ผู้สอบบัญชี (Auditor) คือบุคคลภายนอกที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมาย ทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของงบการเงินและออกความเห็นว่างบการเงินของกิจการแสดงฐานะและผลการดำเนินงานถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีหรือไม่ (ตามข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี) ประเทศไทยมีผู้สอบบัญชี 2 ประเภทหลัก คือ CPA (ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต) และ TA (ผู้สอบบัญชีภาษีอากร) แต่ละประเภทมีอำนาจการตรวจสอบต่างกัน

2 ประเภทของผู้สอบบัญชีในไทย CPA กับ TA

ในประเทศไทยมีผู้สอบบัญชี 2 ประเภทที่กฎหมายรับรอง แต่ละประเภทมีอำนาจการตรวจสอบและรับรองงบการเงินต่างกัน

CPA (Certified Public Accountant — ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต) คือผู้ที่สอบผ่านและได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ (TFAC — Federation of Accounting Professions) ตาม พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 CPA มีอำนาจตรวจสอบและรับรองงบการเงินของกิจการทุกประเภท ตั้งแต่บริษัทจำกัด บริษัทมหาชน ไปจนถึงห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทุกประเภท

TA (Tax Auditor — ผู้สอบบัญชีภาษีอากร) คือผู้ที่ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมสรรพากร ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 3 สัตต มีอำนาจตรวจสอบและรับรองงบการเงินได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็ก ที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท (กรมสรรพากร — ความแตกต่าง TA และ CPA)

หัวข้อCPATA
หน่วยงานออกใบอนุญาตสภาวิชาชีพบัญชี (TFAC)อธิบดีกรมสรรพากร
กฎหมายรองรับพ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547ประมวลรัษฎากร มาตรา 3 สัตต
ตรวจสอบ บจก. ได้ได้ทุกขนาดไม่ได้
ตรวจสอบ บมจ. ได้ได้ (ต้องขึ้นทะเบียน ก.ล.ต. เพิ่ม)ไม่ได้
ตรวจสอบ หจก. ได้ได้ทุกขนาดเฉพาะ หจก. ขนาดเล็ก (ทุน ≤ 5 ล้าน สินทรัพย์/รายได้ ≤ 30 ล้าน)
ค่าบริการเฉลี่ย/ปีประมาณ 20,000 – 80,000 บาทประมาณ 8,000 – 25,000 บาท

ถ้ากิจการของคุณเป็นบริษัทจำกัด ต้องใช้ CPA เท่านั้น ใช้ TA ไม่ได้ ถึงแม้บริษัทจะมีรายได้น้อยแค่ไหนก็ตาม

หน้าที่หลักของผู้สอบบัญชี

ผู้สอบบัญชีมีหน้าที่หลัก 4 ด้าน ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องดำเนินด้วยความเป็นอิสระจากกิจการที่ตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบความถูกต้องของงบการเงิน — ดูว่ารายได้ ค่าใช้จ่าย สินทรัพย์ หนี้สิน บันทึกถูกต้องตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน (TFRS สำหรับบริษัทมหาชน, NPAEs สำหรับ SME) หรือไม่
  2. ตรวจเอกสารหลักฐาน — ตรวจใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน สัญญาจ้าง และเอกสารประกอบการบันทึกบัญชีว่าครบถ้วนและสอดคล้องกับตัวเลขในงบ
  3. ตรวจรายการปรับปรุงสิ้นงวด — ดูว่าค่าเสื่อมราคา ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย การปรับปรุงสินค้าคงเหลือ คำนวณถูกต้องหรือไม่ และ หมายเหตุประกอบงบการเงินเปิดเผยข้อมูลครบตามที่มาตรฐานกำหนดหรือไม่
  4. ออกรายงานของผู้สอบบัญชี — เมื่อตรวจเสร็จ ผู้สอบบัญชีจะออกรายงานของผู้สอบบัญชี ซึ่งมีความเห็น 4 แบบ ได้แก่ (1) ไม่มีเงื่อนไข (Unqualified) (2) มีเงื่อนไข (Qualified) (3) ไม่แสดงความเห็น (Disclaimer) (4) เห็นว่างบไม่ถูกต้อง (Adverse)

คุณสมบัติการเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)

การจะเป็น CPA ในประเทศไทยไม่ใช่เรื่องง่าย ตามข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี ต้องผ่านเกณฑ์ดังนี้

เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว CPA ต้องรักษาสถานภาพทุกปี โดย

หากไม่ทำตามเงื่อนไขตามที่ได้กล่าวมา ใบอนุญาตจะถูกพักหรือเพิกถอน ทำให้งบการเงินที่ลงนามรับรองไปใช้ไม่ได้ — นี่คือเหตุผลที่ต้องตรวจสถานะผู้สอบบัญชีที่ TFAC e-service ก่อนทุกครั้ง

ผู้สอบบัญชี ต่างจาก ผู้ทำบัญชี อย่างไร

คนส่วนใหญ่สับสนระหว่างสองตำแหน่งนี้ แต่ทั้งสองมีหน้าที่คนละอย่างและกฎหมายกำหนดให้ ต้องเป็นคนละคน ห้ามคนเดียวกันทำทั้งสองหน้าที่ในกิจการเดียวกัน

หัวข้อผู้ทำบัญชีผู้สอบบัญชี
ความสัมพันธ์กับกิจการเป็นพนักงานหรือ outsource ของกิจการเป็นคนนอกองค์กร
หน้าที่หลักบันทึกรายการ ปิดบัญชี จัดทำงบการเงินตรวจสอบงบที่ผู้ทำบัญชีจัดทำ
ใบอนุญาตขึ้นทะเบียนผู้ทำบัญชีกับ DBDใบอนุญาต CPA หรือ TA
รับผิดทางกฎหมายต่อกิจการและ DBDต่อ TFAC/กรมสรรพากรและสาธารณะ

นี่คือหลัก “Segregation of Duties” — คนทำบัญชีและคนตรวจสอบต้องแยกกันเพื่อให้มีการตรวจสอบที่เป็นกลางอย่างแท้จริง ไม่มีคนไหนได้ทั้งเขียนและตรวจตัวเอง

ธุรกิจแบบไหนต้องมีผู้สอบบัญชี

ตามพ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11 กำหนดให้กิจการต่อไปนี้ต้องจัดให้มีผู้สอบบัญชีรับรองงบการเงินก่อนยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)

ยกเว้น: บุคคลธรรมดา เจ้าของคนเดียว (กิจการที่ไม่ได้จดเป็นนิติบุคคล) ไม่ต้องมีผู้สอบบัญชี

ระยะเวลายื่นงบการเงิน ตามขั้นตอนการปิดบัญชี: ภายใน 5 เดือนหลังสิ้นรอบบัญชี เช่น รอบปี 2568 สิ้นสุด 31 ธ.ค. 2568 ต้องให้ผู้สอบบัญชีรับรองและยื่นต่อ DBD ภายใน 31 พ.ค. 2569

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  1. ไม่ตรวจสอบสถานะใบอนุญาต — ผู้สอบบัญชีบางคนอาจถูกพักใบอนุญาต DBD ไม่รองรับการใช้งานผู้สอบประเภทนี้ยื่นงบการเงิน และอาจเสียค่าปรับ ตรวจสถานะฟรีที่ eservice.tfac.or.th/check_cpa
  2. จ้างผู้สอบบัญชีช้าเกินไป — ควรจ้างก่อนสิ้นรอบบัญชีอย่างน้อย 2-3 เดือน เพื่อให้ผู้สอบบัญชีวางแผน และตรวจสอบระหว่างปี (interim audit) ได้ ไม่ใช่รอให้สิ้นปีแล้วค่อยจ้าง
  3. คาดหวังให้ผู้สอบบัญชีทำบัญชีให้ด้วย — ผิดหลัก Segregation of Duties และผิดกฎหมาย ผู้สอบบัญชีคนเดียวกันห้ามเป็นผู้ทำบัญชีของกิจการ
  4. เลือกที่ราคาถูกสุด — ผู้สอบบัญชีคุณภาพต่ำอาจรับรองงบที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้บริษัทโดนสรรพากรตรวจย้อนหลัง และเสียค่าปรับหลายเท่าของค่าสอบบัญชีที่ประหยัดได้
  5. ไม่เตรียมเอกสารให้พร้อม — งบทดลอง บัญชีแยกประเภท เอกสารประกอบการลงบัญชี ต้องพร้อมก่อนผู้สอบเข้ามา ไม่งั้นจะเสียเวลาและค่าบริการเพิ่ม
  6. ไม่อ่านรายงานของผู้สอบบัญชี — เจ้าของหลายคนอ่านเพียงตัวเลขกำไร แต่ไม่อ่านความเห็นของผู้สอบบัญชี ทั้งที่ 4 ประเภทความเห็นของผู้สอบบัญชีบอกสุขภาพการเงินกิจการได้ชัดเจน

วิธีเลือกผู้สอบบัญชีที่ดี

การเลือกผู้สอบบัญชีที่เหมาะสมช่วยให้การปิดงบประจำปีของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น น่าเชื่อถือ ต้องพิจารณาจาก 4 ด้าน

ผู้สอบบัญชีคุณภาพดี ทำให้ระบบบัญชีของคุณแข็งแรงขึ้น ไม่ใช่แค่ให้ลายเซ็นเปล่าๆ การทำงานร่วมกันระหว่างผู้ทำบัญชีที่ดีและผู้สอบบัญชีที่ดี คือเสาหลักของการปิดงบการเงินที่ถูกต้อง แม่นยำ

ซิมเปิล บาลานซ์ ทำหน้าที่ผู้ทำบัญชีและทำงานประสานกับผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ที่เชื่อถือได้ เพื่อให้การปิดงบประจำปีของธุรกิจคุณผ่านได้ครั้งเดียว ไม่ต้องแก้ซ้ำไปมา

มีปัญหาเรื่องการปิดงบและหาผู้สอบบัญชี → ปรึกษาฟรีผ่าน Messenger

โทรปรึกษา: 092-853-5600

ดูรีวิวจากลูกค้าของเรา → Google Business Profile

ติดตาม Simple Balance → Facebook Page