ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (Allowance for Doubtful Accounts) คือเงินสำรองที่บริษัทตั้งหักจากลูกหนี้การค้า สำหรับลูกหนี้ที่คาดว่าจะเก็บเงินไม่ได้ในอนาคต ตัวเลขลูกหนี้สุทธิในงบการเงินจะเท่ากับยอดลูกหนี้รวม หักด้วยค่าเผื่อนี้ ทำให้สะท้อนมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับจริง ไม่แสดงตัวเลขสูงเกินจริง เป็นไปตามหลักความระมัดระวัง (Prudence Concept) ของมาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (NPAEs — มาตรฐานบัญชีสำหรับ SME ไทย)
- ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ คือเงินสำรองหักจากลูกหนี้การค้า สำหรับหนี้ที่คาดว่าจะเก็บไม่ได้
- เป็นบัญชีปรับมูลค่า (Contra Asset) แสดงในงบฐานะการเงิน ภายใต้สินทรัพย์หมุนเวียน
- คู่บัญชี Dr. หนี้สงสัยจะสูญ (ค่าใช้จ่าย) / Cr. ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
- คำนวณได้ 3 วิธี: % ยอดขายเชื่อ, % ลูกหนี้คงเหลือ, วิเคราะห์อายุลูกหนี้ (Aging)
- บริษัทมหาชนที่ใช้ TFRS 9 ต้องใช้ ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) แทน
ความหมายของค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นบัญชีปรับมูลค่า (Contra Asset) ที่อยู่คู่กับลูกหนี้การค้าในงบฐานะการเงิน หน้าที่คือปรับยอดลูกหนี้ให้ต่ำลง เพื่อให้ใกล้เคียงมูลค่าที่คาดว่าจะเก็บเงินได้ตามความเป็นจริง
ในแง่ประเภทบัญชี ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจัดอยู่ในหมวดสินทรัพย์ แต่มียอดคงเหลือด้านเครดิต (ตรงข้ามกับสินทรัพย์ทั่วไปที่มียอดด้านเดบิต) เพราะทำหน้าที่หักออกจากลูกหนี้การค้าซึ่งเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน
ต่างจาก “หนี้สูญ” อย่างไร — หนี้สูญ (Bad Debt Write-off) คือการตัดลูกหนี้ออกเมื่อยืนยันแล้วว่าจะไม่สามารถเก็บเงินได้ ส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นการประมาณการล่วงหน้า ยังไม่ได้ตัดลูกหนี้ออกจากบัญชี สองคำนี้เป็นคนละรายการ อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
ทำไมต้องตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
การตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นข้อกำหนดทางบัญชีด้วยเหตุผล 3 ข้อ
- ทำให้งบการเงินสะท้อนความจริง — ถ้าบริษัทแสดงลูกหนี้ 10 ล้านบาท ทั้งที่รู้ว่าจริง ๆ เก็บได้แค่ 9 ล้าน งบดุลจะเกินจริงไป 1 ล้าน ธนาคารหรือนักลงทุนที่ใช้งบการเงินตัดสินใจจะได้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
- บันทึกค่าใช้จ่ายให้ตรงกับรายได้ (Matching Principle) — ยอดขายเชื่อที่เกิดในงวดนี้ ความเสี่ยงหนี้เก็บไม่ได้ก็ต้องบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในงวดเดียวกัน อย่ารอบันทึกในอีก 2 ปีข้างหน้า
- เป็นข้อกำหนดตามมาตรฐานบัญชี — มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับ NPAEs (TFRS for NPAEs ฉบับปรับปรุง 2565) มีผลรอบบัญชีเริ่ม 1 ม.ค. 2566 กำหนดให้กิจการต้องประเมินและตั้งค่าเผื่อสำหรับลูกหนี้ที่คาดว่าจะเก็บไม่ได้ ณ ทุกวันสิ้นงวดบัญชี
ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ อยู่ไหนในงบการเงิน
ในงบฐานะการเงิน (Balance Sheet) แสดงอยู่ฝั่งสินทรัพย์ ในหมวดสินทรัพย์หมุนเวียน โดยเขียนเป็นตัวเลขในวงเล็บใต้ลูกหนี้การค้า
| รายการ | จำนวน (บาท) |
|---|---|
| ลูกหนี้การค้า | 5,000,000 |
| หัก: ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ | (250,000) |
| ลูกหนี้การค้าสุทธิ | 4,750,000 |
ในงบกำไรขาดทุน (Income Statement) บัญชีคู่คือ “หนี้สงสัยจะสูญ” (Bad Debt Expense) แสดงเป็นค่าใช้จ่ายในหมวดค่าใช้จ่ายในการบริหาร ตามรูปแบบรายการย่อที่ DBD กำหนดในประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ. 2566
วิธีคำนวณค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
1. ร้อยละของยอดขายเชื่อ (% of Credit Sales)
คูณยอดขายเชื่อด้วยอัตราร้อยละที่อิงจากประวัติหนี้สูญในอดีต
ตัวอย่าง ธุรกิจค้าส่งมียอดขายเชื่อปีนี้ 20 ล้านบาท ประวัติหนี้สูญเฉลี่ย 2% → ตั้งค่าเผื่อฯ เพิ่ม 400,000 บาท
เหมาะกับธุรกิจที่มีประวัติหนี้สูญสม่ำเสมอปีต่อปี
2. ร้อยละของลูกหนี้คงเหลือ (% of Accounts Receivable)
คูณยอดลูกหนี้คงเหลือ ณ วันสิ้นงวดด้วยอัตราร้อยละ ได้ยอดค่าเผื่อฯ ที่ “ต้องมี” แล้วปรับจากยอดปัจจุบัน
ตัวอย่าง ลูกหนี้คงเหลือ 5 ล้านบาท อัตรา 5% → ค่าเผื่อฯ ต้องเท่ากับ 250,000 บาท ถ้าปัจจุบันมีอยู่แล้ว 150,000 บาท → ตั้งเพิ่มอีก 100,000 บาท
3. การวิเคราะห์อายุลูกหนี้ (Aging Analysis)
แบ่งลูกหนี้ตามอายุหนี้ และใช้อัตราสูญที่ต่างกันในแต่ละกลุ่ม จะเป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด
| อายุหนี้ | ยอด (บาท) | อัตราสูญ | ค่าเผื่อ (บาท) |
|---|---|---|---|
| ไม่เกิน 30 วัน | 3,000,000 | 1% | 30,000 |
| 31-60 วัน | 1,200,000 | 3% | 36,000 |
| 61-90 วัน | 500,000 | 10% | 50,000 |
| เกิน 90 วัน | 300,000 | 50% | 150,000 |
| รวม | 5,000,000 | 266,000 |
เหมาะกับธุรกิจที่ลูกค้ามีระยะเวลาชำระต่างกันชัดเจน เช่น ร้านวัสดุก่อสร้าง โรงงานผลิต คลินิกความงามที่ให้เครดิตลูกค้าองค์กร
4. พิจารณาลูกหนี้ทีละราย (Individual Analysis)
วิเคราะห์ลูกหนี้ทีละราย ประเมินความสามารถชำระจากข้อมูลจริงของลูกค้าแต่ละราย เช่น สถานะธุรกิจ ประวัติการชำระ สถานะคดีฟ้องร้อง
TFRS for NPAEs ระบุวิธีนี้เป็นหนึ่งในวิธีที่ยอมรับได้ เหมาะกับธุรกิจที่มีลูกหนี้จำนวนไม่มากรายแต่ยอดต่อรายสูง เช่น ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ที่ปรึกษา คลินิกเฉพาะทาง
ตัวอย่างการบันทึกบัญชี
ตอนตั้งค่าเผื่อฯ ปลายปี: ร้านค้าออนไลน์แห่งหนึ่งคำนวณว่าต้องตั้งค่าเผื่อฯ เพิ่ม 200,000 บาท
- Dr. หนี้สงสัยจะสูญ (ค่าใช้จ่าย) 200,000
- Cr. ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 200,000
ตอนตัดเป็นหนี้สูญจริง: ภายหลัง ลูกหนี้รายหนึ่งยืนยันแล้วว่าเก็บไม่ได้ 80,000 บาท
- Dr. ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 80,000
- Cr. ลูกหนี้การค้า 80,000
หากลูกหนี้กลับมาจ่ายภายหลัง:
- Dr. เงินสด/ธนาคาร 80,000
- Cr. ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 80,000 (หรือบันทึกเป็นรายได้อื่น)
ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ กับ ECL ต่างกันอย่างไร
| หัวข้อ | ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ | ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) |
|---|---|---|
| มาตรฐานที่ใช้ | TFRS for NPAEs (ฉบับปรับปรุง 2565) | TFRS 9 |
| ใช้กับ | SME ทั่วไป (NPAEs) | บริษัทมหาชน (PAEs) |
| แนวคิด | ประมาณจากประสบการณ์ในอดีต | รวม Forward-looking Information |
| วิธีคำนวณ | 3 วิธีข้างต้น | Simplified Model / General Model |
| จุดรับรู้ | เมื่อมีหลักฐานว่าจะเก็บไม่ได้ | รับรู้ตั้งแต่วันแรกที่เกิดลูกหนี้ |
ถ้าบริษัทของคุณเป็น SME มาตรฐาน NPAEs ใช้ “ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ” ได้ตามปกติ ไม่ต้องเปลี่ยนเป็น ECL แต่ถ้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือเลือกใช้ TFRS เต็มชุด ต้องเปลี่ยนไปใช้ ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) แทน
กฎภาษีที่ต้องรู้
ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็น “ค่าใช้จ่ายทางบัญชี” แต่ ไม่เป็นรายจ่ายทางภาษี โดยอัตโนมัติ
ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (9) กิจการจะนำหนี้สูญไปหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ต่อเมื่อตัดเป็นหนี้สูญจริง และต้องเข้าเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534) และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ปัจจุบันถูกแก้ไขโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 374 พ.ศ. 2564)
ผลคือ ปลายปีตอนตั้งค่าเผื่อฯ ไว้ ทางบัญชีบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายแล้ว แต่ตอนคำนวณภาษีต้อง “บวกกลับ” เพิ่มในกำไรสุทธิเพื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ทำให้เกิดผลแตกต่างชั่วคราวระหว่างกำไรทางบัญชีกับกำไรทางภาษี ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ตอนยื่น ภ.ง.ด.50 ต้องทำรายการปรับกระทบยอด
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ตั้งค่าเผื่อฯ น้อยเกินไปเพื่อให้กำไรดูดี — ภายหลังกลายเป็น การขาดทุนที่เหนือความคาดหมายก้อนใหญ่ตอนตัดหนี้สูญจริง กระทบกำไรปีนั้นทันที
- ตั้งครั้งเดียวแล้วลืมทบทวน — ต้องประเมินใหม่ทุกรอบปี ปรับตามอายุลูกหนี้และสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน
- ผสมกับหนี้สูญ — หนี้สูญคือการตัดลูกหนี้ออกจริง ค่าเผื่อฯ คือการประมาณการ คนละรายการกัน บัญชีที่บันทึกก็คนละตัว
- ลืมบวกกลับตอนคำนวณภาษี — ทำให้ยื่น ภ.ง.ด.50 ผิด เสี่ยงโดนสรรพากรประเมินพร้อมเบี้ยปรับเพิ่ม
อยากตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญให้ถูกต้องทั้งทางบัญชีและภาษี ให้ ซิมเปิล บาลานซ์ ดูแลการปิดงบปลายปีของคุณ → ปรึกษาฟรีผ่าน Messenger m.me/simplebalanceaccounting
โทรปรึกษา: 092-853-5600
ดูรีวิวจากลูกค้าของเรา → Google Business Profile
ติดตาม Simple Balance → Facebook Page






