อัตราส่วนทางการเงิน (Financial Ratios) คือตัวเลขที่ได้จากการนำเอาข้อมูลในงบการเงินมาหารกัน เพื่อบอกว่าธุรกิจของคุณ “สุขภาพดี” แค่ไหน ไม่จำเป็นต้องเป็นนักบัญชีก็อ่านอัตราส่วนพื้นฐานได้ แค่เข้าใจว่าตัวเลขแต่ละตัวบอกอะไร ก็ช่วยตัดสินใจได้ดีขึ้นทันที
งบการเงินคือผลผลิตสุดท้ายของการปิดบัญชี (ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน NPAEs สำหรับ SME) การอ่านอัตราส่วนทางการเงินจึงเป็นขั้นตอนที่ควรทำหลังปิดงบทุกครั้ง เพราะช่วยให้เห็นว่าตัวเลขสมเหตุสมผลหรือมีจุดผิดปกติที่ต้องกลับไปตรวจสอบ
- อัตราส่วนทางการเงินคือตัวเลขที่ได้จากงบดุลและงบกำไรขาดทุน เอามาหารกันเพื่อวัดสุขภาพกิจการ
- แบ่งเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ สภาพคล่อง โครงสร้างหนี้ ความสามารถทำกำไร ประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ และมูลค่าตลาด
- SME ควรดูอย่างน้อย 3 ตัวหลัก คือ Current Ratio (สภาพคล่อง), D/E Ratio (หนี้ต่อทุน), Net Profit Margin (กำไรสุทธิ)
- นักบัญชีใช้อัตราส่วนเหล่านี้ตรวจสอบความครบถ้วนก่อนปิดงบการเงิน (ตามหนังสือ อัตราส่วนทางการเงิน เช็กก่อนปิดบัญชี)
- ธนาคารและนักลงทุนดูอัตราส่วนเหล่านี้ก่อนอนุมัติสินเชื่อหรือตัดสินใจลงทุน
อัตราส่วนทางการเงินมีกี่ประเภท
อัตราส่วนทางการเงินแบ่งเป็น 5 กลุ่มใหญ่ ตามมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลกและในตามหลักบัญชีไทย (อ้างอิง: หนังสือ “อัตราส่วนทางการเงิน เช็กก่อนปิดบัญชี” ธรรมนิติ)
| กลุ่ม | วัดอะไร | ตัวอย่างอัตราส่วนหลัก |
|---|---|---|
| 1. อัตราส่วนสภาพคล่อง (Liquidity Ratios) | ธุรกิจจ่ายหนี้ระยะสั้นได้ไหม | Current Ratio, Quick Ratio |
| 2. อัตราส่วนโครงสร้างทางการเงิน (Leverage Ratios) | พึ่งเงินกู้มากแค่ไหน | D/E Ratio, Interest Coverage |
| 3. อัตราส่วนความสามารถในการทำกำไร (Profitability Ratios) | ทำกำไรได้ดีแค่ไหน | Gross Margin, Net Profit Margin, ROA, ROE |
| 4. อัตราส่วนประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์ (Asset Management / Efficiency Ratios) | ใช้ทรัพยากรคุ้มไหม | อัตราการหมุนเวียนลูกหนี้, อัตราการหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ |
| 5. อัตราส่วนมูลค่าตลาด (Market Value Ratios) | หุ้นน่าลงทุนไหม | P/E Ratio, EPS |
เจ้าของ SME ส่วนใหญ่ใช้แค่กลุ่ม 1-4 ก็พอแล้ว กลุ่มที่ 5 เหมาะสำหรับบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์
1. อัตราส่วนสภาพคล่อง (Liquidity Ratios)
อัตราส่วนสภาพคล่องวัดว่าธุรกิจมีเงินหรือสินทรัพย์ที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้เร็วพอจ่ายหนี้ระยะสั้นหรือไม่
Current Ratio = สินทรัพย์หมุนเวียน ÷ หนี้สินหมุนเวียน
ตัวอย่าง: ร้านค้าขายออนไลน์มีสินทรัพย์หมุนเวียน 1,200,000 บาท และหนี้สินหมุนเวียน 800,000 บาท → Current Ratio = 1.5 เท่า หมายความว่าทุก 1 บาทที่เป็นหนี้ระยะสั้น ธุรกิจมีสินทรัพย์รองรับ 1.5 บาท
ตัวเลขที่ดีควรมากกว่า 1.5 เท่า (ถ้าต่ำกว่า 1 แปลว่าธุรกิจอาจมีปัญหาจ่ายหนี้ไม่ทัน และถ้าอยู่ระหว่าง 1-1.5 ถือว่าต้องระวัง) นักบัญชีมักตรวจจุดนี้ก่อนปิดงบการเงิน เพราะถ้าสภาพคล่องผิดปกติอาจต้องกลับไปตรวจสอบว่าบันทึกหนี้สินหมุนเวียนครบหรือยัง (ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 กิจการต้องบันทึกรายการให้ครบถ้วนตามรอบระยะเวลาบัญชี)
อัตราส่วนสภาพคล่องยังรวมถึง Quick Ratio ที่ตัดสินค้าคงเหลือออก เพื่อดูว่าธุรกิจจ่ายหนี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอขายของก่อน
2. อัตราส่วนโครงสร้างทางการเงิน (Leverage Ratios)
อัตราส่วนโครงสร้างทางการเงินวัดว่าธุรกิจมีเงินกู้มากแค่ไหนเมื่อเทียบกับเงินทุนของเจ้าของ
D/E Ratio (อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน) = หนี้สินรวม ÷ ส่วนของเจ้าของ
ตัวอย่าง: บริษัทรับเหมาก่อสร้างมีหนี้สินรวม 3,000,000 บาท และส่วนของเจ้าของ 2,000,000 บาท → D/E Ratio = 1.5 เท่า หมายความว่าทุก 1 บาทของเงินทุนเจ้าของ ธุรกิจมีหนี้ 1.5 บาท
โดยทั่วไปนักลงทุนและธนาคารมองว่า D/E Ratio ไม่ควรเกิน 2 เท่า (อ้างอิง: สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย — ThaiBMA) หากตัวเลขสูงเกินไป ธนาคารอาจมองว่ามีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ ยกเว้นบางอุตสาหกรรม เช่น ธนาคารหรือประกัน ที่มีโครงสร้างทุนต่างออกไป
อัตราส่วนอีกตัวที่สำคัญคือ Interest Coverage Ratio (ความสามารถจ่ายดอกเบี้ย) = กำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี ÷ ดอกเบี้ยจ่าย ถ้าค่าน้อยกว่า 1 แปลว่ากำไรไม่พอจ่ายดอกเบี้ย ซึ่งเป็นนัยยะสำคัญส่งสัญญาณอันตราย
3. อัตราส่วนความสามารถในการทำกำไร (Profitability Ratios)
อัตราส่วนความสามารถในการทำกำไรบอกว่าธุรกิจทำเงินได้ดีแค่ไหนจากยอดขายและสินทรัพย์ที่มี
อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) = กำไรขั้นต้น ÷ ยอดขายสุทธิ × 100
ตัวอย่าง: ร้านอาหารมียอดขาย 2,000,000 บาท ต้นทุนขาย 1,200,000 บาท → กำไรขั้นต้น 800,000 บาท → Gross Margin = 40% หมายความว่าทุก 100 บาทที่ขายได้ เหลือเป็นกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายอื่น 40 บาท
อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) = กำไรสุทธิ ÷ ยอดขายสุทธิ × 100
ตัวเลขนี้สำคัญที่สุดสำหรับเจ้าของธุรกิจ เพราะบอกว่าสุดท้ายแล้วเหลือเงินเข้ากระเป๋าจริงเท่าไหร่ ถ้าร้านอาหารมี Net Profit Margin 8% หมายความว่าขาย 100 บาท เหลือกำไรสุทธิจริง 8 บาท หลังหักค่าเช่า เงินเดือน ภาษีเงินได้นิติบุคคล และค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว
ก่อนปิดงบการเงิน นักบัญชีจะตรวจสอบว่าอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิเปลี่ยนแปลงจากปีก่อนมากไหม ถ้าเปลี่ยนมากเกินปกติอาจเป็นสัญญาณว่าต้นทุนขายบันทึกผิดพลาดหรือมีค่าใช้จ่ายตกหล่น
นอกจากนี้ยังมี ROA (อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ = กำไรสุทธิ ÷ สินทรัพย์รวม × 100) ที่บอกว่าธุรกิจใช้สินทรัพย์ทั้งหมดสร้างกำไรได้ดีแค่ไหน และ ROE (อัตราผลตอบแทนจากส่วนของเจ้าของ = กำไรสุทธิ ÷ ส่วนของเจ้าของ × 100) ที่บอกว่าเงินที่เจ้าของลงทุนไปให้ผลตอบแทนเท่าไหร่
4. อัตราส่วนประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์ (Efficiency Ratios)
อัตราส่วนประสิทธิภาพวัดว่าธุรกิจใช้ลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ และสินทรัพย์ถาวรได้คุ้มค่าแค่ไหน
อัตราการหมุนเวียนลูกหนี้ = ยอดขายเชื่อ ÷ ลูกหนี้การค้าถัวเฉลี่ย
ตัวอย่าง: โรงงานผลิตมียอดขายเชื่อ 6,000,000 บาท ลูกหนี้การค้าถัวเฉลี่ย 1,000,000 บาท → หมุนเวียน 6 รอบต่อปี หมายความว่าเก็บเงินจากลูกค้าได้ทุก 61 วันโดยเฉลี่ย (คำนวณจาก 365 ÷ 6) ถ้าเทอมเครดิตที่ให้ลูกค้าคือ 30 วัน แต่เก็บจริงได้ 61 วัน แสดงว่ามีปัญหาเก็บเงินช้า ต้องตรวจสอบสำรองหนี้สงสัยจะสูญว่าเพียงพอหรือไม่ (ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน NPAEs หมวดลูกหนี้การค้า)
อัตราการหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ = ต้นทุนขาย ÷ สินค้าคงเหลือถัวเฉลี่ย
ถ้าตัวเลขนี้ต่ำ แปลว่าสินค้าขายช้า อาจมีของเก่าค้างสต็อก ต้องตรวจสอบว่าต้องตั้ง NRV (มูลค่าสุทธิที่จะได้รับ) หรือตัดจำหน่ายสินค้าล้าสมัยก่อนปิดงบ
อัตราการหมุนเวียนเจ้าหนี้ = ต้นทุนขาย ÷ เจ้าหนี้การค้าถัวเฉลี่ย
บอกว่าธุรกิจจ่ายเงินให้ซัพพลายเออร์เร็วแค่ไหน ถ้าจ่ายช้ากว่าช่วงเวลาเครดิตมาก อาจมีค่าใช้จ่ายค้างจ่ายที่ยังไม่ได้บันทึก
อัตราการหมุนเวียนสินทรัพย์ถาวร = ยอดขายสุทธิ ÷ สินทรัพย์ถาวรสุทธิ
ถ้าต่ำลงเรื่อย ๆ อาจแปลว่าสินทรัพย์ถาวรมีมูลค่าที่สูงเกินความเป็นจริง ต้องตรวจสอบอายุการใช้ประโยชน์และค่าเสื่อมราคาว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ หรือต้องทดสอบการด้อยค่าของสินทรัพย์ (ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการ NPAEs)
5. อัตราส่วนมูลค่าตลาด (Market Value Ratios)
อัตราส่วนมูลค่าตลาดใช้กับบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นหลัก SME ทั่วไปไม่จำเป็นต้องใช้กลุ่มนี้ แต่ควรรู้ไว้เผื่อวางแผนเข้าตลาดในวันหน้า
P/E Ratio (อัตราส่วนราคาต่อกำไร) = ราคาหุ้น ÷ กำไรต่อหุ้น (EPS)
ตัวอย่าง: หุ้นราคา 50 บาท EPS 5 บาท → P/E = 10 เท่า หมายความว่านักลงทุนยอมจ่ายเงิน 10 บาท เพื่อกำไร 1 บาท ค่า P/E เฉลี่ยของตลาดหุ้นไทย (SET) อยู่ที่ประมาณ 15-20 เท่า (อ้างอิง: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)
EPS (กำไรต่อหุ้น) = กำไรสุทธิ ÷ จำนวนหุ้นที่ออกจำหน่าย
ทำไม SME ต้องดูอัตราส่วนทางการเงิน
เจ้าของธุรกิจหลายคนดูแค่ตัวเลขกำไรขาดทุน แต่กำไรอย่างเดียวไม่ได้บอกหมดทุกอย่าง ธุรกิจที่มีกำไรก็เจ้งได้ถ้าสภาพคล่องไม่ดีจนไม่พอจ่ายหนี้
อัตราส่วนทางการเงินช่วยคุณใน 3 เรื่องหลัก:
- ตรวจสุขภาพธุรกิจ — เห็นจุดอ่อนก่อนที่จะสายเกินแก้ เช่น เก็บเงินลูกค้าช้าลง สินค้าค้างสต็อก
- เตรียมขอสินเชื่อ — ธนาคารดู Current Ratio, D/E Ratio, Net Profit Margin เป็นอย่างน้อย ถ้าตัวเลขไม่ดี สินเชื่อมีสิทธิ์จะไม่ผ่าน
- ตรวจสอบก่อนปิดงบ — นักบัญชีใช้อัตราส่วนเป็นเครื่องมือตรวจสอบว่างบการเงินสมเหตุสมผลก่อนยื่นต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11 และยื่น ภ.ง.ด.50 ต่อกรมสรรพากรภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 68 และมาตรา 69
3 อัตราส่วนที่ SME ต้องดูเป็นอย่างน้อย
| อัตราส่วน | สูตร | ค่าที่ดี | ถ้าไม่ดี หมายความว่า |
|---|---|---|---|
| Current Ratio | สินทรัพย์หมุนเวียน ÷ หนี้สินหมุนเวียน | มากกว่า 1.5 เท่า | อาจจ่ายหนี้ไม่ทัน |
| D/E Ratio | หนี้สินรวม ÷ ส่วนของเจ้าของ | น้อยกว่า 2 เท่า | พึ่งเงินกู้มากเกินไป |
| Net Profit Margin | กำไรสุทธิ ÷ ยอดขาย × 100 | ขึ้นกับอุตสาหกรรม (ร้านอาหาร 5-10%, ค้าปลีก 2-5%) | ต้นทุนสูงหรือค่าใช้จ่ายรั่ว |
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ดูตัวเลขแค่ปีเดียว — อัตราส่วนมีความหมายเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน หรือเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม ดูปีเดียวไม่ได้บอกอะไรมาก
- เปรียบเทียบข้ามอุตสาหกรรม — ร้านอาหาร Net Profit Margin 8% ถือว่าดี แต่ธุรกิจซอฟต์แวร์ 8% ถือว่าต่ำมาก ต้องเทียบกับธุรกิจประเภทเดียวกัน
- ไม่ตรวจสอบตัวเลขก่อนคำนวณ — ถ้างบการเงินบันทึกผิด อัตราส่วนที่คำนวณออกมาก็ผิดตาม ต้องมั่นใจว่างบผ่านรายการปรับปรุงและการกระทบยอดแล้ว
เปรียบเทียบ 5 กลุ่มอัตราส่วน
| กลุ่ม | ข้อมูลที่ใช้ | เหมาะสำหรับ | ความถี่ที่ควรดู |
|---|---|---|---|
| สภาพคล่อง | งบดุล | ทุก SME | ทุกเดือน |
| โครงสร้างหนี้ | งบดุล | ธุรกิจที่มีเงินกู้ | ทุกไตรมาส |
| ความสามารถทำกำไร | งบกำไรขาดทุน | ทุก SME | ทุกเดือน |
| ประสิทธิภาพสินทรัพย์ | งบดุล + งบกำไรขาดทุน | ธุรกิจที่มีลูกหนี้/สินค้าคงเหลือ | ทุกไตรมาส |
| มูลค่าตลาด | ราคาหุ้น + กำไร | บริษัทจดทะเบียน | ไม่จำเป็นสำหรับ SME |
ปรึกษาเรื่องปิดงบการเงินและการวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงินกับเรา → ปรึกษาฟรีผ่าน Messenger
โทรปรึกษา: 092-853-5600
ดูรีวิวจากลูกค้าของเรา → Google Business Profile
ติดตาม Simple Balance → Facebook Page
แหล่งอ้างอิง
- พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 — กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 68 และ 69 (ภ.ง.ด.50) — กรมสรรพากร
- อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลและการยื่นแบบ — กรมสรรพากร
- มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการ NPAEs (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2565) — สภาวิชาชีพบัญชี
- ข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ / P/E Ratio — ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
- D/E Ratio และโครงสร้างหนี้ของบริษัทไทย — สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA)
- อัตราส่วนทางการเงิน เช็กก่อนปิดบัญชี (วิทยา เอกวิรุฬห์พร) — สำนักพิมพ์ธรรมนิติ






