ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน สร้างฟรี พร้อมแบบฟอร์ม Word Excel PDF

ใช้เมื่อจ่ายค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดแล้วเรียกใบเสร็จจากผู้รับเงินไม่ได้ กรอกออนไลน์แล้วพิมพ์ได้เลย หรือดาวน์โหลดแบบฟอร์มเปล่าไปเขียนด้วยมือ ตามแบบที่กรมสรรพากรวางไว้ในคู่มือ หัวข้อ 2.1.3

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก มีตัวอย่างการเขียน มีแบบ บก.111 ของราชการ
รวมทั้งสิ้น

กรอกใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน

เอกสารด้านขวาจะเปลี่ยนตามที่พิมพ์ กรอกเสร็จแล้วดาวน์โหลดหรือสั่งพิมพ์ได้เลย

ข้อมูลกิจการ

เลขที่และวันที่

รายจ่ายเบ็ดเตล็ด

ใบเดียวใส่ได้หลายรายการ ตามแบบของกรมสรรพากร รวบรายจ่ายของงวดไว้ในใบเดียวแล้วเคลียร์ทีเดียว

ช่วงวันที่ที่รับรอง

เติมให้อัตโนมัติจากวันแรกและวันสุดท้ายในตาราง แก้ทับได้

ผู้ลงนาม

ก่อนใช้เอกสารนี้

  • ถ้าผู้รับเงินยอมเซ็นชื่อให้ ใช้ใบสำคัญรับเงินแทน จะแข็งแรงกว่ามาก
  • ใช้กับรายจ่ายเบ็ดเตล็ดเท่านั้น ยอดใหญ่ไม่ควรใช้ใบนี้
  • แนบหลักฐานการจ่ายเงินไว้ด้วยเสมอ สลิปโอนเงินช่วยได้มากที่สุด
  • เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี
ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน

กรอกข้อมูลทางด้านซ้าย แล้วเอกสารตัวจริงจะขึ้นตรงนี้

ดาวน์โหลดเป็น PDF Word หรือ Excel ได้เลย ไม่ต้องสมัครสมาชิก

ดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน ฟรี

แบบฟอร์มเปล่า พร้อมพิมพ์แล้วเขียนด้วยมือ เลือกไฟล์ Word Excel หรือ PDF ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไฟล์ Excel รวมยอดให้อัตโนมัติ

แบบของกรมสรรพากร

สำหรับบริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนจำกัด ตามคู่มือกรมสรรพากร หัวข้อ 2.1.3 มี 12 ช่องรายการ ลงชื่อผู้เบิกจ่ายและผู้อนุมัติ

แบบ บก.111 ของทางราชการ

สำหรับส่วนราชการ โรงเรียน และหน่วยงานของรัฐ มี 13 ช่องรายการ ลงชื่อคนเดียว จัดพิมพ์ใหม่ให้กรอกสะดวก เนื้อความคงเดิมทุกช่องตามต้นฉบับ

อยากได้แบบกรอกข้อมูลแล้วพิมพ์ออกมาเลย ใช้เครื่องมือด้านบนได้

ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน คืออะไร

คำตอบ

ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน คือ เอกสารที่พนักงานของกิจการเป็นผู้ลงชื่อรับรองเองว่า ได้จ่ายเงินไปจริงในงานของกิจการ แต่เรียกใบเสร็จรับเงินจากผู้รับเงินไม่ได้ ใช้กับรายจ่ายเบ็ดเตล็ดจำนวนไม่มาก เช่น ค่าแท็กซี่ ค่าที่จอดรถ ค่าวินมอเตอร์ไซค์ บางคนเรียกสั้น ๆ ว่า ใบแทนใบเสร็จ หรือใบรับรองแทนเงินสด แต่ชื่อเต็มตามที่กรมสรรพากรใช้คือใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน กรมสรรพากรวางแบบเอกสารนี้ไว้ในคู่มือการจัดทำเอกสารประกอบการลงบัญชี หัวข้อ 2.1.3

จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุดคือคิดว่าเอกสารนี้ใช้แทนใบเสร็จรับเงินได้ทุกกรณี ความจริงคือกรมสรรพากรจัดเอกสารกลุ่มนี้ไว้เป็นบันได 3 ขั้น และใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินคือขั้นสุดท้าย ที่ใช้เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเท่านั้น ถ้าผู้รับเงินยอมเซ็นชื่อให้ ต้องใช้เอกสารขั้นก่อนหน้าเสมอ

ใช้ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินเมื่อไหร่

ขั้นที่ 1

ใบรับ ตามมาตรา 105 ทวิ

ผู้รับเงินยินยอมออกใบเสร็จรับเงินให้ ใช้ขั้นนี้ก่อนเสมอ เป็นหลักฐานที่แข็งแรงที่สุด สร้างได้ที่ เครื่องมือทำบิล ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี

ขั้นที่ 2

ใบสำคัญรับเงิน

ผู้รับเงินออกใบเสร็จให้ไม่ได้ แต่ยินยอมลงลายมือชื่อในช่องผู้รับเงิน ต้องแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนด้วย สร้างได้ที่ เครื่องมือทำใบสำคัญรับเงิน

ขั้นที่ 3

ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน

ผู้รับเงินไม่ยอมเซ็นอะไรเลย พนักงานของกิจการจึงต้องรับรองการจ่ายเงินนั้นเอง ใช้กับรายจ่ายเบ็ดเตล็ดเท่านั้น คือเอกสารที่หน้านี้สร้างให้

ถ้าไม่มีหลักฐานการรับเงินจากผู้รับเงินเลยสักอย่าง คู่มือของกรมสรรพากรให้จัดทำ ใบสำคัญจ่าย ตามหัวข้อ 2.3 ซึ่งต้องระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้รับเงิน พร้อมลายมือชื่อผู้รับเงินและผู้มีอำนาจอนุมัติ

ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินต้องมีอะไรบ้าง

ตามแบบที่กรมสรรพากรวางไว้ในหัวข้อ 2.1.3 เอกสารต้องมีข้อมูลเหล่านี้ครบ ขาดข้อใดข้อหนึ่งไปจะกลายเป็นเอกสารที่พิสูจน์ตัวผู้รับเงินไม่ได้

  • ชื่อกิจการที่จ่ายเงิน ระบุว่าเป็นบริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ในฐานะผู้ซื้อหรือผู้รับบริการ
  • วัน เดือน ปี ของรายจ่ายแต่ละรายการ เป็นวันที่จ่ายเงินจริง ไม่ใช่วันที่พิมพ์เอกสาร
  • รายละเอียดรายจ่าย บอกให้ชัดว่าจ่ายค่าอะไร ไปทำอะไร ไม่ใช่เขียนแค่ว่าค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด
  • จำนวนเงินของแต่ละรายการ และยอดรวมทั้งสิ้น
  • ยอดรวมเป็นตัวอักษร ต้องตรงกับตัวเลข เป็นจุดที่ผู้สอบบัญชีดูเสมอ
  • ชื่อและตำแหน่งของผู้เบิกจ่าย คือพนักงานที่ควักเงินจ่ายไปจริง
  • ข้อความรับรอง ว่ารายจ่ายข้างต้นเรียกใบเสร็จรับเงินจากผู้รับไม่ได้ และจ่ายไปในงานของกิจการโดยแท้
  • ช่วงวันที่ ตั้งแต่วันที่ถึงวันที่ ที่รายจ่ายในใบนี้เกิดขึ้น
  • ลายมือชื่อ 2 คน ผู้เบิกจ่าย และผู้อนุมัติ คู่มือไม่ได้เขียนว่าต้องเป็นคนละคน แต่ในทางปฏิบัติควรแยกกัน เพราะคนที่จ่ายเงินแล้วอนุมัติให้ตัวเองไม่มีใครตรวจทาน

สังเกตว่าแบบของกรมสรรพากรเป็นใบเดียวที่รวมรายจ่ายย่อยหลายรายการในช่วงวันหนึ่ง ไม่ใช่ใบละหนึ่งรายการ ออกแบบมาให้เคลียร์เงินสดย่อยทีเดียวตอนสิ้นเดือน เครื่องมือด้านบนจึงทำเป็นตารางหลายบรรทัดตามต้นฉบับ

เอกสารที่ต้องแนบ

หลักฐานการจ่ายเงิน คือสิ่งที่ช่วยให้รายจ่ายผ่าน

คู่มือของกรมสรรพากรระบุหลักฐานการจ่ายเงินไว้ 2 แบบ คือ สำเนาเช็คที่ขีดฆ่าผู้ถือและขีดคร่อม A/C Payee only ซึ่งมีหลักฐานว่าตัดบัญชีแล้ว หรือสำเนาใบโอนเงินธนาคารหรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่น เอกสารพวกนี้คือสิ่งเดียวที่พิสูจน์ได้ว่าเงินไปถึงใคร จึงควรแนบไว้ทุกครั้งที่ทำได้

จ่ายเงินสดยิ่งต้องระวัง

รายจ่ายที่ใช้ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินมักเป็นเงินสด ซึ่งไม่มีร่องรอยไปถึงตัวผู้รับเงิน ทางที่ปลอดภัยกว่าคือโอนเงินให้ได้มากที่สุด แล้วเขียนเลขอ้างอิงการโอนไว้ในช่องหมายเหตุ ถ้าจำเป็นต้องจ่ายสด ให้เก็บหลักฐานอื่นประกอบ เช่น ภาพถ่ายสินค้า ใบส่งของ หรือสัญญา

เก็บไว้อย่างน้อย 5 ปี นับแต่วันปิดบัญชี

พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 14 กำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี เก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันปิดบัญชี ไม่ใช่นับจากวันที่ในเอกสาร และอธิบดีมีอำนาจกำหนดให้เก็บเกิน 5 ปีได้ แต่ไม่เกิน 7 ปี ฝ่าฝืนมีโทษปรับตามมาตรา 31

เก็บใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินไว้คู่กับหลักฐานการจ่ายเงินในชุดเดียวกัน แยกเก็บคนละที่แล้วหาไม่เจอตอนถูกตรวจ มีค่าเท่ากับไม่มี

วิธีเขียนใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน

  1. ใส่ชื่อกิจการ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และเลือกว่าเป็นบริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด
  2. ใส่รายจ่ายทีละบรรทัด ระบุวันที่จ่ายจริงของแต่ละรายการ
  3. เขียนรายละเอียดให้คนนอกอ่านแล้วเข้าใจ เช่น ค่าแท็กซี่ไปยื่นเอกสารที่สรรพากรพื้นที่ ดีกว่าเขียนว่าค่าเดินทาง
  4. ใส่จำนวนเงินของแต่ละรายการ แล้วตรวจยอดรวมกับยอดตัวอักษรให้ตรงกัน
  5. ในช่องหมายเหตุ ระบุว่าจ่ายเงินสดหรือโอน ถ้าโอนให้ใส่เลขอ้างอิงด้วย
  6. ใส่ชื่อและตำแหน่งของพนักงานผู้เบิกจ่าย พร้อมช่วงวันที่ตั้งแต่วันแรกถึงวันสุดท้ายในตาราง
  7. พิมพ์ออกมา ให้ผู้เบิกจ่ายและผู้อนุมัติลงลายมือชื่อจริง แล้วแนบหลักฐานการจ่ายเงินเก็บเข้าแฟ้ม

ตัวอย่างใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน

ตัวอย่างใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน กรอกครบพร้อมลายมือชื่อผู้เบิกจ่ายและผู้อนุมัติ
ตัวอย่างใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินที่กรอกครบแล้ว รวมรายจ่ายเบ็ดเตล็ดทั้งเดือนไว้ในใบเดียว ข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อมูลสมมติ

ตัวอย่างการเคลียร์เงินสดย่อยประจำเดือน

บริษัทแห่งหนึ่งให้ธุรการถือเงินสดย่อยไว้ใช้จ่ายงานจิปาถะ ตลอดเดือนกุมภาพันธ์มีรายจ่าย ค่าแท็กซี่ไปยื่นเอกสารที่สรรพากรพื้นที่ 180 บาท ค่าที่จอดรถที่อาคารสำนักงานลูกค้า 60 บาท ค่าวินมอเตอร์ไซค์ส่งเอกสารด่วน 45 บาท ค่าจ้างขนของขึ้นอาคารที่ตลาดวโรรส 200 บาท ค่าน้ำแข็งและน้ำดื่มสำหรับประชุมภายใน 135 บาท และค่าแท็กซี่รับลูกค้าจากสนามบิน 250 บาท

ทุกรายการเรียกใบเสร็จไม่ได้เลย ธุรการจึงทำใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินใบเดียว ใส่ทั้ง 6 รายการลงในตาราง ยอดรวม 870 บาท เขียนตัวอักษรว่าแปดร้อยเจ็ดสิบบาทถ้วน ระบุช่วงวันที่ตั้งแต่ 3 ถึง 27 กุมภาพันธ์ แล้วให้ตัวเองลงชื่อผู้เบิกจ่าย และให้ผู้จัดการลงชื่อผู้อนุมัติ

ที่ทำถูกคือใช้ใบเดียวรวมทั้งเดือน ไม่ใช่ทำ 6 ใบ เขียนรายละเอียดชัดว่าไปทำอะไร และทุกยอดเป็นเงินก้อนเล็กที่เข้าข่ายรายจ่ายเบ็ดเตล็ดจริง

อยากได้เอกสารแบบนี้ ใช้เครื่องมือด้านบนกรอกแล้วพิมพ์ออกมาได้เลย หรือถ้าอยากได้แบบฟอร์มเปล่าไปเขียนด้วยมือ ดาวน์โหลดไฟล์ Word Excel หรือ PDF ได้ที่ส่วนดาวน์โหลดด้านบน ถ้าต้องใช้แบบฟอร์มภาษีตัวอื่นด้วย ดูได้ที่ รวมแบบฟอร์มภาษีและบัญชี

ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน ใบสำคัญรับเงิน และใบสำคัญจ่าย ต่างกันอย่างไร

สามเอกสารนี้ถูกใช้สลับกันบ่อยมาก ทั้งที่คนละสถานการณ์กันคนละแบบ ตัวชี้ขาดคือผู้รับเงินยอมทำอะไรให้เราได้บ้าง

ใบสำคัญรับเงิน

ผู้รับเงินเป็นคนเซ็น

ผู้รับเงินออกใบเสร็จให้ไม่ได้ แต่ยอมลงลายมือชื่อในช่องผู้รับเงิน ต้องแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับเงินซึ่งประกอบอาชีพนั้นจริง แข็งแรงกว่าใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินมาก เพราะมีลายมือชื่อของอีกฝ่าย

ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน

พนักงานของเราเป็นคนเซ็น

ผู้รับเงินไม่ยอมเซ็นอะไรเลย พนักงานผู้เบิกจ่ายจึงรับรองเอง แล้วให้ผู้มีอำนาจอนุมัติเซ็นกำกับ ใช้กับรายจ่ายเบ็ดเตล็ดเท่านั้น เป็นเอกสารที่อ่อนที่สุดใน 3 แบบ เพราะกิจการทำขึ้นเองฝ่ายเดียว

ใบสำคัญจ่าย

เอกสารภายในของฝ่ายจ่ายเงิน

เป็นบันทึกการจ่ายเงินของกิจการเอง คู่มือกำหนดให้ระบุชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้รับเงิน วันที่จ่าย ประเภทและจำนวนเงิน พร้อมลายมือชื่อผู้รับเงินและการอนุมัติจากผู้มีอำนาจ

สรุปสั้นที่สุดคือ ถ้าเขาออกใบเสร็จได้ให้ ออกใบเสร็จตามปกติ ถ้าออกไม่ได้แต่ยอมเซ็นใช้ ใบสำคัญรับเงิน ถ้าไม่ยอมเซ็นอะไรเลยและเป็นเงินก้อนเล็กจริงจึงใช้ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน

ข้อควรระวังในการใช้ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน

หลายเว็บบอกว่าใช้ฟอร์มนี้แล้วจบ ความจริงไม่ใช่ ในคู่มือเล่มเดียวกันของกรมสรรพากร หัวข้อ 5.2 รวบรวมคำพิพากษาฎีกาที่ตัดสินว่า รายจ่ายลักษณะนี้ใช้เป็นรายจ่ายทางภาษีไม่ได้ ทุกคดีจบเหมือนกันคือพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับเงิน ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (18)

เอกสารที่กิจการทำขึ้นเองฝ่ายเดียว ไม่ใช่เกราะกันภาษี

คำพิพากษาฎีกาที่ 2301/2531 วางไว้ว่า เมื่อไม่มีใบรับเงินของผู้ขาย แล้วส่งเอกสารอื่นแทนใบเสร็จรับเงิน ถือได้ว่ารายจ่ายนั้นพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับ แปลว่าลำพังใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินใบเดียว ไม่ได้แปลว่ารายจ่ายผ่านอัตโนมัติ

ต้องพิสูจน์ได้ว่ามีตัวผู้รับเงินอยู่จริง

ฎีกาที่ 4963/2536 ตัดสินกรณีที่มีแต่เอกสารที่บริษัททำขึ้นเองว่ามีผู้รับเงินไปจากบริษัท แต่พิสูจน์ไม่ได้ว่าจ่ายจริงและมีตัวตนคนรับแน่นอน และฎีกาที่ 4909/2538 กรณีทำหลักฐานการจ่ายขึ้นเอง แต่พาตัวผู้รับเงินมายืนยันไม่ได้ ทั้งสองกรณีเป็นรายจ่ายที่พิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับ

ใช้กับรายจ่ายเบ็ดเตล็ดเท่านั้น

คู่มือเขียนไว้ตรงตัวว่าใช้ในกรณีกิจการจ่ายค่าซื้อสินค้าหรือบริการเบ็ดเตล็ด ยอดใหญ่ที่ควรมีเอกสารครบไม่ควรมาใช้ใบนี้ ถ้ารายจ่ายก้อนโตของกิจการเต็มไปด้วยใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน นั่นคือสัญญาณที่เจ้าพนักงานสังเกตเห็นแน่นอน

ถ้าเขายอมเซ็น อย่าใช้ใบนี้

เมื่อผู้รับเงินยอมลงลายมือชื่อ ให้ใช้ ใบสำคัญรับเงิน แทนทุกครั้ง เพราะมีลายมือชื่อของอีกฝ่ายและสำเนาบัตรประชาชนประกอบ การเลือกใช้เอกสารที่อ่อนกว่าทั้งที่ใช้แบบแข็งแรงกว่าได้ ไม่มีเหตุผลที่จะอธิบายตอนถูกตรวจ

รายจ่ายนั้นต้องไม่ใช่รายจ่ายต้องห้ามอยู่แล้ว

ต่อให้เอกสารครบทุกช่อง ถ้ารายจ่ายนั้นเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี อยู่แล้ว เช่น รายจ่ายส่วนตัว หรือค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวกับกิจการ ก็ยังใช้เป็นรายจ่ายทางภาษีไม่ได้ อ่านเพิ่มที่ ลดหย่อนภาษีนิติบุคคล

แบบ บก.111 ของทางราชการ ต่างจากของบริษัทอย่างไร

คนสองกลุ่มค้นคำว่าใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินเหมือนกันเป๊ะ แต่ต้องการคนละใบ ถ้าคุณอยู่ในส่วนราชการหรือโรงเรียน สิ่งที่ต้องใช้คือแบบ บก.111 ไม่ใช่แบบที่กรมสรรพากรวางไว้สำหรับบริษัท ทั้งสองใบใช้ชื่อเดียวกันแต่เนื้อในต่างกัน

หัวข้อแบบของกรมสรรพากร (บริษัท หจก.)แบบ บก.111 (ทางราชการ)
เลขที่แบบไม่มีเลขแบบ อยู่ในคู่มือหัวข้อ 2.1.3แบบ บก.111
หัวเอกสารชื่อกิจการ ในฐานะผู้ซื้อหรือผู้รับบริการส่วนราชการ
ข้อความรับรองจ่ายไปในงานของทางบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดโดยแท้จ่ายไปในงานราชการโดยแท้
ช่องหน่วยงานไม่มีมีช่อง กอง
ช่วงวันที่มี ตั้งแต่วันที่ ถึงวันที่ไม่มี
ลายมือชื่อ2 คน คือผู้เบิกจ่ายและผู้อนุมัติ1 คน พร้อมวันที่
ตารางรายจ่ายวัน เดือน ปี รายละเอียดรายจ่าย จำนวนเงิน หมายเหตุเหมือนกันทั้ง 4 ช่อง

ถ้าคุณต้องใช้แบบ บก.111 ดาวน์โหลดแบบฟอร์มเปล่าได้ที่ส่วนดาวน์โหลดด้านบนของหน้านี้ เราจัดพิมพ์ใหม่ให้อ่านง่ายและกรอกสะดวก โดยคงเนื้อความทุกช่องไว้ตามต้นฉบับของทางราชการ ส่วนเครื่องมือกรอกออนไลน์ด้านบนออกแบบมาสำหรับบริษัทและห้างหุ้นส่วน

เครื่องมือและบทความที่เกี่ยวข้อง

ไม่อยากเสี่ยงกับเอกสารที่ใช้ไม่ได้

ถ้ารายจ่ายของกิจการเต็มไปด้วยบิลที่เรียกใบเสร็จไม่ได้ ให้เราช่วยดูว่าอันไหนใช้ได้ อันไหนต้องแก้ ก่อนที่จะถึงรอบปิดงบ

ปรึกษาเราฟรี

คำถามที่พบบ่อยเรื่องใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน

ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน ภาษาอังกฤษ เรียกว่าอะไร

โดยทั่วไปแปลว่า Certificate in Lieu of Receipt และเราใช้คำนี้กำกับไว้บนเอกสารที่เครื่องมือสร้างให้ แต่ต้องบอกตามตรงว่ากรมสรรพากรไม่ได้กำหนดชื่อภาษาอังกฤษของเอกสารนี้ไว้ ต่างจากใบสำคัญจ่ายที่คู่มือระบุคำว่า Payment Voucher ไว้ชัดเจน ถ้าต้องส่งให้บริษัทแม่หรือผู้ถือหุ้นต่างชาติอ่าน แนะนำให้ใส่ชื่อไทยกำกับไว้ด้วยเสมอ

ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน กับ ใบสำคัญรับเงิน ต่างกันอย่างไร

ต่างกันที่ว่าใครเป็นคนเซ็น ใบสำคัญรับเงินผู้รับเงินเป็นคนลงลายมือชื่อ ส่วนใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินผู้รับเงินไม่เซ็นอะไรเลย พนักงานของกิจการเป็นคนรับรองเอง

ใบสำคัญรับเงินแข็งแรงกว่ามาก เพราะมีลายมือชื่อของอีกฝ่ายและแนบสำเนาบัตรประชาชนได้ ถ้าผู้รับเงินยอมเซ็น ให้ใช้ใบสำคัญรับเงินเสมอ

แบบ บก.111 คืออะไร บริษัทเอาไปใช้ได้ไหม

แบบ บก.111 เป็นใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินของทางราชการ ใช้กับการเบิกจ่ายเงินของส่วนราชการ มีช่องส่วนราชการและช่องกอง ข้อความรับรองลงท้ายว่าจ่ายไปในงานราชการโดยแท้ และมีลายมือชื่อคนเดียว

บริษัทและห้างหุ้นส่วนควรใช้แบบที่กรมสรรพากรวางไว้ในคู่มือหัวข้อ 2.1.3 แทน เพราะข้อความรับรองตรงกับสถานะของกิจการ และมีลายมือชื่อผู้อนุมัติกำกับด้วย

ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน ใช้กับยอดเท่าไหร่ได้บ้าง

กรมสรรพากรไม่ได้กำหนดตัวเลขเพดานไว้ แต่เขียนไว้ว่าใช้กับค่าซื้อสินค้าหรือบริการเบ็ดเตล็ด ซึ่งหมายถึงรายจ่ายจิปาถะจำนวนไม่มาก

ในทางปฏิบัติ ยอดที่ใหญ่พอที่ผู้ขายควรออกใบเสร็จได้อยู่แล้ว ไม่ควรมาใช้เอกสารนี้ ถ้ายอดเริ่มโต ให้หาทางใช้ใบสำคัญรับเงินพร้อมสำเนาบัตรประชาชน หรือโอนเงินเพื่อให้มีหลักฐานแทน

ใช้ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินแล้ว สรรพากรยอมรับแน่นอนไหม

ไม่แน่นอน เอกสารนี้เป็นแบบที่กรมสรรพากรวางไว้เองก็จริง แต่คู่มือเล่มเดียวกันหัวข้อ 5.2 ก็รวบรวมคำพิพากษาฎีกาที่ตัดสินว่ารายจ่ายซึ่งมีแต่เอกสารที่กิจการทำขึ้นเองฝ่ายเดียว เป็นรายจ่ายที่พิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับ ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (18)

สิ่งที่ช่วยได้จริงคือหลักฐานประกอบ ได้แก่ สลิปโอนเงิน สำเนาเช็คขีดคร่อม A/C Payee only ที่ตัดบัญชีแล้ว ภาพถ่ายสินค้าหรือบริการ และการเขียนรายละเอียดให้ชัดว่าจ่ายเพื่ออะไร

ค่าแท็กซี่ ค่าที่จอดรถ ค่าวินมอเตอร์ไซค์ ใช้ใบนี้ได้ไหม

ได้ นี่คือกรณีที่เอกสารนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับพอดี เพราะเป็นรายจ่ายเบ็ดเตล็ดจำนวนน้อย และผู้ให้บริการมักออกใบเสร็จให้ไม่ได้

ข้อแนะนำคือเขียนให้ชัดว่าเดินทางไปทำอะไรให้กิจการ เช่น ไปยื่นเอกสารที่สรรพากรพื้นที่ ดีกว่าเขียนแค่ว่าค่าเดินทาง เพราะรายจ่ายต้องเกี่ยวกับกิจการจึงจะถือเป็นรายจ่ายทางภาษีได้

ต้องแนบสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับเงินไหม

ในทางปฏิบัติแนบไม่ได้ เพราะกรณีที่ใช้เอกสารนี้คือผู้รับเงินไม่ยอมให้อะไรเลย การแนบสำเนาบัตรประชาชนเป็นข้อกำหนดของใบสำคัญรับเงิน ซึ่งผู้รับเงินยินยอมลงลายมือชื่อ

นี่คือเหตุผลที่ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินเป็นเอกสารที่อ่อนที่สุดในสามแบบ และเป็นเหตุผลที่ควรใช้เป็นทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น

หนึ่งใบใส่ได้กี่รายการ ต้องทำใบละหนึ่งรายจ่ายไหม

ไม่ต้อง แบบของกรมสรรพากรเป็นตารางที่ออกแบบมาให้ใส่รายจ่ายย่อยหลายรายการในใบเดียว พร้อมช่องช่วงวันที่ตั้งแต่วันที่ถึงวันที่ ไว้ครอบคลุมทั้งชุด

วิธีใช้ที่ตรงกับเจตนาของแบบคือรวบรายจ่ายเบ็ดเตล็ดของงวดนั้นไว้ในใบเดียว แล้วเคลียร์ทีเดียวตอนสิ้นเดือน ไม่ใช่ทำทีละใบต่อหนึ่งรายจ่าย

ดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน Word Excel PDF ได้ที่ไหน

ดาวน์โหลดได้ฟรีที่ส่วนดาวน์โหลดด้านบนของหน้านี้ มีทั้งไฟล์ Word ไฟล์ Excel และไฟล์ PDF ทั้งแบบของกรมสรรพากรสำหรับบริษัทและแบบ บก.111 ของทางราชการ ไม่ต้องสมัครสมาชิก

ไฟล์ Excel คำนวณยอดรวมให้อัตโนมัติ ส่วนถ้าอยากได้เอกสารที่กรอกข้อมูลแล้วพร้อมพิมพ์ ใช้เครื่องมือด้านบนของหน้าได้เลย

ต้องเก็บใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินไว้กี่ปี

พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 14 กำหนดให้เก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี ไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี ไม่ใช่นับจากวันที่ในเอกสาร และอธิบดีมีอำนาจกำหนดให้เก็บเกิน 5 ปีได้ แต่ไม่เกิน 7 ปี ควรเก็บรวมไว้กับหลักฐานการจ่ายเงินในชุดเดียวกัน

เอกสารที่หาไม่เจอตอนถูกตรวจ มีค่าเท่ากับไม่มี ถ้าไม่อยากจัดการเอง บริการทำบัญชีรายเดือน ของเราดูแลเรื่องนี้ให้ทั้งหมด

แหล่งอ้างอิง

  • กรมสรรพากร สำนักมาตรฐานการสอบบัญชีภาษีอากร คู่มือการจัดทำเอกสารประกอบการลงบัญชีที่สามารถเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ หัวข้อ 2.1.1 ถึง 2.1.3 แบบเอกสารและกรณีการใช้ หัวข้อ 2.3 ใบสำคัญจ่ายและหลักฐานการจ่ายเงินที่ต้องแนบ และหัวข้อ 5.2 คำพิพากษาฎีกาที่เป็นรายจ่ายทางภาษีไม่ได้
  • ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (18) รายจ่ายซึ่งผู้จ่ายพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับ
  • ประมวลรัษฎากร มาตรา 105 ทวิ ข้อความที่ต้องปรากฏในใบรับ
  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 14 ระยะเวลาเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชี และมาตรา 31 บทกำหนดโทษ
  • แบบ บก.111 ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน ของทางราชการ