พิมพ์ลงบนแบบฟอร์มของกรมสรรพากรได้เลย กรอกครั้งเดียว ดาวน์โหลดได้ทั้งแบบของกรมสรรพากร และแบบทั่วไป ไม่ต้องสมัครสมาชิก
พร้อมคำนวณค่าอากรแสตมป์คลิกบนเส้นประในเอกสารเพื่อพิมพ์ ช่องที่เว้นว่างจะพิมพ์ออกมาเป็นเส้นประตามเดิม
กฎหมายกำหนดให้ติดอากรแสตมป์บนหนังสือมอบอำนาจทุกฉบับ
ให้ไปทำกี่เรื่อง
มอบให้กี่คน
กรอกครั้งเดียว ได้ทั้งสองแบบ
ดาวน์โหลดแบบฟอร์มหนังสือมอบอำนาจแบบเปล่าได้ฟรี มี 3 ไฟล์ให้เลือก คือ แบบทั่วไปไฟล์ PDF แบบทั่วไปไฟล์ Word และแบบของกรมสรรพากรไฟล์ PDF กดแล้วโหลดได้ทันที ไม่ต้องกรอกอีเมล ไม่ต้องสมัครสมาชิก ถ้าอยากได้เอกสารที่พิมพ์ข้อความมาให้เรียบร้อยแล้ว ให้กรอกที่เครื่องมือด้านบนของหน้านี้แทน
ไฟล์เปล่าเหมาะกับคนที่อยากพิมพ์ออกมาแล้วเขียนด้วยปากกาเอง หรืออยากเก็บไว้ใช้ซ้ำหลายครั้ง ทั้งสามไฟล์เป็นแบบเดียวกับที่เครื่องมือด้านบนสร้างให้ จึงมั่นใจได้ว่าหน้าตาเอกสารตรงกัน
ใช้ได้กับเรื่องทั่วไป ทั้งบุคคลธรรมดาและบริษัท พิมพ์ออกมาแล้วเขียนด้วยปากกาได้เลย มีช่องพยาน 2 คนครบ
ไฟล์ PDF 1 หน้า
ดาวน์โหลด PDFไฟล์ .docx เปิดใน Word หรือ Google Docs แล้วแก้ข้อความได้เอง เหมาะกับกรณีที่ต้องเพิ่มเงื่อนไข หรือปรับถ้อยคำให้ตรงกับเรื่องของตัวเอง
ไฟล์ Word แก้ไขได้
ดาวน์โหลด Wordแบบฟอร์มของกรมสรรพากรเอง ใช้เมื่อไปติดต่อสรรพากร เช่น ขอคัดสำเนาแบบแสดงรายการภาษีที่เคยยื่นไว้ ตอนปิดงบการเงิน
ไฟล์ PDF 1 หน้า
ดาวน์โหลด PDFบางสำนักงานขอหนังสือมอบอำนาจที่พิมพ์ข้อความมาแล้ว ไม่รับที่เขียนด้วยมือ ถ้าเจอกรณีนั้น ให้กรอกที่เครื่องมือด้านบนของหน้านี้ แล้วดาวน์โหลดเป็นไฟล์ที่มีข้อความครบทุกช่อง เหลือแค่ลงลายมือชื่อ
ไม่ว่าจะใช้แบบไหน ต้องติดอากรแสตมป์และขีดฆ่าให้เรียบร้อยด้วย ดูว่าต้องติดกี่บาทได้ที่หัวข้ออากรแสตมป์หนังสือมอบอำนาจ ติดกี่บาท ส่วนแบบฟอร์มอื่นที่ใช้บ่อย ดูได้ที่รวมแบบฟอร์มที่ใช้บ่อย
หนังสือมอบอำนาจ คือ เอกสารที่คนหนึ่งเขียนขึ้นเพื่อให้อีกคนหนึ่งไปทำเรื่องแทนตนเองได้ โดยผลของการกระทำนั้นถือเสมือนว่าเจ้าตัวทำเอง ใช้เมื่อเจ้าตัวไปด้วยตนเองไม่ได้ เช่น ให้พนักงานไปติดต่อราชการแทน หรือให้สำนักงานบัญชีไปยื่นเอกสารแทนบริษัท บางคนเรียกว่า ใบมอบอำนาจ ซึ่งหมายถึงเอกสารเดียวกัน
จุดที่คนมักเข้าใจผิดคือ หนังสือมอบอำนาจไม่ใช่แค่กระดาษที่เขียนว่าอนุญาตให้ทำแทน แต่เป็นเอกสารที่ทำให้คนอื่นมีอำนาจผูกพันตัวเราได้จริง สิ่งที่เขาไปทำ ถือว่าเราทำเอง ด้วยเหตุนี้การเขียนช่องเรื่องที่มอบอำนาจให้กว้างเกินไป จึงเสี่ยงกว่าที่หลายคนคิด
ใช้เมื่อเจ้าของเรื่องไปด้วยตัวเองไม่ได้ หรือไม่มีเวลาไป กรณีที่พบบ่อยคือ
สำหรับเจ้าของกิจการ กรณีที่เจอบ่อยที่สุดคือกรรมการไม่มีเวลาไปเอง จึงมอบอำนาจให้พนักงาน หรือให้ผู้ทำบัญชีไปแทน ซึ่งเป็นเรื่องปกติและทำได้ ขอเพียงเขียนเอกสารให้ถูกต้อง
ถ้าโหลดไฟล์แบบฟอร์มของกรมสรรพากรแล้วเปิดในเบราว์เซอร์เพื่อพิมพ์ลงในช่อง จะพิมพ์ภาษาไทยลงไปไม่ได้ พิมพ์ได้แต่ภาษาอังกฤษ เครื่องมือด้านบนของหน้านี้พิมพ์ภาษาไทยได้ปกติ เพราะฝังฟอนต์ไทยลงในไฟล์ให้เอง
สาเหตุอยู่ที่ตัวไฟล์เอง ช่องกรอกในแบบฟอร์มถูกตั้งค่าให้ใช้ตัวอักษรชุดภาษาอังกฤษ ซึ่งไม่มีที่ว่างสำหรับตัวอักษรไทยอยู่ตั้งแต่แรก และฟอนต์ที่ระบุไว้ก็ไม่ได้ฝังมาในไฟล์ เบราว์เซอร์จึงพิมพ์ไทยลงในช่องเหล่านั้นไม่ได้
ส่วนตัวหนังสือภาษาไทยที่เห็นบนแบบฟอร์มนั้นแสดงผลได้ตามปกติ เพราะเป็นข้อความที่พิมพ์มาแล้ว ไม่ใช่ช่องที่เรากรอก คนละส่วนกัน
ผลที่ตามมาคือคนส่วนใหญ่ต้องพิมพ์เอกสารเปล่าออกมาแล้วเขียนด้วยมือ ซึ่งเป็นปัญหาเมื่อบางหน่วยงานขอเป็นเอกสารที่พิมพ์ ไม่รับลายมือ
กรอกลงบนหน้าแบบฟอร์มจริงได้เลย เห็นว่าตัวหนังสือลงตรงไหนก่อนดาวน์โหลด ระบบฝังฟอนต์ไทยให้ในไฟล์ ทำให้ภาษาไทยออกมาครบถ้วน กรอกครั้งเดียวได้ทั้งแบบของกรมสรรพากรและแบบทั่วไป และมีตัวช่วยคำนวณค่าอากรแสตมป์อยู่ข้างๆ
ถ้าต้องการไฟล์เปล่าไว้พิมพ์ออกมาเขียนด้วยมือ โหลดได้ที่หัวข้อดาวน์โหลดแบบฟอร์มหนังสือมอบอำนาจ ฟรี หรือดูแบบฟอร์มอื่นได้ที่รวมแบบฟอร์มที่ใช้บ่อย
หนังสือมอบอำนาจหนึ่งฉบับควรมีข้อมูลต่อไปนี้ให้ครบ เพื่อให้พิสูจน์ได้ว่าใครมอบอำนาจให้ใคร ทำเรื่องอะไร
หนังสือมอบอำนาจที่เซ็นชื่อไว้แล้วแต่เว้นช่องเรื่องว่าง เท่ากับให้อำนาจแบบไม่จำกัด ใครก็เติมอะไรลงไปทีหลังก็ได้ อย่าเซ็นเอกสารที่ยังไม่ได้กรอกเรื่อง และถ้าให้ไปทำเรื่องเดียว ให้เขียนไปเลยว่าเรื่องเดียว อย่าเขียนกว้างไว้ก่อน
ถ้าใช้เครื่องมือด้านบน ข้อ 6 ระบบคำนวณจำนวนเงินค่าอากรให้อัตโนมัติ และช่องลายมือชื่อจะเติมชื่อผู้ลงนามให้เองจากชื่อที่กรอกไว้ด้านบน
ตัวอย่างด้านบนคือหนังสือมอบอำนาจที่กรอกครบแล้ว จุดที่ควรสังเกตมีดังนี้
ชื่อผู้มอบอำนาจแบบนิติบุคคล เขียนว่า บริษัท ... จำกัด โดยนาย ... เพราะบริษัทเซ็นชื่อเองไม่ได้ ต้องมีคนเซ็นแทน และคนนั้นต้องเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรอง
ช่องเรื่องที่มอบอำนาจ เขียนเจาะจงว่าไปทำอะไร ที่ไหน จนถึงขั้นไหน คำว่า จนเสร็จการ ท้ายประโยคช่วยให้ผู้รับมอบอำนาจดำเนินการต่อเนื่องได้จนจบ ไม่ต้องกลับมาทำเอกสารใหม่กลางทาง
ในวงเล็บใต้ลายมือชื่อ เป็นชื่อของคนที่เซ็น ไม่ใช่ชื่อบริษัท ถ้าผู้มอบอำนาจเป็นบริษัท ในวงเล็บคือชื่อกรรมการที่เซ็น ส่วนชื่อบริษัทเต็มอยู่ในบรรทัดข้าพเจ้าด้านบนแล้ว
พยานสองคน แบบฟอร์มมีช่องพยานไว้สองช่อง ควรให้เซ็นตอนที่ทั้งสองฝ่ายเซ็นจริง ไม่ใช่เซ็นทีหลัง
มอบอำนาจให้ไปทำเรื่องเดียว ติดอากรแสตมป์ 10 บาท มอบอำนาจให้ทำมากกว่าหนึ่งเรื่อง ติด 30 บาท ถ้ามอบให้หลายคนและแต่ละคนแยกกันไปทำได้เอง ให้คิด 30 บาทต่อคน ผู้มอบอำนาจเป็นผู้เสียค่าอากร ส่วนผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้ขีดฆ่าแสตมป์
อัตราด้านล่างมาจากบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร 7 ใบมอบอำนาจ ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ กรมสรรพากร
| กรณี | ค่าอากรแสตมป์ |
|---|---|
| มอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวหรือหลายคน กระทำการครั้งเดียว | 10 บาท |
| มอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวหรือหลายคน ร่วมกันกระทำการมากกว่าครั้งเดียว | 30 บาท |
| มอบอำนาจให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียว โดยให้บุคคลหลายคน ต่างคนต่างกระทำกิจการแยกกันได้ | 30 บาท ต่อผู้รับมอบอำนาจหนึ่งคน |
อัตรา 10 บาท ไม่ได้ขึ้นกับว่ามอบให้กี่คน แต่ขึ้นกับว่าให้ไป ทำกี่เรื่อง มอบอำนาจให้สามคนไปทำเรื่องเดียวร่วมกัน ก็ยังเป็น 10 บาท ส่วน 30 บาทต่อคน ใช้เฉพาะกรณีที่ให้แต่ละคนแยกกันไปทำเองได้
ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 103 การขีดฆ่าคือการลงลายมือชื่อหรือชื่อห้างร้านบนแสตมป์ หรือขีดเส้นคร่อมฆ่าแสตมป์ให้พาดผ่านลงมาบนกระดาษ แล้วเขียนวัน เดือน ปีที่ขีดฆ่ากำกับไว้ด้วย
ถ้าติดแสตมป์แล้วไม่ขีดฆ่า ถือว่ายังไม่ได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ เท่ากับยังไม่ได้เสียอากร และควรทำตั้งแต่ตอนลงลายมือชื่อ ไม่ใช่ค่อยไปทำทีหลัง
คนละคนกัน ผู้มอบอำนาจเป็นฝ่ายเสียค่าอากร ส่วนคนที่ต้องขีดฆ่าคือผู้รับมอบอำนาจ ตรงนี้เป็นคนละหน้าที่และคนละคน
ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 ตราสารที่ไม่ได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ ทั้งต้นฉบับ คู่ฉบับ และสำเนา จนกว่าจะเสียอากรให้ครบและขีดฆ่าเรียบร้อย นี่คือความเสี่ยงที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การถูกปฏิเสธที่เคาน์เตอร์
เจ้าหน้าที่ได้รับคำสั่งไม่ให้รับ ตามมาตรา 119 ในกรณีที่เป็นเรื่องที่เจ้าพนักงานต้องลงนาม รับรอง เป็นพยาน หรือจดทะเบียนให้ เจ้าพนักงานถูกห้ามไม่ให้ดำเนินการจนกว่าจะเสียอากรครบและขีดฆ่าแล้ว การที่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธ คือการทำตามกฎหมาย ส่วนการที่เจ้าหน้าที่รับไว้ ไม่ได้แปลว่าเอกสารของเราถูกต้องแล้ว
ถ้าเสียอากรช้า ตามมาตรา 113 หากนำตราสารไปให้เจ้าพนักงานเอง ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ต้องปิดแสตมป์ เสียเฉพาะค่าอากร ไม่มีเงินเพิ่ม เกิน 15 วันแต่ไม่เกิน 90 วัน เสียเงินเพิ่มอีก 2 เท่าของค่าอากร หรือ 4 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า เกิน 90 วัน เสียเงินเพิ่มอีก 5 เท่าของค่าอากร หรือ 10 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า
ถ้าเจ้าพนักงานตรวจพบก่อน ตามมาตรา 114 กรณีไม่ได้ปิดแสตมป์เลย ต้องเสียค่าอากรและเงินเพิ่มอีก 6 เท่าของค่าอากร หรือ 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า กรณีปิดแสตมป์ไม่ครบ เสียส่วนที่ขาดและเงินเพิ่มอีก 6 เท่าของส่วนที่ขาด หรือ 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า
การเขียนวันที่ขีดฆ่าแสตมป์เป็นเท็จ มีโทษตามมาตรา 126 ปรับไม่เกิน 500 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ การย้อนวันที่เพื่อกลบว่าติดแสตมป์ช้า จึงไม่ใช่ทางแก้ แต่เป็นความผิดอีกกระทง
ในตัวลักษณะแห่งตราสาร 7 เองระบุข้อยกเว้นไว้ ที่พบบ่อยที่สุดคือ
ข้อควรระวังคือ ถ้าเอกสารฉบับเดียวกันมอบอำนาจเรื่องอื่นเพิ่มเข้าไปด้วย ข้อยกเว้นจะไม่ครอบคลุม
นอกจากนี้ตามมาตรา 121 ถ้าฝ่ายที่ต้องเสียอากรเป็นรัฐบาล เจ้าพนักงานผู้กระทำการในหน้าที่ องค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น สภากาชาดไทย วัด หรือองค์การศาสนาที่เป็นนิติบุคคล ก็ไม่ต้องเสียอากร โดยดูที่ว่าใครเป็นผู้มอบอำนาจ ดังนั้นบริษัทเอกชนที่มอบอำนาจไปติดต่อหน่วยงานราชการ ยังคงต้องเสียอากรตามปกติ
ซื้อได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา ในทางปฏิบัติหลายแห่งขายอยู่ที่จุดบริการ และเจ้าหน้าที่มักบอกจำนวนที่ต้องติดให้ด้วย แต่ไม่ใช่ทุกที่จะเหมือนกัน ควรเตรียมไปให้พร้อมดีกว่าไปเสี่ยงหน้างาน
ดวงแสตมป์ที่พบทั่วไปมีราคา 1 บาท 5 บาท และ 20 บาท การติดให้ครบ 10 บาท หรือ 30 บาท จึงมักใช้หลายดวงรวมกัน ไม่ได้มีดวงเดียวจบ ควรสอบถามที่จุดจำหน่ายอีกครั้ง เพราะราคาดวงที่มีจำหน่ายอาจเปลี่ยนแปลงได้
หนังสือมอบอำนาจที่จัดทำเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบออนไลน์ ด้วยแบบ อ.ส.9 ใช้แสตมป์ติดไม่ได้ โดยชำระก่อนหรือภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวันที่ทำตราสาร และจะถือว่าปิดแสตมป์บริบูรณ์เมื่อกรมสรรพากรออกรหัสรับรองการเสียอากรแสตมป์ให้แล้ว ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 66 ส่วนหนังสือมอบอำนาจที่เป็นกระดาษตามปกติ ยังใช้แสตมป์ติดได้เหมือนเดิม
สองคำนี้ใช้สลับกันบ่อยมากจนหลายคนคิดว่าเหมือนกัน ในทางปฏิบัติมีจุดต่างที่ควรรู้
ให้อีกคนไปทำการแทนเราได้ตามเรื่องที่ระบุไว้ ผลของการกระทำผูกพันตัวเรา ใช้กับหน่วยงานราชการ ธนาคาร และเอกชนทั่วไป เป็นคำที่พบมากที่สุดและเป็นแบบฟอร์มในหน้านี้
พบมากในการให้คนอื่นเข้าประชุมและออกเสียงแทน เช่น ประชุมผู้ถือหุ้น หรือประชุมนิติบุคคลอาคารชุด และบางหน่วยงานใช้คำนี้กับแบบฟอร์มของตนเอง เช่น ธนาคารบางแห่ง
วิธีตัดสินใจที่ง่ายที่สุดคือ ดูว่าหน่วยงานปลายทางเรียกเอกสารนี้ว่าอะไร ถ้าเขาให้แบบฟอร์มมา ให้ใช้ของเขา ถ้าไม่มีให้ ใช้หนังสือมอบอำนาจแบบทั่วไปได้
หลายหน่วยงานมีแบบฟอร์มมอบอำนาจของตัวเองและมักขอให้ใช้ของเขา ถ้าปลายทางมีแบบฟอร์มเฉพาะ ให้ใช้ของหน่วยงานนั้นก่อนเสมอ
ไม่ว่าจะใช้แบบฟอร์มของหน่วยงานใด เรื่องอากรแสตมป์ยังคงใช้หลักเกณฑ์เดียวกันตามที่อธิบายไว้ด้านบน
ดูแบบฟอร์มอื่นที่ใช้บ่อยได้ที่รวมแบบฟอร์มที่ใช้บ่อย และเครื่องมือฟรีอื่นๆ ที่เครื่องมือสำหรับเจ้าของกิจการ
บริษัทเซ็นชื่อเองไม่ได้ ต้องมีคนเซ็นแทน คนที่เซ็นต้องเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ตามที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองบริษัท และถ้าหนังสือรับรองกำหนดให้กรรมการสองคนลงนามร่วมกัน ก็ต้องเซ็นครบสองคน มิฉะนั้นเอกสารจะไม่ผูกพันบริษัท
วิธีเขียนชื่อผู้มอบอำนาจที่ถูกต้องคือ บริษัท ... จำกัด โดยนาย ... แล้วตามด้วยชื่อกรรมการ ส่วนในวงเล็บใต้ลายมือชื่อ ให้ใส่ชื่อของกรรมการที่เซ็น
กรรมการไม่มีเวลาไปเอง จึงมอบอำนาจให้พนักงานหรือให้ผู้ทำบัญชีไปแทน ตัวอย่างที่พบบ่อยคือการขอคัดสำเนาแบบแสดงรายการภาษีที่เคยยื่นไว้กับกรมสรรพากร ซึ่งมักต้องใช้ตอนปิดงบการเงินประจำปี เมื่อเอกสารเดิมหายหรือไม่ครบ
กรณีที่หนักกว่านั้นคือผู้ทำบัญชีคนเดิมติดต่อไม่ได้และเอกสารทั้งหมดอยู่กับเขา เรื่องนี้เขียนไว้แล้วที่ทำอย่างไรเมื่อสำนักงานบัญชีทิ้งงาน ซึ่งขั้นตอนแรกมักเริ่มจากการขอสำเนาเอกสารที่เคยยื่นไว้กลับคืนมา
หนังสือรับรองบริษัทฉบับล่าสุด สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการผู้ลงนาม และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ หลายหน่วยงานกำหนดด้วยว่าหนังสือรับรองต้องออกมาไม่เกินกี่เดือน ซึ่งแต่ละแห่งไม่เท่ากัน ควรโทรถามปลายทางก่อนไปทุกครั้ง ดูเบอร์ติดต่อได้ที่รวมเบอร์โทรกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ถ้ายังไม่ได้จดทะเบียน ดูรายละเอียดได้ที่จดทะเบียนบริษัท หรือจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด และถ้าไม่อยากดูแลเอกสารพวกนี้เอง บริการทำบัญชีรายเดือน ดูแลให้ตั้งแต่ต้นจนจบ
เอกสารที่กรอกไม่ครบหรือติดอากรแสตมป์ไม่ถูก มักจบลงที่การเสียเที่ยว Simple Balance ดูแลบัญชีและภาษีให้ธุรกิจทั่วประเทศ งานเอกสารกับกรมสรรพากรและกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เราจัดการให้ตั้งแต่ต้นจนจบ
ปรึกษาฟรี ดูบริการทั้งหมดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เนื้อหาหน้านี้ใช้เพื่อความเข้าใจทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเป็นรายกรณี หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกรณีของท่านโดยเฉพาะ ควรสอบถามสำนักงานสรรพากรพื้นที่ หรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพ
มอบอำนาจให้กระทำการครั้งเดียว ติดอากรแสตมป์ 10 บาท มอบอำนาจให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียว ติด 30 บาท และถ้ามอบให้หลายคนโดยต่างคนต่างแยกกันไปทำได้ ให้คิด 30 บาทต่อผู้รับมอบอำนาจหนึ่งคน
อัตรานี้มาจากบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร 7 ของกรมสรรพากร ข้อสังเกตคือ อัตรา 10 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนเรื่องที่ให้ไปทำ ไม่ใช่จำนวนคนที่มอบอำนาจให้
ตราสารที่ไม่ได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ ทั้งต้นฉบับ คู่ฉบับ และสำเนา จนกว่าจะเสียอากรให้ครบและขีดฆ่าเรียบร้อย ตามมาตรา 118
นอกจากนี้ ในเรื่องที่เจ้าพนักงานต้องลงนาม รับรอง เป็นพยาน หรือจดทะเบียนให้ เจ้าพนักงานถูกห้ามไม่ให้ดำเนินการจนกว่าจะเสียอากรครบตามมาตรา 119 การที่เจ้าหน้าที่รับเอกสารไว้ ไม่ได้แปลว่าเอกสารถูกต้องแล้ว
ผู้มอบอำนาจเป็นผู้เสียค่าอากร ส่วนผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้ขีดฆ่าแสตมป์ เป็นคนละหน้าที่และคนละคน
การขีดฆ่าคือการลงลายมือชื่อหรือชื่อห้างร้านบนแสตมป์ หรือขีดเส้นคร่อมฆ่าแสตมป์ ให้พาดผ่านลงมาบนกระดาษ แล้วเขียนวัน เดือน ปีกำกับไว้ ถ้าติดแสตมป์แล้วไม่ขีดฆ่า ถือว่ายังไม่ได้เสียอากร
ใบมอบอำนาจให้รับเงินหรือสิ่งของแทน ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ ข้อยกเว้นนี้เขียนอยู่ในลักษณะแห่งตราสาร 7 เอง และเป็นข้อที่คนมองข้ามบ่อยที่สุด
ข้อควรระวังคือ ถ้าเอกสารฉบับเดียวกันมอบอำนาจเรื่องอื่นเพิ่มเข้าไปด้วย ไม่ได้มีเฉพาะการรับเงินหรือรับของ ข้อยกเว้นจะไม่ครอบคลุม
หนังสือมอบอำนาจใช้ได้กว้าง คือให้อีกคนไปทำการแทนเราตามเรื่องที่ระบุไว้ ส่วนหนังสือมอบฉันทะพบมากในการให้คนอื่นเข้าประชุมและออกเสียงแทน เช่น ประชุมผู้ถือหุ้น หรือประชุมนิติบุคคลอาคารชุด และบางหน่วยงานใช้คำนี้กับแบบฟอร์มของตนเอง
วิธีตัดสินใจที่ง่ายที่สุดคือดูว่าหน่วยงานปลายทางเรียกเอกสารนี้ว่าอะไร ถ้าเขามีแบบฟอร์มให้ ใช้ของเขา
เขียนว่า บริษัท ... จำกัด โดยนาย ... แล้วตามด้วยชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม เพราะบริษัทเซ็นชื่อเองไม่ได้ ต้องมีคนเซ็นแทน
คนที่เซ็นต้องเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองบริษัท และถ้าหนังสือรับรองกำหนดให้กรรมการสองคนลงนามร่วมกัน ก็ต้องเซ็นครบสองคน ส่วนชื่อในวงเล็บใต้ลายมือชื่อ ให้ใส่ชื่อกรรมการที่เซ็น ไม่ใช่ชื่อบริษัท
แบบฟอร์มมาตรฐานมีช่องพยานไว้สองช่อง แนะนำให้มีพยานลงลายมือชื่อให้ครบ เพราะช่วยยืนยันได้ว่ามีการลงลายมือชื่อกันจริง
ควรให้พยานเซ็นในตอนที่ทั้งสองฝ่ายเซ็นจริง ไม่ใช่ตามไปเซ็นทีหลัง
เพราะช่องกรอกในไฟล์นั้นถูกตั้งค่าให้ใช้ตัวอักษรชุดภาษาอังกฤษ ซึ่งไม่มีที่สำหรับตัวอักษรไทย และฟอนต์ที่ระบุไว้ก็ไม่ได้ฝังมาในไฟล์ เมื่อเปิดในเบราว์เซอร์จึงพิมพ์ไทยลงในช่องไม่ได้ พิมพ์ได้แต่ภาษาอังกฤษ
ส่วนตัวหนังสือภาษาไทยที่เห็นบนแบบฟอร์มเป็นข้อความที่พิมพ์มาแล้ว คนละส่วนกับช่องที่เรากรอก เครื่องมือด้านบนของหน้านี้แก้ปัญหานี้โดยฝังฟอนต์ไทยลงในไฟล์ให้เอง จึงพิมพ์ไทยได้ตามปกติ
ในทางปฏิบัติ หลายหน่วยงานขอเอกสารที่ลงวันที่ไม่นานเกินไป และบางแห่งกำหนดของตนเองไว้ ควรสอบถามหน่วยงานปลายทางก่อน
ถ้าต้องการจำกัดขอบเขตด้วยตนเอง สามารถเขียนกำกับไว้ในช่องเรื่องที่มอบอำนาจได้เลย เช่น ระบุว่าให้ดำเนินการเฉพาะเรื่องนั้น หรือระบุช่วงเวลาที่ให้ใช้เอกสารฉบับนี้ ซึ่งปลอดภัยกว่าการเขียนกว้างไว้
ถ้าหน่วยงานปลายทางมีแบบฟอร์มของตนเอง ให้ใช้ของเขาก่อนเสมอ เช่น กรมที่ดิน กรมการขนส่งทางบก และธนาคารแต่ละแห่ง มักมีแบบฟอร์มเฉพาะ
ถ้าไม่มีแบบฟอร์มเฉพาะ ใช้หนังสือมอบอำนาจแบบทั่วไปได้ ขอเพียงมีข้อมูลครบทั้งสองฝ่าย ระบุเรื่องที่มอบอำนาจให้ชัดเจน มีลายมือชื่อและพยาน และติดอากรแสตมป์ให้ถูกต้อง