ผู้สอบบัญชี (Auditor) คือบุคคลภายนอกที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมาย ทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของงบการเงินและออกความเห็นว่างบการเงินของกิจการแสดงฐานะและผลการดำเนินงานถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีหรือไม่ (ตามข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี) ประเทศไทยมีผู้สอบบัญชี 2 ประเภทหลัก คือ CPA (ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต) และ TA (ผู้สอบบัญชีภาษีอากร) แต่ละประเภทมีอำนาจการตรวจสอบต่างกัน
- ผู้สอบบัญชีคือคนนอกที่มีใบอนุญาตตามกฎหมาย ตรวจและรับรองความถูกต้องของงบการเงิน
- ไทยมี 2 ประเภท: CPA (ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต) และ TA (ผู้สอบบัญชีภาษีอากร)
- บริษัทจำกัดทุกแห่งต้องใช้ CPA หจก. ขนาดเล็กใช้ TA ได้
- CPA ได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี (TFAC) ต้องอบรม CPD 40 ชั่วโมงทุกปี
- ผู้สอบบัญชีต้องเป็นคนละคนกับผู้ทำบัญชี เพื่อรักษาความเป็นอิสระ
2 ประเภทของผู้สอบบัญชีในไทย CPA กับ TA
ในประเทศไทยมีผู้สอบบัญชี 2 ประเภทที่กฎหมายรับรอง แต่ละประเภทมีอำนาจการตรวจสอบและรับรองงบการเงินต่างกัน
CPA (Certified Public Accountant — ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต) คือผู้ที่สอบผ่านและได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ (TFAC — Federation of Accounting Professions) ตาม พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 CPA มีอำนาจตรวจสอบและรับรองงบการเงินของกิจการทุกประเภท ตั้งแต่บริษัทจำกัด บริษัทมหาชน ไปจนถึงห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทุกประเภท
TA (Tax Auditor — ผู้สอบบัญชีภาษีอากร) คือผู้ที่ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมสรรพากร ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 3 สัตต มีอำนาจตรวจสอบและรับรองงบการเงินได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็ก ที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท (กรมสรรพากร — ความแตกต่าง TA และ CPA)
| หัวข้อ | CPA | TA |
|---|---|---|
| หน่วยงานออกใบอนุญาต | สภาวิชาชีพบัญชี (TFAC) | อธิบดีกรมสรรพากร |
| กฎหมายรองรับ | พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 | ประมวลรัษฎากร มาตรา 3 สัตต |
| ตรวจสอบ บจก. ได้ | ได้ทุกขนาด | ไม่ได้ |
| ตรวจสอบ บมจ. ได้ | ได้ (ต้องขึ้นทะเบียน ก.ล.ต. เพิ่ม) | ไม่ได้ |
| ตรวจสอบ หจก. ได้ | ได้ทุกขนาด | เฉพาะ หจก. ขนาดเล็ก (ทุน ≤ 5 ล้าน สินทรัพย์/รายได้ ≤ 30 ล้าน) |
| ค่าบริการเฉลี่ย/ปี | ประมาณ 20,000 – 80,000 บาท | ประมาณ 8,000 – 25,000 บาท |
ถ้ากิจการของคุณเป็นบริษัทจำกัด ต้องใช้ CPA เท่านั้น ใช้ TA ไม่ได้ ถึงแม้บริษัทจะมีรายได้น้อยแค่ไหนก็ตาม
หน้าที่หลักของผู้สอบบัญชี
ผู้สอบบัญชีมีหน้าที่หลัก 4 ด้าน ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องดำเนินด้วยความเป็นอิสระจากกิจการที่ตรวจสอบ
- ตรวจสอบความถูกต้องของงบการเงิน — ดูว่ารายได้ ค่าใช้จ่าย สินทรัพย์ หนี้สิน บันทึกถูกต้องตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน (TFRS สำหรับบริษัทมหาชน, NPAEs สำหรับ SME) หรือไม่
- ตรวจเอกสารหลักฐาน — ตรวจใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน สัญญาจ้าง และเอกสารประกอบการบันทึกบัญชีว่าครบถ้วนและสอดคล้องกับตัวเลขในงบ
- ตรวจรายการปรับปรุงสิ้นงวด — ดูว่าค่าเสื่อมราคา ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย การปรับปรุงสินค้าคงเหลือ คำนวณถูกต้องหรือไม่ และ หมายเหตุประกอบงบการเงินเปิดเผยข้อมูลครบตามที่มาตรฐานกำหนดหรือไม่
- ออกรายงานของผู้สอบบัญชี — เมื่อตรวจเสร็จ ผู้สอบบัญชีจะออกรายงานของผู้สอบบัญชี ซึ่งมีความเห็น 4 แบบ ได้แก่ (1) ไม่มีเงื่อนไข (Unqualified) (2) มีเงื่อนไข (Qualified) (3) ไม่แสดงความเห็น (Disclaimer) (4) เห็นว่างบไม่ถูกต้อง (Adverse)
คุณสมบัติการเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)
การจะเป็น CPA ในประเทศไทยไม่ใช่เรื่องง่าย ตามข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ต้องผ่านเกณฑ์ดังนี้
- อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
- จบปริญญาตรีสาขาการบัญชีหรือเทียบเท่าที่สภาวิชาชีพบัญชีรับรอง
- ผ่านการฝึกหัดงานในสำนักงานสอบบัญชีไม่น้อยกว่า 3 ปี รับรองชั่วโมงไม่ต่ำกว่า 3,000 ชั่วโมง
- สอบผ่านการทดสอบความรู้ของ TFAC ครบทุกวิชาภายในระยะเวลาที่กำหนด
- ไม่เป็นผู้ประพฤติผิดจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี
เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว CPA ต้องรักษาสถานภาพทุกปี โดย
- ชำระค่าบำรุงสมาชิกและค่าธรรมเนียมใบอนุญาต
- เข้าอบรมพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง (CPD — Continuing Professional Development) ไม่น้อยกว่า 40 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน
- ยืนยันการลงลายมือชื่อประจำปี
หากไม่ทำตามเงื่อนไขตามที่ได้กล่าวมา ใบอนุญาตจะถูกพักหรือเพิกถอน ทำให้งบการเงินที่ลงนามรับรองไปใช้ไม่ได้ — นี่คือเหตุผลที่ต้องตรวจสถานะผู้สอบบัญชีที่ TFAC e-service ก่อนทุกครั้ง
ผู้สอบบัญชี ต่างจาก ผู้ทำบัญชี อย่างไร
คนส่วนใหญ่สับสนระหว่างสองตำแหน่งนี้ แต่ทั้งสองมีหน้าที่คนละอย่างและกฎหมายกำหนดให้ ต้องเป็นคนละคน ห้ามคนเดียวกันทำทั้งสองหน้าที่ในกิจการเดียวกัน
| หัวข้อ | ผู้ทำบัญชี | ผู้สอบบัญชี |
|---|---|---|
| ความสัมพันธ์กับกิจการ | เป็นพนักงานหรือ outsource ของกิจการ | เป็นคนนอกองค์กร |
| หน้าที่หลัก | บันทึกรายการ ปิดบัญชี จัดทำงบการเงิน | ตรวจสอบงบที่ผู้ทำบัญชีจัดทำ |
| ใบอนุญาต | ขึ้นทะเบียนผู้ทำบัญชีกับ DBD | ใบอนุญาต CPA หรือ TA |
| รับผิดทางกฎหมาย | ต่อกิจการและ DBD | ต่อ TFAC/กรมสรรพากรและสาธารณะ |
นี่คือหลัก “Segregation of Duties” — คนทำบัญชีและคนตรวจสอบต้องแยกกันเพื่อให้มีการตรวจสอบที่เป็นกลางอย่างแท้จริง ไม่มีคนไหนได้ทั้งเขียนและตรวจตัวเอง
ธุรกิจแบบไหนต้องมีผู้สอบบัญชี
ตามพ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11 กำหนดให้กิจการต่อไปนี้ต้องจัดให้มีผู้สอบบัญชีรับรองงบการเงินก่อนยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
- บริษัทจำกัด (บจก.) ทุกขนาด — ต้องใช้ CPA เท่านั้น
- บริษัทมหาชนจำกัด (บมจ.) — ต้องใช้ CPA ที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) เพิ่ม
- ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ขนาดใหญ่ ที่มีทุนเกิน 5 ล้าน หรือสินทรัพย์/รายได้เกิน 30 ล้านบาท — ต้องใช้ CPA
- ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ขนาดเล็ก — ใช้ TA หรือ CPA ก็ได้
ยกเว้น: บุคคลธรรมดา เจ้าของคนเดียว (กิจการที่ไม่ได้จดเป็นนิติบุคคล) ไม่ต้องมีผู้สอบบัญชี
ระยะเวลายื่นงบการเงิน ตามขั้นตอนการปิดบัญชี: ภายใน 5 เดือนหลังสิ้นรอบบัญชี เช่น รอบปี 2568 สิ้นสุด 31 ธ.ค. 2568 ต้องให้ผู้สอบบัญชีรับรองและยื่นต่อ DBD ภายใน 31 พ.ค. 2569
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ไม่ตรวจสอบสถานะใบอนุญาต — ผู้สอบบัญชีบางคนอาจถูกพักใบอนุญาต DBD ไม่รองรับการใช้งานผู้สอบประเภทนี้ยื่นงบการเงิน และอาจเสียค่าปรับ ตรวจสถานะฟรีที่ eservice.tfac.or.th/check_cpa
- จ้างผู้สอบบัญชีช้าเกินไป — ควรจ้างก่อนสิ้นรอบบัญชีอย่างน้อย 2-3 เดือน เพื่อให้ผู้สอบบัญชีวางแผน และตรวจสอบระหว่างปี (interim audit) ได้ ไม่ใช่รอให้สิ้นปีแล้วค่อยจ้าง
- คาดหวังให้ผู้สอบบัญชีทำบัญชีให้ด้วย — ผิดหลัก Segregation of Duties และผิดกฎหมาย ผู้สอบบัญชีคนเดียวกันห้ามเป็นผู้ทำบัญชีของกิจการ
- เลือกที่ราคาถูกสุด — ผู้สอบบัญชีคุณภาพต่ำอาจรับรองงบที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้บริษัทโดนสรรพากรตรวจย้อนหลัง และเสียค่าปรับหลายเท่าของค่าสอบบัญชีที่ประหยัดได้
- ไม่เตรียมเอกสารให้พร้อม — งบทดลอง บัญชีแยกประเภท เอกสารประกอบการลงบัญชี ต้องพร้อมก่อนผู้สอบเข้ามา ไม่งั้นจะเสียเวลาและค่าบริการเพิ่ม
- ไม่อ่านรายงานของผู้สอบบัญชี — เจ้าของหลายคนอ่านเพียงตัวเลขกำไร แต่ไม่อ่านความเห็นของผู้สอบบัญชี ทั้งที่ 4 ประเภทความเห็นของผู้สอบบัญชีบอกสุขภาพการเงินกิจการได้ชัดเจน
วิธีเลือกผู้สอบบัญชีที่ดี
การเลือกผู้สอบบัญชีที่เหมาะสมช่วยให้การปิดงบประจำปีของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น น่าเชื่อถือ ต้องพิจารณาจาก 4 ด้าน
- สถานะใบอนุญาต — ตรวจที่ TFAC ต้องเป็น active และไม่อยู่ในรายชื่อถูกพัก
- ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมของคุณ — ผู้สอบบัญชีที่เคยตรวจธุรกิจใกล้เคียงกับคุณจะเข้าใจลักษณะรายการเฉพาะ เช่น ถ้าคุณทำร้านอาหาร ควรเลือกคนที่มีประสบการณ์ด้านอุตสาหกรรมร้านอาหาร
- รูปแบบการทำงาน — ผู้สอบบัญชีที่ดีควรมีการสื่อสารชัดเจน แจ้งข้อสังเกตที่พบระหว่างการตรวจ ไม่ใช่หายจนถึงวันส่งรายงาน
- ค่าบริการที่สมเหตุสมผล — ไม่ใช่ถูกสุดหรือแพงสุด แต่สมดุลกับขอบเขตงานและความซับซ้อนของกิจการ
ผู้สอบบัญชีคุณภาพดี ทำให้ระบบบัญชีของคุณแข็งแรงขึ้น ไม่ใช่แค่ให้ลายเซ็นเปล่าๆ การทำงานร่วมกันระหว่างผู้ทำบัญชีที่ดีและผู้สอบบัญชีที่ดี คือเสาหลักของการปิดงบการเงินที่ถูกต้อง แม่นยำ
ซิมเปิล บาลานซ์ ทำหน้าที่ผู้ทำบัญชีและทำงานประสานกับผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ที่เชื่อถือได้ เพื่อให้การปิดงบประจำปีของธุรกิจคุณผ่านได้ครั้งเดียว ไม่ต้องแก้ซ้ำไปมา
มีปัญหาเรื่องการปิดงบและหาผู้สอบบัญชี → ปรึกษาฟรีผ่าน Messenger
โทรปรึกษา: 092-853-5600
ดูรีวิวจากลูกค้าของเรา → Google Business Profile
ติดตาม Simple Balance → Facebook Page






