หมายเหตุประกอบงบการเงิน (Notes to Financial Statements) คือ เอกสารที่อธิบายรายละเอียดเบื้องหลังตัวเลขในงบการเงิน ถ้าคุณเคยดูงบดุลแล้วสงสัยว่า “ตัวเลขนี้มาจากไหน คิดยังไง” คำตอบอยู่ในหมายเหตุประกอบงบการเงิน กฎหมายกำหนดให้นิติบุคคลทุกรายในประเทศไทยต้องจัดทำหมายเหตุประกอบงบเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินที่ยื่นต่อ DBD (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า — หน่วยงานที่ดูแลเรื่องจดทะเบียนบริษัท) ทุกปี (ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11)
- หมายเหตุประกอบงบการเงินคือเอกสารอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมจากตัวเลขในงบการเงิน
- กฎหมายกำหนดให้ทุกนิติบุคคลต้องจัดทำ ยื่นพร้อมงบการเงินต่อ DBD ทุกปี (ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543)
- ต้องเปิดเผย 4 ส่วนหลัก: ข้อมูลทั่วไปของกิจการ เกณฑ์การจัดทำงบ นโยบายบัญชีที่สำคัญ และรายละเอียดประกอบรายการในงบ
- ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบหมายเหตุประกอบงบด้วย ถ้าไม่ครบอาจถูกตั้งข้อสังเกตในรายงานผู้สอบบัญชี
- เจ้าของธุรกิจควรอ่านหมายเหตุประกอบงบ เพราะบอกข้อมูลอื่น ๆ ที่ตัวเลขไม่ได้บอก
ทำไมต้องมีหมายเหตุประกอบงบการเงิน
ตัวเลขในงบดุลหรืองบกำไรขาดทุนบอกแค่ “เท่าไหร่” แต่ไม่ได้บอก “ทำไม” และ “มายังไง”
เช่น คุณเห็นในงบดุลว่าบริษัทมีสินทรัพย์ถาวร 5 ล้านบาท แต่คุณไม่รู้ว่าสินทรัพย์เหล่านั้นคิดค่าเสื่อมราคาแบบเส้นตรงหรือแบบลดลง ไม่รู้ว่ามีอายุการใช้งานกี่ปี ไม่รู้ว่ามีสินทรัพย์ชิ้นไหนที่ค้ำประกันเงินกู้อยู่หรือเปล่า หมายเหตุประกอบงบการเงินทำหน้าที่ตอบคำถามเหล่านี้ทั้งหมด
มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (TFRS for NPAEs — มาตรฐานบัญชีที่ SME ส่วนใหญ่ในไทยใช้) กำหนดว่างบการเงินที่สมบูรณ์ต้องประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ งบแสดงฐานะการเงิน (งบดุล) งบกำไรขาดทุน งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ และหมายเหตุประกอบงบการเงิน (ตามมาตรฐาน TFRS for NPAEs บทที่ 3 ว่าด้วยการนำเสนองบการเงิน) ส่วนงบกระแสเงินสดไม่บังคับภายใต้ TFRS for NPAEs แต่กิจการจะจัดทำเพิ่มเติมก็ได้หากเห็นว่าเป็นประโยชน์
ถ้าขาดหมายเหตุประกอบงบ งบการเงินของคุณถือว่าไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย
หมายเหตุประกอบงบการเงิน ต้องเปิดเผยอะไรบ้าง
ข้อมูลที่ต้องเปิดเผยในหมายเหตุประกอบงบการเงินแบ่งเป็น 4 ส่วนหลัก เรียงตามลำดับที่มาตรฐานกำหนด (ตามแนวปฏิบัติ TFRS for NPAEs และสภาวิชาชีพบัญชี TFAC)
1. ข้อมูลทั่วไปของกิจการ
ชื่อบริษัท ประเภทธุรกิจ ที่ตั้งสำนักงาน วันจดทะเบียน ทุนจดทะเบียน และจำนวนพนักงาน ส่วนนี้ทำให้ผู้อ่านรู้ว่ากำลังดูงบของใคร ทำธุรกิจอะไร
2. เกณฑ์การจัดทำงบการเงิน
ระบุว่างบการเงินจัดทำตามมาตรฐานอะไร สำหรับ SME ส่วนใหญ่จะเขียนว่า “งบการเงินนี้จัดทำขึ้นตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (TFRS for NPAEs)” พร้อมระบุสกุลเงินที่ใช้ (บาท) และเกณฑ์การวัดมูลค่า
3. นโยบายบัญชีที่สำคัญ
สำคัญมาก เพราะบอกว่าตัวเลขในงบคำนวณมาอย่างไร ตัวอย่างนโยบายที่ต้องเปิดเผย:
- วิธีคิดค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ถาวร (เส้นตรง หรือ ตามจำนวนผลผลิต) และอายุการใช้งานที่กำหนด (ตามมาตรฐาน TFRS for NPAEs บทที่ 10 ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์)
- วิธีตีราคาสินค้าคงเหลือ (FIFO — คือเข้าก่อนออกก่อน หรือถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก)
- เกณฑ์การรับรู้รายได้
- นโยบายการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
- วิธีการแปลงค่าเงินตราต่างประเทศ (ถ้ามี)
4. รายละเอียดประกอบรายการในงบการเงิน
อธิบายรายการที่ปรากฏในงบดุลและงบกำไรขาดทุนเป็นอย่าง ๆ เช่น รายละเอียดสินทรัพย์ถาวร (ราคาทุน ค่าเสื่อมราคาสะสม มูลค่าสุทธิ) ลูกหนี้การค้า (อายุหนี้ ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ) เงินกู้ยืม (วงเงิน อัตราดอกเบี้ย กำหนดชำระ หลักประกัน) ภาระผูกพัน (สัญญาเช่า ค้ำประกัน) และเหตุการณ์ภายหลังวันสิ้นรอบบัญชี
นอกจาก 4 ส่วนหลัก ยังมีข้อมูลอื่นที่ต้องเปิดเผยตามสถานการณ์ เช่น รายการกับบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกัน ประเด็นเรื่องการดำเนินงานต่อเนื่อง (Going Concern — คือข้อสงสัยว่าธุรกิจจะดำเนินงานต่อไปได้หรือไม่) และการบริหารความเสี่ยง
ตัวอย่างหมายเหตุประกอบงบการเงิน
สมมติบริษัทค้าส่งสินค้าแห่งหนึ่ง มียอดขายปีละ 20 ล้านบาท ในงบดุลแสดงสินทรัพย์ถาวรสุทธิ 3,200,000 บาท ถ้าดูแค่ตัวเลขในงบดุล คุณจะเห็นแค่ยอดรวม แต่ในหมายเหตุประกอบงบจะแสดงรายละเอียดแบบนี้:
| รายการ | ราคาทุน (บาท) | ค่าเสื่อมราคาสะสม (บาท) | มูลค่าสุทธิ (บาท) |
|---|---|---|---|
| อาคาร | 3,000,000 | 600,000 | 2,400,000 |
| รถบรรทุก | 1,500,000 | 900,000 | 600,000 |
| เครื่องใช้สำนักงาน | 400,000 | 200,000 | 200,000 |
| รวม | 4,900,000 | 1,700,000 | 3,200,000 |
พร้อมระบุนโยบายว่า “กิจการคิดค่าเสื่อมราคาโดยวิธีเส้นตรง อาคารอายุการใช้งาน 20 ปี รถบรรทุก 5 ปี เครื่องใช้สำนักงาน 5 ปี” นอกจากนี้ยังอาจระบุว่า “รถบรรทุกใช้เป็นหลักประกันเงินกู้ธนาคาร วงเงิน 1,000,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MLR-1% กำหนดชำระภายใน 3 ปี”
ข้อมูลเหล่านี้ไม่มีทางรู้ได้จากตัวเลขในงบดุลอย่างเดียว คุณต้องอ่านหมายเหตุประกอบงบถึงจะเห็นภาพรวมทั้งหมด
ลำดับการเปิดเผยข้อมูลในหมายเหตุประกอบงบ
ลำดับการเปิดเผยข้อมูลไม่ใช่เขียนอะไรก่อนก็ได้ โดยทั่วไปจะเรียงลำดับดังนี้ (ตามแนวปฏิบัติ TFRS for NPAEs และแนวทางจากTFAC):
- ข้อมูลทั่วไปของกิจการ
- เกณฑ์การจัดทำงบการเงิน
- นโยบายบัญชีที่สำคัญ
- รายละเอียดประกอบรายการ — เรียงตามลำดับที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินและงบกำไรขาดทุน
- ภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น
- การค้ำประกัน
- ประเด็นการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
- การบริหารความเสี่ยง
- วันที่ผู้บริหารอนุมัติให้เปิดเผยงบการเงิน
ข้อที่ 9 เป็นจุดที่ผิดบ่อยมาก หลายบริษัทเปิดเผยวันที่ผู้ถือหุ้นอนุมัติในที่ประชุม แต่ตามมาตรฐานต้องเปิดเผยวันที่ผู้บริหารอนุมัติงบการเงิน ไม่ใช่วันที่ประชุมผู้ถือหุ้น (ที่มา: สัญญาณเตือนความผิดพลาดของงบการเงิน, ธรรมนิติ)
หมายเหตุประกอบงบการเงิน กับ งบการเงินหลัก ต่างกันยังไง
| งบการเงินหลัก | หมายเหตุประกอบงบการเงิน | |
|---|---|---|
| แสดงอะไร | ตัวเลขสรุป (ยอดรวม) | รายละเอียดและคำอธิบายของตัวเลข |
| รูปแบบ | ตาราง ตัวเลข | ข้อความอธิบาย + ตารางรายละเอียด |
| ตัวอย่าง | สินทรัพย์ถาวรสุทธิ 3.2 ล้าน | แยกเป็นอาคาร 2.4 ล้าน รถ 0.6 ล้าน อุปกรณ์ 0.2 ล้าน |
| ใครอ่าน | เจ้าของ นักลงทุน ธนาคาร | ผู้สอบบัญชี ธนาคาร (ตรวจก่อนปล่อยกู้) |
| ขาดได้ไหม | ไม่ได้ | ไม่ได้ — เป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินที่สมบูรณ์ |
ทั้งงบการเงินหลักและหมายเหตุประกอบงบเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA — คือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี มีหน้าที่ตรวจสอบและรับรองงบการเงิน) ตรวจสอบทั้งสองส่วนพร้อมกัน ถ้าหมายเหตุประกอบงบไม่ครบถ้วนหรือไม่สอดคล้องกับตัวเลข CPA อาจตั้งข้อสังเกตหรือแสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไขในรายงานการสอบบัญชี
ทำไมเจ้าของธุรกิจต้องสนใจหมายเหตุประกอบงบ
เจ้าของธุรกิจหลายคนดูแค่กำไรหรือขาดทุนเท่าไหร่ แล้วปิดงบทิ้ง แต่หมายเหตุประกอบงบบอกข้อมูลที่สำคัญต่อการตัดสินใจ
ธนาคารอ่านก่อนปล่อยกู้ — ถ้าคุณยื่นขอสินเชื่อธุรกิจ ธนาคารจะดูหมายเหตุประกอบงบเพื่อเช็คว่าสินทรัพย์ที่ค้ำประกันมีภาระอะไรติดอยู่หรือไม่ มีหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น (เช่น คดีฟ้องร้อง) ที่ยังไม่แสดงในงบดุลหรือเปล่า ถ้าหมายเหตุไม่ครบ ธนาคารมีโอกาสไม่ปล่อยสินเชื่อ
สรรพากรใช้ตรวจสอบภาษี — นโยบายบัญชีที่เปิดเผยในหมายเหตุ เช่น วิธีคิดค่าเสื่อมราคา วิธีรับรู้รายได้ ต้องสอดคล้องกับที่ใช้คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล (ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ) ถ้าไม่ตรงกัน อาจถูกประเมินภาษีเพิ่ม
เห็นภาระผูกพันที่ซ่อนอยู่ — สัญญาเช่าระยะยาว ค้ำประกันให้บริษัทในเครือ หรือคดีความที่อยู่ระหว่างพิจารณา สิ่งเหล่านี้ไม่แสดงเป็นตัวเลขในงบดุล แต่เปิดเผยในหมายเหตุประกอบงบ ถ้าไม่อ่าน คุณอาจไม่รู้ว่าธุรกิจมีความเสี่ยงอะไรซ่อนอยู่
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในหมายเหตุประกอบงบการเงิน
เปิดเผยข้อมูลไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด — SME ที่ใช้สำนักงานบัญชีขนาดเล็กส่วนใหญ่จะได้หมายเหตุแค่ 2-3 หน้า ทั้งที่ตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดรายการย่อ พ.ศ. 2566 กำหนดรายการเปิดเผยไว้มากกว่านั้น งบที่เปิดเผยไม่ครบอาจถูก CPA ตั้งข้อสังเกตในรายงานผู้สอบบัญชี
เรียงลำดับการเปิดเผยผิด — หมายเหตุต้องเรียงตามลำดับมาตรฐาน เริ่มจากข้อมูลทั่วไป → เกณฑ์จัดทำงบ → นโยบายบัญชี → รายละเอียดประกอบรายการ การเรียงผิดทำให้ผู้สอบบัญชีและผู้อ่านติดตามข้อมูลยาก
วันที่อนุมัติงบผิด — ต้องใช้วันที่ผู้บริหาร (กรรมการ) อนุมัติงบการเงิน ไม่ใช่วันที่ประชุมผู้ถือหุ้น ตามคำตอบของสภาวิชาชีพบัญชี วันที่อนุมัติหมายถึงวันที่กรรมการลงนามรับรองงบ ไม่ใช่วันประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
นโยบายบัญชีไม่สอดคล้องกับตัวเลขในงบ — เช่น หมายเหตุระบุว่าคิดค่าเสื่อมราคาอาคาร 20 ปี แต่ตัวเลขในงบใช้อัตรา 5 ปี ความไม่สอดคล้องแบบนี้ทำให้ CPA ต้องตั้งข้อสังเกตและอาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของงบทั้งฉบับ
ใช้ข้อความเดิมทุกปีโดยไม่การอัพเดต — คัดลอกหมายเหตุจากปีก่อนโดยไม่ปรับให้ตรงกับสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น ปีนี้มีสัญญาเช่าใหม่หรือเปลี่ยนนโยบายบัญชี แต่หมายเหตุยังเป็นข้อความเดิม ผู้สอบบัญชีจะตรวจพบและอาจขอให้แก้ไขก่อนลงนาม
ต้องการความช่วยเหลือเรื่องปิดงบการเงินหรือหมายเหตุประกอบงบ แชทปรึกษาทีม Simple Balance ผ่าน Messenger
โทรหาเราได้ที่ 092-853-5600
ดูรีวิวจากลูกค้าจริงบน Google Business Profile
ติดตามเนื้อหาบัญชี-ภาษีสำหรับเจ้าของธุรกิจได้ที่ Facebook Simple Balance






