งบกระแสเงินสด (Cash Flow Statement) คือ งบการเงินที่แสดงว่าเงินสดของธุรกิจมาจากไหนและจ่ายไปไหนในรอบบัญชีที่ผ่านมา ต่างจากงบกำไรขาดทุนที่บอกแค่ว่า “กำไรหรือขาดทุนเท่าไหร่” งบกระแสเงินสดบอกสิ่งที่สำคัญกว่าคือธุรกิจมีเงินสดพอชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ หรือไม่

ความหมายของงบกระแสเงินสด

งบกระแสเงินสดคือรายงานที่แสดงการเปลี่ยนแปลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดของกิจการในช่วงเวลาหนึ่ง (ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด) โดย “เงินสด” หมายถึงเงินสดในมือและในธนาคารที่สามารถถอนได้ทันที ส่วน “รายการเทียบเท่าเงินสด” หมายถึงเงินลงทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทันทีในจำนวนที่ทราบได้ เช่น เงินฝากประจำที่มีกำหนดไม่เกิน 3 เดือน (ตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พ.ศ. 2566 เรื่อง กำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน)

ธุรกิจที่มียอดขาย 10 ล้านบาทต่อปีอาจมีกำไรสุทธิ 1.5 ล้านบาท แต่ถ้าลูกค้ายังไม่จ่ายเงิน 3 ล้านบาท และคุณต้องจ่ายค่าสินค้าให้ซัพพลายเออร์ทุกเดือน เงินสดในบัญชีอาจไม่พอจ่ายเงินเดือนพนักงาน งบกระแสเงินสดจะช่วยให้คุณเห็นปัญหานี้ก่อนที่จะสายเกินไป

องค์ประกอบ 3 กิจกรรมในงบกระแสเงินสด

งบกระแสเงินสดจำแนกการเคลื่อนไหวของเงินสดออกเป็น 3 กิจกรรมหลัก (ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7)

1. กิจกรรมดำเนินงาน (Operating Activities)

กิจกรรมดำเนินงานคือกิจกรรมหลักที่ทำให้ธุรกิจมีรายได้ เช่น เงินสดรับจากการขายสินค้าและให้บริการ เงินสดรับจากลูกหนี้ เงินสดจ่ายซื้อสินค้า จ่ายเงินเดือนพนักงาน จ่ายค่าเช่าสำนักงาน ตัวเลขในส่วนนี้บอกว่าธุรกิจหลักของคุณสร้างเงินสดได้จริงหรือกำลังขาดทุน ถ้ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบอย่างต่อเนื่อง แปลว่าธุรกิจไม่สามารถอยู่ด้วยตัวเองได้

2. กิจกรรมลงทุน (Investing Activities)

กิจกรรมลงทุนคือการซื้อหรือขายสินทรัพย์ระยะยาว เช่น ซื้อที่ดิน ซื้อเครื่องจักร ซื้อรถยนต์บริษัท หรือขายอุปกรณ์เก่าออกไป เงินสดในส่วนนี้มักเป็นลบเพราะธุรกิจที่กำลังเติบโตต้องลงทุนซื้อสินทรัพย์ถาวรเพิ่ม

3. กิจกรรมจัดหาเงิน (Financing Activities)

กิจกรรมจัดหาเงินคือการเปลี่ยนแปลงในส่วนของเจ้าของและส่วนของการกู้ยืม เช่น รับเงินจากการออกหุ้นทุน กู้เงินจากธนาคาร จ่ายคืนเงินกู้ระยะยาว หรือจ่ายเงินปันผล

กิจกรรมเงินสดรับ (ตัวอย่าง)เงินสดจ่าย (ตัวอย่าง)
ดำเนินงานรับเงินจากลูกค้า รับดอกเบี้ยจ่ายซัพพลายเออร์ จ่ายเงินเดือน จ่ายภาษี
ลงทุนขายที่ดิน ขายอุปกรณ์เก่าซื้อเครื่องจักร ซื้ออาคาร
จัดหาเงินกู้สินเชื่อธนาคาร รับเงินลงทุนจากผู้ถือหุ้นคืนเงินกู้ จ่ายเงินปันผล

งบกระแสเงินสด กับ งบกำไรขาดทุน ต่างกันอย่างไร

หลายคนคิดว่ากำไรดี แปลว่ามีเงิน” แต่จริง ๆ ไม่ใช่เสมอไป งบกำไรขาดทุนบันทึกรายได้ตามหลักคงค้าง (ตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543) คือบันทึกตอนที่ส่งมอบสินค้าหรือบริการ แม้ยังไม่ได้รับเงิน แต่งบกระแสเงินสดนับเฉพาะเงินที่เข้าออกบัญชีจริง

หัวข้องบกำไรขาดทุนงบกระแสเงินสด
วัดอะไรกำไรหรือขาดทุน (ตามหลักคงค้าง)เงินสดเข้า-ออกจริง
รวมลูกหนี้ที่ยังไม่จ่ายรวม (นับเป็นรายได้แล้ว)ไม่รวม (ยังไม่ได้เงิน)
รวมค่าเสื่อมราคารวม (เป็นค่าใช้จ่าย)ไม่รวม (ไม่ใช่เงินสดจ่ายจริง)
บอกอะไรธุรกิจทำกำไรได้ไหมธุรกิจมีเงินพอจ่ายบิลไหม

ตัวอย่าง: ร้านวัสดุก่อสร้างขายของ 2 ล้านบาทในเดือนมีนาคม แต่ลูกค้ารับเหมาขอเครดิต 60 วัน งบกำไรขาดทุนจะบันทึกรายได้ 2 ล้านบาททันที แต่งบกระแสเงินสดจะแสดงว่าเงินสดรับจากลูกค้าเป็น 0 บาท ถ้าต้องจ่ายค่าสินค้าให้ซัพพลายเออร์ภายใน 30 วัน คุณอาจต้องกู้เงินมาหมุนแม้กำไรจะดูดี

วิธีจัดทำงบกระแสเงินสด 2 วิธี

การจัดทำงบกระแสเงินสดทำได้ 2 วิธี ตามลักษณะการแสดงกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน (ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7)

วิธีทางตรง (Direct Method) แสดงรายการรับรายจ่ายเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานโดยตรง เช่น เงินสดรับจากลูกค้า เงินสดจ่ายซื้อวัตถุดิบ จ่ายเงินเดือน วิธีนี้อ่านเข้าใจง่ายกว่าเพราะเห็นตัวเลขรับ-จ่ายชัดเจน

วิธีทางอ้อม (Indirect Method) เริ่มจากกำไรสุทธิในงบกำไรขาดทุน แล้วปรับกลับด้วยรายการที่ไม่ใช่เงินสด เช่น บวกกลับค่าเสื่อมราคา ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ และปรับด้วยการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์หมุนเวียนและหนี้สินหมุนเวียน วิธีนี้ใช้กันแพร่หลายกว่าเพราะข้อมูลหาง่ายจากงบดุลเปรียบเทียบ 2 ปี

ทั้งสองวิธีให้ผลลัพธ์ตัวเลขกระแสเงินสดสุทธิเท่ากัน ต่างกันแค่วิธีนำเสนอในส่วนกิจกรรมดำเนินงานเท่านั้น

ใครต้องจัดทำงบกระแสเงินสด

ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (TFRS) บริษัทมหาชนจำกัดและกิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ เช่น สถาบันการเงิน บริษัประกัน ต้อง จัดทำงบกระแสเงินสด

สำหรับ SME ทั่วไปที่ใช้มาตรฐาน NPAEs (มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ) ไม่ได้บังคับให้จัดทำงบกระแสเงินสด แต่ทำแล้วได้ประโยชน์หลายประการ:

ตัวอย่างงบกระแสเงินสดฉบับย่อ

สมมติร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้า มียอดขายปีละ 5 ล้านบาท:

รายการจำนวน (บาท)
กิจกรรมดำเนินงาน
เงินสดรับจากลูกค้า4,200,000
เงินสดจ่ายซื้อสินค้า(2,800,000)
เงินสดจ่ายเงินเดือน(600,000)
เงินสดจ่ายค่าเช่า/ค่าใช้จ่ายอื่น(400,000)
จ่ายภาษีเงินได้(120,000)
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน280,000
กิจกรรมลงทุน
ซื้อรถกระบะบริษัท(450,000)
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน(450,000)
กิจกรรมจัดหาเงิน
กู้เงินธนาคาร300,000
ชำระคืนเงินกู้(80,000)
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน220,000
เงินสดเพิ่มขึ้น (ลดลง) สุทธิ50,000
เงินสดต้นงวด200,000
เงินสดปลายงวด250,000

จากตัวอย่างนี้ ธุรกิจสร้างเงินสดจากการดำเนินงาน 280,000 บาท แต่ซื้อรถบริษัท 450,000 บาท จึงต้องกู้เงินเพิ่ม 300,000 บาท สุดท้ายเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ 50,000 บาท ตัวเลขเงินสดปลายงวด 250,000 บาทนี้ต้องตรงกับยอดเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดในงบดุล ณ วันสิ้นรอบบัญชี

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับงบกระแสเงินสด

คิดว่ากำไรคือเงินสด นี่คือข้อผิดพลาดอันดับ 1 กำไรสุทธิเป็นตัวเลขทางบัญชีที่รวมรายได้ที่ยังไม่ได้รับเงินและหักค่าเสื่อมราคาที่ไม่ได้จ่ายเงินจริง ธุรกิจที่มีกำไร 2 ล้านบาทอาจมีเงินสดในบัญชีแค่ 200,000 บาท

ไม่แยกเงินเจ้าของกับเงินบริษัท เจ้าของ SME หลายคนใช้บัญชีเดียวกัน ทำให้กระแสเงินสดในงบไม่สะท้อนความเป็นจริง การถอนเงินส่วนตัวควรบันทึกเป็นกิจกรรมจัดหาเงิน ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน

ไม่ทำงบกระแสเงินสดเลยเพราะกฎหมายไม่บังคับ แม้ SME ที่ใช้มาตรฐาน NPAEs จะไม่ถูกบังคับ แต่ธนาคารพาณิชย์มักขอดูงบกระแสเงินสดเมื่อคุณยื่นขอสินเชื่อ ถ้าไม่มี อาจทำให้พิจารณาสินเชื่อล่าช้า

ให้ ซิมเปิล บาลานซ์ ช่วยจัดทำงบกระแสเงินสดและปิดงบการเงินให้ธุรกิจคุณ → ปรึกษาฟรีผ่าน Messenger

โทรปรึกษา: 092-853-5600

ดูรีวิวจากลูกค้าของเรา → Google Business Profile

ติดตาม Simple Balance → Facebook Page