คุณเพิ่งซื้อเครื่องทำกาแฟราคา 120,000 บาทให้ร้าน คำถามคือ — ตัวเลขนี้ควรไปอยู่ตรงไหนในงบการเงิน คำตอบคือ สินทรัพย์ถาวร
เราจะมาอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ว่าสินทรัพย์ถาวรคืออะไร ต่างจากสินทรัพย์หมุนเวียนยังไง และเรื่อง “ค่าเสื่อมราคา” ที่หลายเจ้าของธุรกิจมักงงทำไมมันถึงสำคัญ
ความหมายแบบเข้าใจง่าย
สินทรัพย์ถาวร หรือ Fixed Assets (ชื่อทางการคือ “ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์” หรือ Property, Plant & Equipment) คือ ของที่บริษัทซื้อมาเพื่อ ใช้งานในธุรกิจระยะยาว ไม่ได้ซื้อมาเพื่อขายต่อ (ตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดรายการย่อ พ.ศ. 2566 นิยามว่า “สินทรัพย์ที่มีตัวตนที่กิจการมีไว้เพื่อใช้ในการผลิต จำหน่ายสินค้าหรือให้บริการ หรือใช้ในการบริหารงาน โดยคาดว่าจะใช้ประโยชน์มากกว่าหนึ่งรอบระยะเวลารายงาน”) ส่วนใหญ่จะเป็นของที่จับต้องได้ เช่น เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน ระบบคอมพิวเตอร์ พาหนะ หรือของตกแต่งร้านค้า
จุดสำคัญคือ สินทรัพย์ถาวรมี ค่าเสื่อมราคา ทุกปี เครื่องทำกาแฟที่คุณซื้อมา 120,000 บาท ไม่ได้มีค่า 120,000 บาทตลอดไป มันเสื่อมสภาพตามการใช้งาน และทางบัญชีจะบันทึกค่าเสื่อมราคานี้ทุกปี ตามหลักมาตรฐานการบัญชี NPAEs บทที่ 10 ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์
สินทรัพย์ถาวรมีอะไรบ้าง
สมมติคุณเปิดร้านกาแฟในเชียงใหม่ สินทรัพย์ถาวรของคุณอาจรวมถึง:
- เครื่องทำกาแฟ: 120,000 บาท (อายุ 5 ปี)
- เฟอร์นิเจอร์ร้าน: 80,000 บาท (อายุ 5 ปี)
- ระบบ POS + คอมพิวเตอร์: 35,000 บาท (อายุ 3 ปี)
- รถส่งของ: 400,000 บาท (อายุ 5 ปี)
- ของตกแต่งร้าน: 60,000 บาท (อายุ 5 ปี)
ค่าเสื่อมราคาปีละประมาณ 143,667 บาทจะถูกหักเป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุน ช่วยลดภาษีได้ด้วย (อัตราค่าเสื่อมราคาทางภาษีตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 145 กำหนดไว้ไม่เกิน 20% ต่อปีสำหรับสินทรัพย์ทั่วไป)
ค่าเสื่อมราคา — ทำไมต้องสนใจ
หลายเจ้าของธุรกิจถามว่า “ทำไมต้องคิดค่าเสื่อมราคา ของก็ยังใช้ได้อยู่นี่”
เหตุผลมี 2 ข้อหลัก:
1. สะท้อนมูลค่าจริง — เครื่องทำกาแฟที่ใช้มา 3 ปีไม่ได้มีค่าเท่ากับเครื่องใหม่ ค่าเสื่อมราคาทำให้งบการเงินแสดงมูลค่าที่ใกล้เคียงความเป็นจริง
2. ลดภาษี — ค่าเสื่อมราคาเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีที่หักได้ตามมาตรา 65 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร จากตัวอย่างข้างบน คุณหักค่าเสื่อมราคาได้ปีละ 143,667 บาท ถ้าอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลอยู่ที่ 20% คุณประหยัดภาษีได้ประมาณ 28,733 บาทต่อปี
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
1. ไม่บันทึกค่าเสื่อมราคา
เจ้าของธุรกิจบางคนลืมหรือไม่รู้ว่าต้องบันทึก ผลคือกำไรในงบสูงเกินจริง และเสียภาษีมากกว่าที่ควร
2. จัดประเภทผิด
ซื้อวัตถุดิบก้อนใหญ่ 100,000 บาท แต่ลงเป็นสินทรัพย์ถาวร ทั้ง ๆ ที่จะใช้หมดภายในเดือนเดียว หรือกลับกัน ซื้อเครื่องจักร 200,000 บาท แต่ลงเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อนในเดือนที่ซื้อ ทั้งสองกรณีทำให้งบผิดเพี้ยน
3. ไม่ตัดจำหน่ายของที่ไม่ใช้แล้ว
เครื่องพิมพ์ที่พังไปแล้ว 2 ปียังอยู่ในงบ ต้องตัดจำหน่ายออกเพื่อให้ตัวเลขสินทรัพย์สะท้อนของจริง
สินทรัพย์ถาวรในงบฐานะการเงิน
ในงบฐานะการเงิน สินทรัพย์ถาวรจะแสดงเป็น:
ราคาทุน (ราคาที่ซื้อมา) − ค่าเสื่อมราคาสะสม = มูลค่าตามบัญชี
เช่น เครื่องทำกาแฟ:
- ราคาทุน: 120,000 บาท
- ค่าเสื่อมราคาสะสม (3 ปี): 72,000 บาท
- มูลค่าตามบัญชี: 48,000 บาท
ตัวเลข 48,000 บาทนี้คือสิ่งที่ปรากฏในงบ ไม่ใช่ 120,000 บาท
ค่าเสื่อมราคาสะสม — บัญชีตรงข้าม
ในทางบัญชี ค่าเสื่อมราคาสะสมเป็น “บัญชีตรงข้าม” (Contra Account) ของสินทรัพย์ถาวร หมายความว่ามันทำหน้าที่หักมูลค่าของสินทรัพย์ถาวรโดยตรง โดยไม่ไปแก้ไขตัวเลขราคาทุนเดิม วิธีนี้ทำให้คุณเห็นทั้งราคาที่ซื้อมา (ราคาทุน) และค่าเสื่อมที่สะสมมาตลอด ช่วยตัดสินใจได้ว่าสินทรัพย์ตัวไหนควรซ่อมแซมหรือถึงเวลาซื้อใหม่
สำหรับ SME ในไทย วิธีคำนวณค่าเสื่อมราคาที่นิยมใช้มากที่สุดคือ วิธีเส้นตรง (Straight-Line Method) ตามคู่มืออธิบายมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 16 เรื่อง ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ เพราะคำนวณง่าย — เอาราคาทุนหารด้วยอายุการใช้งาน ได้ค่าเสื่อมเท่ากันทุกปี เช่น คอมพิวเตอร์ราคา 30,000 บาท อายุ 3 ปี = ค่าเสื่อมปีละ 10,000 บาท
เคล็ดลับสำหรับเจ้าของธุรกิจ
- กำหนดนโยบายขั้นต่ำในการลงบัญชีสินทรัพย์ถาวร เช่น มูลค่าเกิน 5,000 บาทและอายุใช้งานเกิน 1 ปี
- ทำทะเบียนสินทรัพย์ถาวร — รายการ, ราคาทุน, วันที่ซื้อ, อายุใช้งาน, ค่าเสื่อมสะสม
- ตรวจนับสินทรัพย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าของที่อยู่ในงบยังมีอยู่จริง
- แยกค่าซ่อมแซม (ค่าใช้จ่าย) กับค่าปรับปรุง (เพิ่มมูลค่าสินทรัพย์) ให้ชัดเจน






