หนี้สิน (Liabilities) คือเงินที่ธุรกิจของคุณติดค้างคนอื่นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อธนาคาร ค่าสินค้าที่ยังไม่ได้จ่ายซัพพลายเออร์ หรือภาษีที่ค้างอยู่ หนี้สินทุกรายการจะแสดงอยู่ในงบดุลของธุรกิจ และส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพทางการเงินของกิจการ
- หนี้สิน คือภาระผูกพันทางการเงินที่ธุรกิจต้องจ่ายคืนในอนาคต
- แบ่งเป็น 2 ประเภท: หนี้สินหมุนเวียน (จ่ายภายใน 1 ปี) และหนี้สินไม่หมุนเวียน (จ่ายเกิน 1 ปี)
- แสดงในงบดุลฝั่งขวา ตามสมการบัญชี: สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ
- ตัวอย่างที่พบบ่อยในธุรกิจ SME: เจ้าหนี้การค้า เงินกู้ธนาคาร ภาษีค้างจ่าย
- หนี้สินไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป — กู้มาลงทุนแล้วสร้างรายได้มากกว่าดอกเบี้ยก็ถือว่าคุ้ม
หนี้สินในทางบัญชี หมายถึงอะไร
หนี้สินในทางบัญชี หมายถึง ภาระผูกพันในปัจจุบันของกิจการที่เกิดจากเหตุการณ์ในอดีต ซึ่งคาดว่าการชำระภาระผูกพันนั้นจะทำให้กิจการสูญเสียทรัพยากรที่มีประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ (ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน NPAEs — มาตรฐานบัญชีสำหรับ SME ที่ไม่ใช่บริษัทมหาชน)
พูดง่ายๆ คือเงินที่ธุรกิจคุณเป็นหนี้คนอื่นอยู่ตอนนี้ แล้วต้องใช้คืนในอนาคต
หนี้สินเป็น 1 ใน 3 องค์ประกอบหลักของงบดุล ตามสมการบัญชี:
สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ (ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 กิจการต้องจัดทำงบการเงินที่แสดงองค์ประกอบทั้ง 3 ส่วนนี้)
ถ้าร้านอาหารของคุณมีสินทรัพย์รวม 2 ล้านบาท และมีหนี้สิน 800,000 บาท แปลว่าส่วนของเจ้าของเท่ากับ 1.2 ล้านบาท — นี่คือเงินที่เป็นของคุณจริงๆ หลังหักหนี้ทั้งหมดแล้ว
หนี้สินแบ่งเป็นกี่ประเภท
หนี้สินแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ตามระยะเวลาที่ต้องชำระคืน (ตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ. 2566):
| หนี้สินหมุนเวียน | หนี้สินไม่หมุนเวียน | |
|---|---|---|
| ระยะเวลา | ต้องจ่ายภายใน 12 เดือน | จ่ายเกิน 12 เดือน |
| ตัวอย่าง | เจ้าหนี้การค้า, ภาษีค้างจ่าย, เงินกู้ระยะสั้น, รายได้รับล่วงหน้า | เงินกู้ระยะยาว, สัญญาเช่าการเงิน, หุ้นกู้ |
| ผลต่อธุรกิจ | ต้องมีเงินสดพร้อมจ่ายตลอด | วางแผนผ่อนระยะยาวได้ |
| แสดงในงบดุล | หมวดหนี้สินหมุนเวียน | หมวดหนี้สินไม่หมุนเวียน |
หนี้สินหมุนเวียน
หนี้สินหมุนเวียนคือหนี้ที่ธุรกิจต้องจ่ายภายใน 1 ปี หรือภายในรอบระยะเวลาบัญชีปกติ ตัวอย่างที่พบบ่อยในธุรกิจ SME:
- เจ้าหนี้การค้า — ค่าสินค้าหรือวัตถุดิบที่ซื้อมาแล้วแต่ยังไม่ได้จ่ายเงิน เช่น ร้านอาหารสั่งวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์ เครดิต 30 วัน เดือนละ 150,000 บาท
- ภาษีค้างจ่าย — ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT — ภาษีที่เก็บจากการซื้อขายสินค้าและบริการ อัตรา 7%) ที่เก็บจากลูกค้าแล้วยังไม่ได้นำส่งกรมสรรพากร หรือภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ยังไม่ได้ยื่น (ต้องนำส่งภายในวันที่ 7 หรือ 15 ของเดือนถัดไป ตามประมวลรัษฎากร)
- เงินกู้ระยะสั้น — วงเงินเบิกเกินบัญชี (O/D) หรือสินเชื่อที่ครบกำหนดภายใน 1 ปี
- รายได้รับล่วงหน้า — เงินที่ลูกค้าจ่ายล่วงหน้าแต่คุณยังไม่ได้ส่งมอบสินค้าหรือบริการ เช่น ค่าเรียนที่เก็บล่วงหน้า 3 เดือน
หนี้สินไม่หมุนเวียน
หนี้สินไม่หมุนเวียนคือหนี้ที่มีกำหนดชำระเกิน 1 ปี ตัวอย่าง:
- เงินกู้ระยะยาว — กู้ธนาคารซื้ออาคาร กู้ 5 ล้านบาท ดอกเบี้ย 6% ผ่อน 10 ปี จ่ายดอกเบี้ยรวมประมาณ 1.7 ล้านบาท
- สัญญาเช่าการเงิน — เช่าเครื่องจักรหรืออุปกรณ์แบบผ่อนจ่ายระยะยาว (ตาม TFRS 16 — มาตรฐานบัญชีเรื่องสัญญาเช่า ซึ่งไม่บังคับใช้กับ NPAEs (SME ใช้บทที่ 14 ของ TFRS for NPAEs แทน))
- หุ้นกู้ — ตราสารหนี้ที่บริษัทออกขายเพื่อระดมทุน ส่วนมากพบในบริษัทขนาดใหญ่
สิ่งที่ต้องระวัง: ส่วนของเงินกู้ระยะยาวที่ครบกำหนดชำระภายใน 12 เดือนข้างหน้า ต้องย้ายมาแสดงเป็นหนี้สินหมุนเวียน เช่น กู้ 5 ล้านบาท ผ่อนปีละ 500,000 บาท — ค่างวดที่ต้องจ่ายภายในปีหน้าคือหนี้สินหมุนเวียน ส่วนที่เหลือคือหนี้สินไม่หมุนเวียน
ตัวอย่างหนี้สินในงบดุลของธุรกิจ SME
สมมติบริษัทรับเหมาก่อสร้างมีรายได้ 10 ล้านบาทต่อปี งบดุล ณ สิ้นรอบบัญชี อาจแสดงหนี้สินดังนี้:
หนี้สินหมุนเวียน:
- เจ้าหนี้การค้า (ค่าวัสดุก่อสร้าง): 800,000 บาท
- ภาษีมูลค่าเพิ่มค้างจ่าย: 120,000 บาท
- เงินกู้ระยะสั้น (O/D): 500,000 บาท
- ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย (เงินเดือนพนักงาน ค่าประกันสังคม): 200,000 บาท
- รวมหนี้สินหมุนเวียน: 1,620,000 บาท
หนี้สินไม่หมุนเวียน:
- เงินกู้ธนาคาร (ซื้อรถบรรทุก): 1,200,000 บาท
- สัญญาเช่าการเงิน (เครน): 800,000 บาท
- รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน: 2,000,000 บาท
รวมหนี้สินทั้งหมด: 3,620,000 บาท
ถ้าบริษัทนี้มีสินทรัพย์รวม 8 ล้านบาท แปลว่าอัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ (D/A Ratio — คืออัตราส่วนที่เอาหนี้สินทั้งหมดหารด้วยสินทรัพย์ทั้งหมด) เท่ากับ 45.25% ซึ่งถือว่าอยู่ในค่าเฉลี่ยสำหรับธุรกิจรับเหมา
หนี้สินแสดงในงบดุลตรงไหน
หนี้สินแสดงอยู่ในงบดุลฝั่งขวา (หรือส่วนล่าง ถ้าใช้รูปแบบแนวตั้ง) ตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD — กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หน่วยงานที่ดูแลเรื่องจดทะเบียนบริษัทและงบการเงิน) พ.ศ. 2566 รายการย่อที่ต้องแสดงในหมวดหนี้สิน ได้แก่:
- เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน
- เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น
- เงินกู้ยืมระยะสั้น
- ส่วนของเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี
- ภาษีเงินได้ค้างจ่าย
- หนี้สินหมุนเวียนอื่น
- เงินกู้ยืมระยะยาว
- หนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น
เมื่อต้องปิดงบการเงิน นักบัญชีต้องตรวจสอบหนี้สินทุกรายการว่ายอดตรงกับเอกสารจริง ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการปิดงบการเงินประจำปี
ข้อควรระวังเรื่องหนี้สินสำหรับเจ้าของธุรกิจ
1. หนี้สินที่อาจเกิดขึ้น (Contingent Liabilities — หนี้ที่ยังไม่แน่นอนว่าจะต้องจ่ายหรือไม่)
หนี้บางรายการไม่ได้แสดงในงบดุลโดยตรง แต่ต้องเปิดเผยในหมายเหตุประกอบงบการเงิน เช่น คดีฟ้องร้องที่ยังไม่สิ้นสุด หรือการค้ำประกันเงินกู้ให้บุคคลอื่น (ตามบทที่ 16 ของ TFRS for NPAEs เรื่อง ประมาณการหนี้สิน หนี้สินที่อาจเกิดขึ้น และสินทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้น (หลักการเดียวกับ TAS 37 สำหรับบริษัทมหาชน))
2. หนี้สินไม่เท่ากับค่าใช้จ่าย
เจ้าของธุรกิจหลายคนสับสนระหว่างหนี้สินกับค่าใช้จ่าย หนี้สินคือเงินที่ยังค้างจ่ายอยู่ แสดงในงบดุล ส่วนค่าใช้จ่ายคือเงินที่ใช้ไปแล้วในรอบบัญชีนั้น แสดงในงบกำไรขาดทุน เช่น ค่าเช่าออฟฟิศเดือนธันวาคมที่จ่ายแล้วคือค่าใช้จ่าย แต่ค่าเช่าเดือนธันวาคมที่ยังไม่ได้จ่ายคือค่าใช้จ่ายค้างจ่าย ซึ่งนับเป็นหนี้สิน
3. อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio — คืออัตราส่วนที่เอาหนี้สินทั้งหมดหารด้วยส่วนของเจ้าของ)
ยิ่งตัวเลขสูงมากเท่าไหร่ แปลว่าธุรกิจพึ่งเงินกู้เยอะ โดยทั่วไป D/E Ratio ไม่ควรเกิน 2:1 สำหรับธุรกิจ SME (KBank) ถ้าเกินกว่านี้ ธนาคารมีโอกาสไม่อนุมัติสินเชื่อเพิ่ม
4. การจัดลำดับการจ่ายหนี้
จ่ายหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงก่อน และรักษาเงินสดให้เพียงพอจ่ายหนี้สินหมุนเวียน ถ้าสินทรัพย์หมุนเวียนน้อยกว่าหนี้สินหมุนเวียน (Current Ratio — อัตราส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนหารด้วยหนี้สินหมุนเวียน ถ้าต่ำกว่า 1) แปลว่าธุรกิจอาจมีปัญหาสภาพคล่อง
หนี้สินของธุรกิจจะถูกตรวจสอบทุกปีตอนปิดงบการเงิน ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าหนี้สินในงบดุลถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ สามารถปรึกษานักบัญชีได้
ปิดงบครั้งแรก ไม่รู้จะเริ่มยังไง → ปรึกษาฟรีผ่าน Messenger
โทรปรึกษา: 092-853-5600
ดูรีวิวจากลูกค้าของเรา → Google Business Profile
ติดตาม Simple Balance → Facebook Page






