ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (Allowance for Doubtful Accounts) คือเงินสำรองที่บริษัทตั้งหักจากลูกหนี้การค้า สำหรับลูกหนี้ที่คาดว่าจะเก็บเงินไม่ได้ในอนาคต ตัวเลขลูกหนี้สุทธิในงบการเงินจะเท่ากับยอดลูกหนี้รวม หักด้วยค่าเผื่อนี้ ทำให้สะท้อนมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับจริง ไม่แสดงตัวเลขสูงเกินจริง เป็นไปตามหลักความระมัดระวัง (Prudence Concept) ของมาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (NPAEs — มาตรฐานบัญชีสำหรับ SME ไทย)

ความหมายของค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ

ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นบัญชีปรับมูลค่า (Contra Asset) ที่อยู่คู่กับลูกหนี้การค้าในงบฐานะการเงิน หน้าที่คือปรับยอดลูกหนี้ให้ต่ำลง เพื่อให้ใกล้เคียงมูลค่าที่คาดว่าจะเก็บเงินได้ตามความเป็นจริง

ในแง่ประเภทบัญชี ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจัดอยู่ในหมวดสินทรัพย์ แต่มียอดคงเหลือด้านเครดิต (ตรงข้ามกับสินทรัพย์ทั่วไปที่มียอดด้านเดบิต) เพราะทำหน้าที่หักออกจากลูกหนี้การค้าซึ่งเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน

ต่างจาก “หนี้สูญ” อย่างไร — หนี้สูญ (Bad Debt Write-off) คือการตัดลูกหนี้ออกเมื่อยืนยันแล้วว่าจะไม่สามารถเก็บเงินได้ ส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นการประมาณการล่วงหน้า ยังไม่ได้ตัดลูกหนี้ออกจากบัญชี สองคำนี้เป็นคนละรายการ อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

ทำไมต้องตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ

การตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นข้อกำหนดทางบัญชีด้วยเหตุผล 3 ข้อ

  1. ทำให้งบการเงินสะท้อนความจริง — ถ้าบริษัทแสดงลูกหนี้ 10 ล้านบาท ทั้งที่รู้ว่าจริง ๆ เก็บได้แค่ 9 ล้าน งบดุลจะเกินจริงไป 1 ล้าน ธนาคารหรือนักลงทุนที่ใช้งบการเงินตัดสินใจจะได้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
  2. บันทึกค่าใช้จ่ายให้ตรงกับรายได้ (Matching Principle) — ยอดขายเชื่อที่เกิดในงวดนี้ ความเสี่ยงหนี้เก็บไม่ได้ก็ต้องบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในงวดเดียวกัน อย่ารอบันทึกในอีก 2 ปีข้างหน้า
  3. เป็นข้อกำหนดตามมาตรฐานบัญชี — มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับ NPAEs (TFRS for NPAEs ฉบับปรับปรุง 2565) มีผลรอบบัญชีเริ่ม 1 ม.ค. 2566 กำหนดให้กิจการต้องประเมินและตั้งค่าเผื่อสำหรับลูกหนี้ที่คาดว่าจะเก็บไม่ได้ ณ ทุกวันสิ้นงวดบัญชี

ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ อยู่ไหนในงบการเงิน

ในงบฐานะการเงิน (Balance Sheet) แสดงอยู่ฝั่งสินทรัพย์ ในหมวดสินทรัพย์หมุนเวียน โดยเขียนเป็นตัวเลขในวงเล็บใต้ลูกหนี้การค้า

รายการจำนวน (บาท)
ลูกหนี้การค้า5,000,000
หัก: ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ(250,000)
ลูกหนี้การค้าสุทธิ4,750,000

ในงบกำไรขาดทุน (Income Statement) บัญชีคู่คือ “หนี้สงสัยจะสูญ” (Bad Debt Expense) แสดงเป็นค่าใช้จ่ายในหมวดค่าใช้จ่ายในการบริหาร ตามรูปแบบรายการย่อที่ DBD กำหนดในประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ. 2566

วิธีคำนวณค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ

1. ร้อยละของยอดขายเชื่อ (% of Credit Sales)

คูณยอดขายเชื่อด้วยอัตราร้อยละที่อิงจากประวัติหนี้สูญในอดีต

ตัวอย่าง ธุรกิจค้าส่งมียอดขายเชื่อปีนี้ 20 ล้านบาท ประวัติหนี้สูญเฉลี่ย 2% → ตั้งค่าเผื่อฯ เพิ่ม 400,000 บาท

เหมาะกับธุรกิจที่มีประวัติหนี้สูญสม่ำเสมอปีต่อปี

2. ร้อยละของลูกหนี้คงเหลือ (% of Accounts Receivable)

คูณยอดลูกหนี้คงเหลือ ณ วันสิ้นงวดด้วยอัตราร้อยละ ได้ยอดค่าเผื่อฯ ที่ “ต้องมี” แล้วปรับจากยอดปัจจุบัน

ตัวอย่าง ลูกหนี้คงเหลือ 5 ล้านบาท อัตรา 5% → ค่าเผื่อฯ ต้องเท่ากับ 250,000 บาท ถ้าปัจจุบันมีอยู่แล้ว 150,000 บาท → ตั้งเพิ่มอีก 100,000 บาท

3. การวิเคราะห์อายุลูกหนี้ (Aging Analysis)

แบ่งลูกหนี้ตามอายุหนี้ และใช้อัตราสูญที่ต่างกันในแต่ละกลุ่ม จะเป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด

อายุหนี้ยอด (บาท)อัตราสูญค่าเผื่อ (บาท)
ไม่เกิน 30 วัน3,000,0001%30,000
31-60 วัน1,200,0003%36,000
61-90 วัน500,00010%50,000
เกิน 90 วัน300,00050%150,000
รวม5,000,000266,000

เหมาะกับธุรกิจที่ลูกค้ามีระยะเวลาชำระต่างกันชัดเจน เช่น ร้านวัสดุก่อสร้าง โรงงานผลิต คลินิกความงามที่ให้เครดิตลูกค้าองค์กร

4. พิจารณาลูกหนี้ทีละราย (Individual Analysis)

วิเคราะห์ลูกหนี้ทีละราย ประเมินความสามารถชำระจากข้อมูลจริงของลูกค้าแต่ละราย เช่น สถานะธุรกิจ ประวัติการชำระ สถานะคดีฟ้องร้อง

TFRS for NPAEs ระบุวิธีนี้เป็นหนึ่งในวิธีที่ยอมรับได้ เหมาะกับธุรกิจที่มีลูกหนี้จำนวนไม่มากรายแต่ยอดต่อรายสูง เช่น ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ที่ปรึกษา คลินิกเฉพาะทาง

ตัวอย่างการบันทึกบัญชี

ตอนตั้งค่าเผื่อฯ ปลายปี: ร้านค้าออนไลน์แห่งหนึ่งคำนวณว่าต้องตั้งค่าเผื่อฯ เพิ่ม 200,000 บาท

ตอนตัดเป็นหนี้สูญจริง: ภายหลัง ลูกหนี้รายหนึ่งยืนยันแล้วว่าเก็บไม่ได้ 80,000 บาท

หากลูกหนี้กลับมาจ่ายภายหลัง:

ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ กับ ECL ต่างกันอย่างไร

หัวข้อค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL)
มาตรฐานที่ใช้TFRS for NPAEs (ฉบับปรับปรุง 2565)TFRS 9
ใช้กับSME ทั่วไป (NPAEs)บริษัทมหาชน (PAEs)
แนวคิดประมาณจากประสบการณ์ในอดีตรวม Forward-looking Information
วิธีคำนวณ3 วิธีข้างต้นSimplified Model / General Model
จุดรับรู้เมื่อมีหลักฐานว่าจะเก็บไม่ได้รับรู้ตั้งแต่วันแรกที่เกิดลูกหนี้

ถ้าบริษัทของคุณเป็น SME มาตรฐาน NPAEs ใช้ “ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ” ได้ตามปกติ ไม่ต้องเปลี่ยนเป็น ECL แต่ถ้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือเลือกใช้ TFRS เต็มชุด ต้องเปลี่ยนไปใช้ ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) แทน

กฎภาษีที่ต้องรู้

ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็น “ค่าใช้จ่ายทางบัญชี” แต่ ไม่เป็นรายจ่ายทางภาษี โดยอัตโนมัติ

ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (9) กิจการจะนำหนี้สูญไปหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ต่อเมื่อตัดเป็นหนี้สูญจริง และต้องเข้าเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534) และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ปัจจุบันถูกแก้ไขโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 374 พ.ศ. 2564)

ผลคือ ปลายปีตอนตั้งค่าเผื่อฯ ไว้ ทางบัญชีบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายแล้ว แต่ตอนคำนวณภาษีต้อง “บวกกลับ” เพิ่มในกำไรสุทธิเพื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ทำให้เกิดผลแตกต่างชั่วคราวระหว่างกำไรทางบัญชีกับกำไรทางภาษี ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ตอนยื่น ภ.ง.ด.50 ต้องทำรายการปรับกระทบยอด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

อยากตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญให้ถูกต้องทั้งทางบัญชีและภาษี ให้ ซิมเปิล บาลานซ์ ดูแลการปิดงบปลายปีของคุณ → ปรึกษาฟรีผ่าน Messenger m.me/simplebalanceaccounting

โทรปรึกษา: 092-853-5600

ดูรีวิวจากลูกค้าของเรา → Google Business Profile

ติดตาม Simple Balance → Facebook Page