ได้แก่ งบแสดงฐานะการเงิน (งบดุล) งบกำไรขาดทุน งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น และหมายเหตุประกอบงบการเงิน (ตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ. 2566)

ขั้นตอนที่ 5: ปิดบัญชีประจำปี — โอนยอดบัญชีรายได้และค่าใช้จ่ายเข้าบัญชีกำไรขาดทุน จากนั้นโอนยอดกำไรขาดทุนเข้าบัญชีทุน (กำไรสะสม) ส่วนบัญชีสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ จะยกยอดไปรอบบัญชีถัดไป

รายการปรับปรุงบัญชี 9 ประเภทที่ต้องทำก่อนปิดบัญชี

ก่อนจะปิดบัญชีได้ นักบัญชีต้องทำรายการปรับปรุงให้ครบก่อน เพื่อให้ตัวเลขในบัญชีตรงกับความเป็นจริง ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน NPAEs มี 9 ประเภทหลัก

ลำดับประเภทรายการปรับปรุงตัวอย่าง
1ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย (Accrued Expense)ค่าน้ำค่าไฟฟ้าเดือน ธ.ค. ที่ยังไม่ได้รับบิล
2ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า (Prepaid Expense)ค่าเบี้ยประกันที่จ่ายล่วงหน้า 1 ปี
3รายได้ค้างรับ (Accrued Revenue)ค่าบริการที่ทำเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้วางบิล
4รายได้รับล่วงหน้า (Deferred Revenue)ลูกค้าจ่ายค่าบริการล่วงหน้า 6 เดือน
5ค่าเสื่อมราคา (Depreciation)คอมพิวเตอร์ราคา 30,000 บาท อายุใช้งาน 3 ปี = ค่าเสื่อมปีละ 10,000 บาท
6วัสดุใช้ไป (Supplies Expense)วัสดุสำนักงานที่ซื้อมาต้นปี 5,000 บาท สิ้นปีเหลือ 1,500 บาท = ใช้ไป 3,500 บาท
7หนี้สงสัยจะสูญ (Doubtful Account)ลูกหนี้ที่ค้างจ่ายเกิน 12 เดือน ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
8การปันส่วนค่าใช้จ่าย (Expense Allocation)ค่าเช่าสำนักงานที่ใช้ร่วมกัน 2 แผนก ต้องแบ่งสัดส่วน
9ภาษีเงินได้ (Income Tax)คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลอัตรา 20% จากกำไรสุทธิทางภาษี (อัตราทั่วไป — SME กำไรสุทธิไม่เกิน 300,000 บาทได้รับยกเว้น) ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65

ตัวอย่าง: ร้านค้าออนไลน์มียอดขายทั้งปี 3,000,000 บาท ค่าใช้จ่ายรวม 2,200,000 บาท กำไรก่อนภาษี 800,000 บาท แต่ยังไม่ได้บันทึกค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร 50,000 บาท และค่าเบี้ยประกันภัยที่ใช้ไปในปีนี้อีก 12,000 บาท (จากที่จ่ายล่วงหน้าไว้ทั้งปี) ต้องปรับปรุงทั้ง 2 รายการก่อน กำไรจริงจึงจะเหลือ 738,000 บาท

ตัวอย่างการปิดบัญชีสำหรับธุรกิจ SME

สมมุติบริษัทรับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่ง มีข้อมูลสิ้นปี 2568 ดังนี้

บัญชียอดคงเหลือ
รายได้จากบริการ5,000,000 บาท
ต้นทุนบริการ3,200,000 บาท
ค่าใช้จ่ายในการบริหาร800,000 บาท
ค่าเสื่อมราคา150,000 บาท
ดอกเบี้ยจ่าย50,000 บาท

การปิดบัญชีทำ 3 ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1 — ปิดบัญชีรายได้: โอนรายได้ 5,000,000 บาท เข้าบัญชีกำไรขาดทุน (เดบิต: รายได้จากบริการ 5,000,000 / เครดิต: กำไรขาดทุน 5,000,000)

ขั้นตอนที่ 2 — ปิดบัญชีค่าใช้จ่าย: โอนค่าใช้จ่ายรวม 4,200,000 บาท เข้าบัญชีกำไรขาดทุน (เดบิต: กำไรขาดทุน 4,200,000 / เครดิต: ต้นทุนบริการ 3,200,000 + ค่าใช้จ่ายบริหาร 800,000 + ค่าเสื่อมราคา 150,000 + ดอกเบี้ยจ่าย 50,000)

ขั้นตอนที่ 3 — ปิดบัญชีกำไรขาดทุน: กำไรสุทธิ = 5,000,000 − 4,200,000 = 800,000 บาท โอนเข้าบัญชีกำไรสะสม (เดบิต: กำไรขาดทุน 800,000 / เครดิต: กำไรสะสม 800,000)

หลังปิดบัญชี บัญชีรายได้และค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะมียอดเป็นศูนย์ พร้อมเริ่มบันทึกรายการในรอบบัญชีใหม่ ส่วนกำไรสะสม 800,000 บาท จะแสดงในงบดุลฝั่งส่วนของผู้ถือหุ้น (หรือส่วนของเจ้าของ ในกรณีห้างหุ้นส่วน)

การปิดบัญชี กับ ปิดงบการเงิน ต่างกันอย่างไร

หลายคนสับสนระหว่าง 2 คำนี้ จริง ๆ แล้วเกี่ยวข้องกันแต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

หัวข้อการปิดบัญชี (Closing Entries)ปิดงบการเงิน (Financial Closing)
ความหมายโอนยอดบัญชีชั่วคราวเข้าบัญชีทุนกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่ปิดบัญชีจนถึงยื่นงบต่อ DBD
ขอบเขตเฉพาะการบันทึกรายการปิดบัญชีรวมการตรวจสอบ จัดทำงบ ยื่นภาษี และส่ง DBD
ผู้รับผิดชอบนักบัญชีของบริษัท/สำนักงานบัญชีนักบัญชี + ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)
กำหนดเวลาสิ้นรอบบัญชี (ส่วนใหญ่ 31 ธ.ค.)ยื่นงบ DBD ภายใน 5 เดือนหลังสิ้นรอบบัญชี (ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11)

สรุป: การปิดบัญชีเป็นขั้นตอนหนึ่งของการปิดงบการเงิน ธุรกิจต้องปิดบัญชีให้เสร็จก่อน จึงจะจัดทำงบการเงินเพื่อยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 (แบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี) ต่อกรมสรรพากรได้

กำหนดเวลาและบทลงโทษ

นิติบุคคลทุกแห่งในไทยต้องปิดบัญชีทุกรอบ 12 เดือน (ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 10) ส่วนใหญ่ใช้รอบปีปฏิทิน คือ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม แต่กิจการจะกำหนดรอบบัญชีเป็นช่วงอื่นก็ได้ เช่น 1 เมษายน ถึง 31 มีนาคม ซึงนับเป็นรอบคร่อมบัญชี

หลังสิ้นรอบบัญชี ต้องดำเนินการ 2 อย่าง

  • ยื่นงบการเงินต่อ DBD — ภายใน 5 เดือนหลังสิ้นรอบบัญชี (ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11) ถ้ารอบบัญชีสิ้นสุด 31 ธ.ค. ต้องยื่นภายใน 31 พ.ค. ปีถัดไป
  • ยื่น ภ.ง.ด.50 — ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี (ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 68)

ถ้าไม่ปิดบัญชี มีโทษปรับผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีไม่เกิน 10,000 บาท (ตามมาตรา 29 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543) และถ้าไม่จัดทำและยื่นงบการเงิน ปรับอีกไม่เกิน 50,000 บาท (ตามมาตรา 30 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543) นอกจากนี้ ถ้าไม่ยื่น ภ.ง.ด.50 มีค่าปรับและเงินเพิ่มอีกต่างหาก

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการปิดบัญชี

จากประสบการณ์ลูกค้าของเรา ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการปิดบัญชี ได้แก่

1. ไม่ทำรายการปรับปรุงให้ครบ — ลืมบันทึกค่าเสื่อมราคา ไม่ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ หรือไม่ปรับปรุงค่าใช้จ่ายค้างจ่าย ทำให้กำไรสุทธิผิดพลาด

2. ไม่กระทบยอดเงินสดกับ Bank Statement (รายการเดินบัญชีธนาคาร) — เงินสดในบัญชีไม่ตรงกับยอดในธนาคาร ต้องทำงบกระทบยอดธนาคารทุกเดือน ไม่ใช่รอสิ้นปี

3. ปล่อยให้เอกสารขาดหายใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี หรือใบแจ้งหนี้ที่หายไป ทำให้ตัวเลขไม่ครบ นักบัญชีต้องขอเอกสารเพิ่มจนล่าช้า

4. ไม่แยกค่าใช้จ่ายส่วนตัวออกจากธุรกิจ — เจ้าของธุรกิจใช้บัญชีบริษัทร่วมกับบัญชีค่าใช้จ่ายส่วนตัว แต่ไม่ได้มีการบันทึกการถอนเข้าออก ทำให้ค่าใช้จ่ายของบริษัทสูงกว่าในความเป็นจริง

5. รอจนนาทีสุดท้าย — เริ่มปิดบัญชีเดือนเมษายน-พฤษภาคม แทนที่จะเริ่มตั้งแต่มกราคม ทำให้เร่งรีบ โอกาสผิดพลาดสูง และอาจยื่นงบไม่ทัน

ถ้าคุณอยากให้การปิดบัญชีราบรื่น เริ่มจากการจัดเก็บเอกสารให้ครบทุกเดือน และทำงบกระทบยอดธนาคารเป็นประจำ

ปิดบัญชีไม่ทัน หรือไม่แน่ใจว่าทำถูกต้องไหม → ปรึกษาฟรีผ่าน Messenger

โทรปรึกษา: 092-853-5600

ดูรีวิวจากลูกค้าของเรา → Google Business Profile

ติดตาม Simple Balance → Facebook Page

สรุปประเด็นสำคัญ

หัวข้อรายละเอียด
ความหมายการโอนยอดบัญชีรายได้ ค่าใช้จ่าย และถอนใช้ส่วนตัว เข้าบัญชีทุน เพื่อสรุปกำไรขาดทุนประจำปี
ภาษาอังกฤษClosing Entries
ต้องทำเมื่อไหร่ทุกสิ้นรอบบัญชี (ส่วนใหญ่ 31 ธ.ค.) ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543
ขั้นตอนหลัก5 ขั้นตอน ตั้งแต่งบทดลองก่อนปรับปรุง ถึงปิดบัญชีประจำปี
โทษถ้าไม่ทำไม่ปิดบัญชี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท (ม.29) / ไม่ยื่นงบ ปรับไม่เกิน 50,000 บาท (ม.30 พ.ร.บ.การบัญชี)

คำถามที่พบบ่อย

การปิดบัญชี กับ ปิดงบการเงิน ต่างกันยังไง

การปิดบัญชีคือการโอนยอดบัญชีชั่วคราว (รายได้ ค่าใช้จ่าย) เข้าบัญชีทุน เป็นขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการปิดงบการเงิน ส่วนปิดงบการเงินครอบคลุมตั้งแต่ปิดบัญชี ตรวจสอบโดย CPA จัดทำงบการเงินครบชุด ไปจนถึงยื่นต่อ DBD และกรมสรรพากร

การปิดบัญชีมีกี่ขั้นตอน

มี 5 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ จัดทำงบทดลองก่อนปรับปรุง ทำรายการปรับปรุงบัญชี 9 ประเภท จัดทำงบทดลองหลังปรับปรุง จัดทำงบการเงิน และปิดบัญชีประจำปี แต่ละขั้นตอนต้องทำตามลำดับ ข้ามไม่ได้

ถ้าไม่ปิดบัญชีจะเป็นยังไง

ไม่ปิดบัญชี มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ตามมาตรา 29 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 และหากไม่ยื่นงบการเงินต่อ DBD ปรับอีกไม่เกิน 50,000 บาท ตามมาตรา 30 นอกจากนี้ยังไม่สามารถยื่นภาษี ภ.ง.ด.50 ได้ ซึ่งมีค่าปรับและเงินเพิ่มอีกส่วนหนึ่ง

รายการปรับปรุงบัญชีก่อนปิดบัญชีมีอะไรบ้าง

มี 9 ประเภทหลัก ได้แก่ ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า รายได้ค้างรับ รายได้รับล่วงหน้า ค่าเสื่อมราคา วัสดุใช้ไป หนี้สงสัยจะสูญ การปันส่วนค่าใช้จ่าย และภาษีเงินได้ ทุกรายการต้องปรับปรุงให้ครบก่อนจึงจะปิดบัญชีได้

บริษัทเปิดใหม่ต้องปิดบัญชีเมื่อไหร่

ต้องปิดบัญชีครั้งแรกภายใน 12 เดือนนับจากวันที่จดทะเบียน ตามมาตรา 10 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 เช่น จดทะเบียนวันที่ 1 มี.ค. 2568 ต้องปิดบัญชีครั้งแรกภายในวันที่ 28 ก.พ. 2569 หรือจะเลือกปิด ณ 31 ธ.ค. 2568 ก็ได้ (รอบสั้นกว่า 12 เดือน)

Simple Balance
ทีม Simple Balance
ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ให้บริการปิดงบ จดทะเบียนบริษัท และวางระบบบัญชีในเชียงใหม่ มากกว่า 100 บริษัทไว้วางใจ
100+ ลูกค้า
5.0 Google Rating
15+ ปีประสบการณ์

ต้องการความช่วยเหลือเรื่องการปิดบัญชี

ทีม Simple Balance พร้อมให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ปรึกษาฟรี
บริการที่เกี่ยวข้อง
บริการปิดงบการเงิน →
ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชี ภาษี หรือปิดงบการเงิน ทีม Simple Balance พร้อมช่วย

แชทกับเรา